ปลัดชัชพาเที่ยววัดเขารักษ์

 

 

 

ตำนานพระปรางค์วัดเขารักษ์


วัดเขารักษ์ ตำบลดอนแสลบ อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี
มีเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่ ตารางวาเป็นวัดเก่าแก่อายุ 200 กว่าปี  มีพระปรางค์สมัยอยุธยา – สุโขทัย  ประดิษฐานอยู่บนยอดเขา  มีบันไดทางขึ้น 357 ขั้น โดยใช้อิฐแบบเดียวกับพระปรางค์และกำแพงวัด
พระปรางค์ มีลักษณะคล้ายฝักข้าวโพด  อยู่บนยอดเขา สร้างในช่วงกรุงศรีอยุธยาตอนต้น จังหวัดกาญจนบุรี ถือเป็นที่แรกและที่เดียวในประเทศไทยที่มีพระปรางค์อยู่บนยอดเขา  ตามประวัติศาสตร์บันทึกเกี่ยวกับการเดินทัพพม่าผ่านตรงจุดนี้ด้วย ว่าเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี  ชายแดนด้านตะวันตกของแผ่นดินสยามประเทศ ไม่เคยเว้นว่างจากการถูกข้าศึกรุกราน  กองทัพพม่าเคลื่อนทัพเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ จนลุเข้าถึงเมืองปากแพรก  ครั้งนั้นทัพเจ้าเมืองกาญจนบุรีแม้จะมีทัพจากกรุงศรีอยุธยามาช่วยสมทบก็ยังต้องแตกพ่ายอย่างไม่เป็นขบวนด้วยกำลังไพร่พลที่น้อยกว่ากองทัพพม่าอยู่หลายเท่าตัว  ทัพพม่าเคลื่อนพลผ่านหนองสาหร่าย  ผ่านบ้านทวน บ้านดอนตาเพชร  แล้วล่องสู่ลำน้ำจระเข้สามพัน  จะขึ้นฝั่งที่เมืองอู่ทอง  พลบค่ำวันนั้นกองทัพพม่าส่วนหนึ่งหยุดพักตั้งค่ายอยู่ที่เขาตีคลี ไพร่พลบางส่วนหุงหาอาหาร  บางส่วนออกปล้นสะดมทรัพย์สินและเสบียงกรังจากชาวบ้านละแวกใกล้เคียง
เมื่อข่าวกองทัพพม่าตีทัพเจ้าเมืองกาญจนบุรีและทัพจากกรุงศรีอยุธยาแตกพ่ายไป ชาวบ้านแห่งนี้รู้ดีว่า  อีกไม่นานภัยแห่งสงครามจะเข้ามาถึงตัว  ผู้คนในหมู่บ้านต่างพร้อมใจกันเตรียมอาวุธที่พอจัดหาได้ในหมู่บ้าน  บางกลุ่มขึ้นเขาตัดไม้มาทำหอกทำธนูเมื่อรู้ว่าทัพพม่าบางส่วนมาตั้งค่ายที่เชิงเขาตีคลี  ก็เร่งลำเลียงอพยพผู้คน  ทั้งเด็ก ผู้หญิง คนชรา  นำเสบียงและสิ่งของมีค่าไปหลบซ่อนอยู่บนยอดเขา  ส่วนกลุ่มชายฉกรรจ์ จัดอาวุธวางกำลังลายล้อมรอบหมู่บ้านพร้อมป้องกันทหารพม่าบุกเข้าปล้นเสบียงในจำนวนนี้มี ดอกรัก  บุตรสาวคนเดียวของเศรษฐีในหมู่บ้านได้ปลอมตัวเป็นชายหนีลงจากเขาและจับอาวุธร่วมปะปนไปพร้อมกับเหล่าชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านด้วยหัวใจอันเด็ดเดี่ยว ตกดึกเมื่อทหารพม่าไล่ปล้นสะดมมาถึงบ้านเขารักษ์  เหล่าชาวบ้านผู้กล้าหาญก็ออกสู้รบกับ ผู้รุกรานอย่างไม่เกรงกลัว  แต่ด้วยความรักความหวงแหนในแผ่นดินเกิด และความสามัคคี  สามารถต้านทหารพม่า  ได้จนถึงเช้ามืดของวันใหม่  ในที่สุดกองกำลังของศัตรูผู้ปราชัยก็ต้องยอมถอยร่นกลับเข้าค่ายเพื่อไปสมทบกับทัพใหญ่
การสู้รบครั้งนี้สร้างความสูญเสียมาสู่ผู้เป็นลูก  หลาน  สามี  และผู้เป็นที่รักของชาวบ้านเขารักษ์  ที่จากไปเพราะเอาชีวิตเข้าแรกกับการปกป้องหมู่บ้าน  ในราตรีนั้นมี ดอกรัก   วีรสตรีผู้กล้าหาญรวมอยู่ด้วย  เมื่อสงครามสงบลง  ด้วยความโศกเศร้าเสียใจที่ต้องเสียลูก เศรษฐีบิดาของดอกรัก  และชาวบ้านจึงร่วมกัน สร้างพระปรางค์ สูง 17  เมตร ก่อ-กำแพง  และทำบันไดขึ้นสู่ยอดเขาเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรัก ความกล้าหาญ  และความเสียสละ  ได้ตั้งชื่อเขาลูกนี้ว่า  เขาลูกรัก  ในปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็น เขารักษ์  ส่วนภูเขาที่ชาวบ้านขึ้นไปตัดไม้เพื่อทำหอกและอาวุธธนู  คือ เขาคันหอก  และ เขาตีคลี  ที่ตั้งกองทัพพม่า  คือ เขาคลุกคลี ในปัจจุบัน
ยังมีเรื่องเล่าต่อๆกันมาว่า  บริเวณเขารักษ์แห่งนี้มีถ้ำและมีคนลับแลอาศัยอยู่  เมื่อคราวที่ปิดทองฝังลูกนิมิตอุโบสถวัดเขารักษ์ในอดีตได้มีลับแลที่มีจิตศรัทธาต่อบวรพระพุทธศาสนานำเครื่องประดับ  แก้ว แหวน  เงินทอง  มาถวายเพื่อเป็น  พุทธบูชา  และได้ถูกฝังไว้ใต้ลูกนิมิตลูกเอกใจกลางพระอุโบสถ  และยังมีเรื่องเกี่ยวกับพุทธอภินิหารของภิกษุผู้เปี่ยมล้นบารมี  ที่ใช้วิชาปลุกเสกม้าเลื่อยไม้ธรรมดา  ให้กลายเป็นพาหนะสำหรับออกบิณฑบาตในช่วงฤดูฝนได้ด้วย  มีความเชื่อถือและความศรัทธาต่อ หลวงพ่อพิทักษ์  สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่กับพระปรางค์เขารักษ์แห่งนี้  เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในปัจจุบัน  คราวใดที่ชาวบ้านมีเรื่องเดือดร้อนใจอยากให้ข้าวปลาอาหารดี  หรือในยามที่ของมีค่า  วัว ควาย  สูญหายชาวบ้านก็จะมาบนบานสารกล่าวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้  เมื่อใดข้างของคืนมาหรือสมความปรารถนาแล้วก็จะนำสิ่งของมาแก้บนใน  วันขึ้น 14 ค่ำ เดือน4 ของทุกปี  เป็นงานประจำปีนมัสการรอยพระพุทธบาทและพระปรางค์บนยอดเขารักษ์  ถึงยามพลบค่ำของวันก็มีการละเล่น รำเหย่ย  รำแคน  เล่นพวงมาลัย จนเป็นประเพณี  และถูกถ่ายทอดจากผู้คนร่วมสมัยจากรุ่น ปู่ ย่า ตา ทวด สู่รุ่น NEW GENERATION ลูก หลาน จวบจนปัจจุบัน  ยืนยันได้ว่าเป็น  ศิลปวัฒนธรรมอันงดงามและเป็นตำนานอันยิ่งใหญ่  ที่ยังคงอยู่เคียงคู่ท้องถิ่นแห่งนี้สืบต่อไป