ความสุขในชีวิตคนเราคือได้ทำในสิ่งที่ตนใฝ่ฝัน และชีวิตมีความใฝ่ฝันหรือความหวัง ไม่เป็นชีวิตที่ล่องลอยไร้จุดหมาย ผมสังเกตว่ามีคนจำนวนหนึ่งเกิดมาโชคร้าย เป็นคนไม่มีจุดหมายในชีวิต ปล่อยให้ชีวิตล่องลอย ดำเนินไปตามยถากรรม คือตามกระแสภายนอก จนในที่สุดตนเองขาดความสามารถในการบังคับตนเองให้มีวินัยในชีวิต กลายเป็นคนที่ชีวิตไร้ความหมาย


          จำได้ว่าเมื่อ ๓๐ ปีมาแล้วอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง   เล่าว่าในการทำสำมะโนครัวชาวเขาในภาคเหนือของประเทศไทยสมัยสงครามเวียดนาม   ชาวเขาหัวหน้าครอบครัวตอบคนเดินสำรวจว่า   ครอบครัวของเขาประกอบด้วยตัวเขา  ภรรยา  แม่  ลูก ๓ คน  หมา ๒ ตัว  และนักมานุษยวิทยา ๑ คน   คือสมัยนั้นอเมริกันทำสงครามด้วยอาวุธหลายอย่าง    อย่างหนึ่งคืออาวุธความรู้เกี่ยวกับสังคมที่เขาไปรบ    จึงส่งนักมานุษยวิทยาไปศึกษา   โดยเท่ากับเป็นการสอดแนมความลับไปในตัว

          ผมลองตอบตัวเองบ้าง ว่าสมาชิกในครอบครัวของผมมีใครบ้าง   ผมตอบว่ามี ภรรยา  ลูกสาว ๒ คน  ลูกชาย ๑ คน  และป้าของลูกสาว ๑ คน   และที่จริงที่อยู่บ้านเดียวกันตลอดเวลามีคนเดียวคือภรรยา    นอกนั้นอยู่คนละบ้าน แต่ก็กลับมาที่บ้านผมบ่อยๆ    และลูกสาวคนเล็กแม้จะอยู่ที่นิวยอร์กก็ส่ง อี-เมล์ หรือโทรศัพท์มาบ่อยๆ

          ผมคิดว่าสมาชิกในครอบครัวสมัยใหม่มีมากกว่านั้น   สาวน้อยมีทีวีเป็นสมาชิกใกล้ชิด   ส่วนสมาชิกใกล้ชิดของผมมี BB, Notebook PC, iPhone, WIFI, และ Kindle   เจ้า Kindle เป็นสมาชิกใหม่ เพิ่งซื้อเมื่อวันที่ ๑๒ เม.ย. ๕๓ นี้เอง   เป็นการให้ของขวัญแก่ตัวเองเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ไทย  

          ที่จริงเจ้าเครื่องมือทั้ง ๕ ชนิดนี้เป็นสมุนของผมมากกว่าเป็นสมาชิกในครอบครัว   เพราะกับสมาชิกในครอบครัวเราต้องถนอมน้ำใจเห็นอกเห็นใจกัน   แต่กับสมุนเราสั่งการลูกเดียวให้เขารับใช้   และในยุค Globalization โดย ICT อย่างปัจจุบัน เจ้าสมุนทั้ง ๕ ของผมมันมีพลังมากจริงๆ    อยากได้ความรู้เรื่องอะไรเขาจัดหามาให้ในพริบตา    หน้าที่ของผมคือเลือกสิ่งที่เขาหามาให้

          ดูอย่างผิวเผิน เจ้าสมุนทั้ง ๕ มันทำให้ชีวิตของผมสดวกสบายขึ้นมาก   แต่ผมมองต่าง ว่ามันสร้างความท้าทายใหม่ หรืออาจเรียกว่าภาระใหม่ ให้แก่ผม   คือความท้าทายในการใช้วิจารณญาณเลือกใช้เลือกเชื่อข้อมูลข่าวสารที่มีมากล้น   และเต็มไปด้วยมายา ที่สมุนทั้ง ๕ นำมาประเคนให้   สภาพปัจจุบันสอนผมว่า ผมจะต้องเรียนรู้ Landscape ในสังคมยุคข้อมูลข่าวสาร   ว่าในภูมิสังคมใหม่นี้มีมายาซุกซ่อนอยู่ตรงไหนบ้าง   คือผมต้องฝึก “ร่อนทอง” หรือร่อนปัญญา ออกจากดงมายาให้เป็น

          หัวหน้าครอบครัวตัวจริง คือสาวน้อย บ่นมา ๔๑ ปีแล้ว ว่าผมเอาใจใส่งานมากกว่าเอาใจใส่ครอบครัว   ตอนนี้ก็หันมาบ่น ว่าเอาใจใส่สมุนมากกว่าสมาชิกครอบครัวตัวเป็นๆ  

          ความสุขในชีวิตคนเราคือได้ทำในสิ่งที่ตนใฝ่ฝัน  และชีวิตมีความใฝ่ฝันหรือความหวัง ไม่เป็นชีวิตที่ล่องลอยไร้จุดหมาย    ผมสังเกตว่ามีคนจำนวนหนึ่งเกิดมาโชคร้าย เป็นคนไม่มีจุดหมายในชีวิต   ปล่อยให้ชีวิตล่องลอย ดำเนินไปตามยถากรรม คือตามกระแสภายนอก   จนในที่สุดตนเองขาดความสามารถในการบังคับตนเองให้มีวินัยในชีวิต   กลายเป็นคนที่ชีวิตไร้ความหมาย

          ความสนุกของผมคือการได้ใฝ่ฝัน  ได้ทำให้ความใฝ่ฝันชัดขึ้น  หาลู่ทางทำให้ฝันเป็นจริง   และในปัจจุบัน สนุกกับการขายฝันให้คนอื่นเอาไปทำให้เกิดผลจริงต่อสังคม   สมุนทั้ง ๕ ของผมเป็นหน่วยรับใช้ความใฝ่ฝันนี้

          วิถีชีวิตเปลี่ยน แต่เนื้อแท้ภายในคนไม่เปลี่ยน

 

วิจารณ์ พานิช
๑๗ เม.ย. ๕๓