ถ้าหากจะพูดให้ใกล้ตัวเข้ามาหน่อยก็อย่างเช่น เด็กที่อยากเรียนหมอ กับเด็กที่พ่อแม่อยากให้เรียนหมอ ความสนใจ ความใส่ใจ ความทะยานอยาก ความกระตือรือร้นอยากเด็กทั้งสองคนนี้ก็จักแตกต่างกัน
หรือแม้กระทั่งนักศึกษาที่เลือกเรียนในสาขาวิชาอื่น ๆ ถ้าเขาเลือกเอง เขาก็จะรับผิดชอบต่อเอกหรือคณะฯ ที่เขาเลือก แต่ในทางกลับกัน ถ้าพ่อแม่เลือกให้ หรือถูกบังคับให้เลือก บังคับให้เรียน เด็กกลุ่มหลังนี้ก็ "สักแต่ว่าเรียน"
บางครั้งเราก็คิดว่า เรา (ผู้ปกครอง) อาบน้ำร้อนมาก่อน เรามีประสบการณ์มากกว่า เรามองโลกได้กว้างกว่า อันนี้ก็จริงอยู่ แต่ขั้นต่อไปเราจะต้องพัฒนาความรู้ที่เรารู้และมีอยู่นั้นให้เด็กสามารถรู้และมองให้เห็นอย่างเราได้
พ่อแม่บางคนอธิบายไม่เป็น หรือให้เหตุผลกับลูกไม่ได้ว่าทำไมพ่อแม่ถึงให้ทำแบบนั้น สุดท้ายก็เลยต้องกลายเป็น "การออกคำสั่ง" หรือการบังคับว่า "อย่าเถียงชั้น ชั้นเป็นพ่อเป็นแม่แก"
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความรัก เรื่องคู่ครอง เรื่องครอบครัวที่มักจะเป็นเรื่อง "คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า" ถ้าเราไม่นำประสบการณ์ความทุกข์ ความข่มขื่นที่เราเคยมีผ่องถ่ายไปให้กับลูกได้ ลูกก็จะเข้าใจว่า ความรักนั้นหอมหวานเหมือนน้ำผึ้งยามเดือนห้า อย่างที่หนัง ละคร ภาพยนตร์ถ่ายทอดออกมาแล้วสร้างภาพมายาให้ชีวิตของเด็กไทย

การถ่ายทอด Tacit knowledge จากพ่อสู่ลูก จากแม่สู่ลูก จากพี่สู่น้องนั้นจะเป็นสิ่งที่ป้องกันความผิดพลาดหรือความทุกข์ที่อาจจะเกิดขึ้นกับคนอื่นได้
เรื่องบางเรื่องไม่จำเป็นต้องเอาตัวเข้าไปสัมผัส ไม่จำเป็นต้องเอาใจเข้าไปทดลอง เพียงแต่ผู้รู้ ผู้มีประสบการณ์ จัดสถานการณ์เพื่อถ่ายทอดความรู้และความรู้สึกนั้นให้คนที่ไม่เคยได้สัมผัส
ความอยากลองอยากรู้ของเด็กจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เด็กเสียคน ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ กว่าเขาจะแข็งแกร่งเหมือนเรา เขาจะต้องล้มลุกคลุกคลานแบบเราเท่านั้นหรือ
สิ่งที่พ่อแม่ต้องต่อสู้อย่างหนักในวันนี้คือ "สื่อ" ที่สร้างภาพมายาสวย ๆ งาม ๆ มาเพื่อตักตวงหาผลประโยชน์เขาสู่ตนเอง
สื่อมักสร้างภาพ สร้างศรัทธาให้เด็ก ๆ เรียนคณะโน้น คณะนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของมหาวิทยาลัยที่จะสร้างรายได้เพื่อเลี้ยงตัวเอง
สื่อเป็นเครื่องมือของมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยก็ตอบสนองความต้องการของสื่อ ทั้งสองต่างเป็นน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า
ศัตรูตัวฉกาจของเราอยู่ใกล้ ๆ นี่แหละ อยู่ในบ้าน อยู่ในห้องนอน อุปกรณ์หน้าจอสี่เหลี่ยม ๆ ที่สมมติเรียกว่า ทีวีก็ดี คอมพิวเตอร์ก็ดี โทรศัพท์ก็ได้ กล่อมเกลาอุปนิสัยของลูกหลานไทยให้เสียผู้เสียคนไปเป็นจำนวนมาก
การต่อสู้เพื่อพัฒนาฐานจิตใจของเด็กจึงสำคัญ ดัดตอนไม้ที่อ่อนในวันนี้ดีกว่าไปดัดไม้แก่ ๆ ในวันหน้า...

ขอสนับสนุนบันทึกนี้คะ
สวัสดี ครับ อาจารย์
อ่านแล้ว คิดตาม ...นำไปปฏิบัติให้ได้
ขอบพระคุณครับ
พวกเราซึ่งเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งมักจะมีวันใหญ่ ๆ ที่เคยผ่านความเจ็บช้ำ ขื่นขม ระทมใจ
สิ่งที่เราก้าวผ่านมาด้วยความทุกข์ เราก็ไม่อยากให้คนที่เรารักนั้นกลับไปพบกับความทุกข์เหมือนอย่างที่เราเจอมา
ปัญหาสำคัญคือทำอย่างไรให้คนที่เรารักรู้จักหลบหลีกความทุกข์ เพื่อให้เขากลับตกลงไปในหลุมพรางแห่งความทุกข์เหมือนดั่งที่เราเคยเจอ
การถอดบทเรียนความทุกข์นั้นเป็นความยากประการหนึ่ง และความยากยิ่งกว่านั้นคือจะทำอย่างไรที่จะผ่องถ่ายความทุกข์นั้นไปให้คนที่เรารักได้รู้และไม่ประมาทเกิดความตระหนักว่าจะไม่เดินตามรอยเท้าแห่งความทุกข์นั้น...