พุทธกับวิทยาศาสตร์
หลังจากที่ทฤษฎีสัมพัทธภาพได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นจริง วงการวิทยาศาสตร์โลกก็เฟื่องฟูมากในตะวันตก ชาวตะวันตกต่างพากันสนทนาเกี่ยวกับเรื่องนี้ และเมื่อไอน์สไตน์เน้นถึงเรื่องศาสนาแห่งจักรวาลชาวตะวันตกและนักวิทนยาศาสตร์ก็เริ่มหันมาศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง
สิ่งที่สร้างความแปลกประหลาดใจให้กับชาวตะวันตกมากที่สุด คือ “เรื่องกาลามสูตร” ที่เน้นว่าอย่าเชื่อเพราะได้ฟังตามกันมา อย่าเชื่อเพราะได้เรียนตามกันมา อย่าเชื่อเพราะเพียงเข้าได้กับทฤษฎีของตน... ฯลฯ การที่พระพุทธเจ้าตรัสแบบนี้ทำให้ฝรั่งทึ่งมาก เป็นศาสนาที่แปลกไม่เน้นศรัทธา ไม่เน้นให้เชื่อ แต่ข้ามไปขั้นใช้ปัญญาเลย
ไอน์สไตน์ได้มาศึกษาพุทธศาสนา ได้อ่านกาลามสูตร แล้วแปลกใจว่ามีศาสนาแบบสอนไม่ให้เชื่ออะไรง่าย ๆอยู่ด้วย ไอน์สไตน์ประทับใจมาก เขียนเป็นบทความเพื่อให้ชาวโลกรับรู้ว่า
“The religion of the future will be a cosmic religion. The religion which is besed on experience, which refuses dogmatism. If there is any religion that would cope with the scientific needs it will be Buddhism.”
“ศาสนาแห่งอนาคตจะเป็นศาสนาแห่งจักรวาล ศาสนาซึ่งตั้งอยู่บนประสบการณ์ ซึ่งปฏิเสธความเชื่อที่ไร้ข้อพิสูจน์ หากมีศาสนาใดศาสนาหนึ่งที่พอจะรับมือกับความต้องการทางวิทยาศาสตร์ได้ละก็ ศาสนานั้นคือ ศาสนาพุทธ"
หลักกาลามสูตร คือ หลักในการพิจารณา 10 อย่าง ได้แก่
- อย่าเพิ่งเชื่อถือด้วยการได้ยินได้ฟังตามกันมา
- อย่าเพิ่งเชื่อถือด้วยการถือตามถ้อยคำสืบๆกันมา
- อย่าเพิ่งเชื่อถือด้วยการตื่นข่าวลือ
- อย่าเพิ่งเชื่อถือด้วยการอ้างตำรา
- อย่าเพิ่งเชื่อถือด้วยตรรกหรือเหตุผล
- อย่าเพิ่งเชื่อถือด้วยการคาดคะเน
- อย่าเพิ่งเชื่อถือด้วยการคิดตรองอาการที่ปรากฏ
- อย่าเพิ่งเชื่อถือเพราะเข้ากับความเห็นของตน
- อย่าเพิ่งเชื่อถือเพราะผู้พูดมีรูปลักษณะน่าเชื่อถือ
- อย่าเพิ่งเชื่อถือเพราะเห็นว่าสมณะนี้หรือผู้นี้เป็นครูของเรา
ศาสนาพุทธไม่ต้องการให้มีความเชื่อใด ๆ โดยไม่ใช้ปัญญา เพราะเป็นศาสนาแห่งเหตุผล ศาสนาอื่น ๆเกือบทั้งหมดล้วนแล้วให้คำตอบอย่างฟันธงแจ่มชัด และให้เชื่ออย่างไม่มีเงื่อนไข เช่น เรื่องตายแล้วไม่สูญ แต่จะได้ไปสวรรค์หรือนรกอยู่ที่การตัดสินของพระเจ้า ซึ่งคำตอบที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลายต้องการก็คือ คำตอบทำนองนี้ เมื่อพุทธศาสนาจัดให้ไม่ได้ก็รู้สึกไม่เข้าใจ และรู้สึกสับสนว่ากฎแห่งกรรมมีจริงหรือ
ศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนาแห่งศรัทธาและความเชื่อ แต่เป็นศาสนาแห่งปัญญา ดังนั้นการที่พระพุทธองค์จะทรงตอบตามความเป็นจริงว่าตายแล้วเกิด แล้วให้เชื่อไปตามนั้น ตามศรัทธา ไม่ใช่ลักษณะของพุทธ ความเชื่อโดยไม่มีปัญญายิ่งเป็นกรงขังจิตให้หมกมุ่นวนเวียนอยู่แต่เรื่องนั้นโดยไม่เกิดปัญญาขึ้นมาได้เลย การห้ามไม่ให้เชื่อทุกอย่างตามที่ปรากฏตามหลักกาลามสูตรก็ครอบคลุมทั้งหมดแล้ว
“Science without religion is lame,
Religion without Science blind”
“วิทยาศาสตร์ที่ปราศจากศาสนา คือ คนพิการ
ศาสนาที่ปราศจากวิทยาศาสตร์คือคนตาบอด”
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์