"สวน" กับดุลยภาพแห่งพลังชีวิต "ฮวงจุ้ย" กับทิศหน้าบ้าน
ศาสตร์แห่งฮวงจุ้ยมีความเชื่อว่า ในการสร้างให้เกิดดุลยภาพแห่งพลังชีวิตที่ดี "พลังชี่" หรือพลังชีวิตจะต้องไหลเวียนได้อย่างราบรื่นไม่ติดขัด หากพลังชี่ไม่สามารถไหลเวียนได้สะดวก หรือถูกปิดกั้นไว้จะทำให้พลังชีวิตของสถานที่นั้นอ่อนแอ หรือ หยุดนิ่ง แต่หากพลังชี่ไหลเวียนได้สะดวกไม่ติดขัด จะส่งผลดีต่อผู้อยู่อาศัยในเรื่องของความมั่งคั่ง ชื่อเสียง การอุปถัมภ์ค้ำชู อาชีพการงาน และสุขภาพ
นับแต่โบราณมา นักฮวงจุ้ยต่างพยายามสังเกต และศึกษาธรรมชาติเพื่อหาตำแหน่งที่โดดเด่น สำหรับบ้านและสวน และตำแหน่งในอุดมคติ ที่เชื่อกันว่าดีที่สุดนั้น ก็คือ จุดกึ่งกลางของเนินเขาเตี้ยๆ ไม่สูงชัน ไม่เป็นคลื่นขรุขระ ซึ่งจะทำให้บ้านและสวนได้รับความสมดุลระหว่างพลังของฟ้าและดิน โดยหันหน้าไปทางแม่น้ำที่ไหลทอดตัวเป็นแนวคดโค้งไปมาสวยงามนุ่มนวล เพราะ "พลังชี่" จะไหลเวียนได้ดีเป็นพิเศษในแนวเส้นที่โค้งไปมาสวยงาม ส่วนด้านหลังจะต้องมีภูเขาขนาดใหญ่มาเป็นฉากหลัง มองดูจะคล้ายคนนั่งพักผ่อนสบายๆ ในเก้าอี้อาร์มแชร์ และมีที่วางเท้ารองรับอยู่ที่ปลายเท้านั่นเอง ภูเขาที่อยู่ฉากหลังก็เหมือนพนักเก้าอี้ที่โอบอุ้มตัวเราไว้อย่างสบายและมั่นคง หมายถึง พลังในด้านการอุปถัมภ์และสนับสนุน ซึ่งในศาสตร์ของ ฮวงจุ้ย เรียกว่า ทิศเต่าดำ จะอยู่ในทิศเหนือและเป็นพลังแห่งฤดูหนาว ทิศตะวันตก จะเป็นทิศเสือขาว เป็นพลังแห่งฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นฤดูแห่งการเก็บเกี่ยว ส่วนทิศตะวันออกเป็นทิศมังกรเขียว เป็นพลังแห่งฤดูใบไม้ผลิ ส่วนทิศใต้ซึ่งเป็นทิศของส่วนหน้าบ้านจะเป็นทิศหงส์แดง การหาตำแหน่งของทิศทั้งสี่นี้ บางครั้งอาจไม่ได้ขึ้นตามทิศของเข็มทิศ ในโรงเรียนฮวงจุ้ยที่เน้นเรื่อง ภูมิทัศน์จะใช้วิธีให้คุณยืนโดยให้หลังของคุณอยู่ด้านหน้าตัวอาคาร และมองไปในทิศที่ ตัวอาคารเผชิญหน้า เต่าดำจะอยู่ทิศด้านหลังของอาคาร หงส์แดงจะอยู่ด้านหน้า มังกรเขียวจะอยู่ทางซ้าย และเสือขาวจะอยู่ทางขวามือของคุณ
จัดฮวงจุ้ยที่ดีให้สวนในบ้าน
ที่เกริ่นมาข้างต้นนั้น เป็นเรื่องของฮวงจุ้ยในอุดมคติที่คงยากจะหาได้ในโลกยุคดิจิทัล แต่เราสามารถจัดสวนที่บ้านของเราเองให้มีลักษณะฮวงจุ้ยที่ดี เช่น ทำทางเดิน ในสวนให้ทอดตัวเลี้ยวคดโค้งไปมาสวยงาม ปรับพื้นที่สวนให้มีความโค้งกลมเล่นระดับพื้นที่สวนในบางส่วนเพื่อให้ดูเป็นเนินสูงต่ำ น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของสวน ในความเชื่อของฮวงจุ้ย สวนทุกสวนควรจะมีบ่อน้ำหรือน้ำพุในสวน ที่สำคัญ คือ ให้น้ำ มีการเคลื่อนไหวที่สม่ำเสมอนุ่มนวล ไม่ควรเป็นน้ำนิ่งๆ บริเวณไหนของสวนที่พลังชี่ถูกปิดกั้นให้ติดขัด หรือไม่สามารถไหลเวียนได้ คุณจะสังเกตเห็นว่า ส่วนนั้นจะมีลักษณะรกร้าง ต้นไม้ขึ้นในลักษณะรกรุงรัง หรือแห้งตายเป็นบางส่วน สัญลักษณ์ของพลังที่ หยุดนิ่ง อย่างเช่น ต้นไม้ที่แห้งตาย ควรจะขุดถอนออกไปจากสวนเพราะมันจะดึงดูดพลังที่ไม่ดีเข้ามาในบ้าน และจะทำให้การไหลเวียนของพลังชีวิตติดขัดได้
นอกจากนั้น คุณยังสามารถใช้เทคนิคการจัดสวน เพื่อปรับแก้ฮวงจุ้ยให้มีพลังที่ดีและปิดกั้นพลังที่ไม่ดีออกไปได้ เช่น ทำรั้วต้นไม้เตี้ยๆ หรือพุ่มไม้ หรือสระน้ำ กั้นระหว่างตัวบ้าน หรือสวนของคุณกับสิ่งที่ให้พลังไม่ดี เช่น เสาไฟ เสาธง หรือถนนที่พุ่งเข้าสู่ตัวบ้าน เป็นต้น
สวนหน้าบ้าน
จุดแรกของการจัดสวนให้เน้นไปที่สวนหน้าบ้าน เพราะเป็นพื้นที่ส่วนแรกของบ้านที่จะได้รับพลังที่ดีจากบริเวณรอบๆ เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องให้ "พลังชี่" ไหลเวียน ไปมาภายในส่วนนี้ของบ้านให้มากสักหน่อย จึงควรหลีกเลี่ยงการทำทางเดินหรือถนนเข้าบ้านที่เป็นเส้นตรงๆ แต่ควรให้เป็นแนวคดโค้งไปมาเล็กน้อย ถ้าหากบ้านของคุณมีทางเดินที่เป็นเส้นตรงอยู่ อาจแก้ไขได้โดยการปลูกไม้พุ่ม หรือไม้คลุมดินให้พุ่มใบล้ำ เข้ามาในพื้นส่วนที่เป็นทางเดิน เพื่อลดความเป็นเส้นตรง แต่ต้องเลือกพืชที่มีระบบ รากตื้น เพื่อที่รากจะได้ไม่ไปชอนไชให้พื้นเกิดรอยแตกร้าวได้
ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อกันว่า สวนหน้าบ้านควรหันไปทางทิศใต้ ซึ่งจะดึงดูดพลัง หยาง หรือพลังที่ให้โชค แต่แม้ว่าสวนหน้าบ้านของคุณจะไม่ได้หันไปทางทิศใต้ คุณก็สามารถดึงดูดพลังหยางเข้ามาสู่ภายในสวนของคุณได้ โดยวางรูปปั้นหงส์ไว้เพื่อดึงพลัง หยาง ถ้าสวนหน้าบ้านของคุณหันไปทางทิศตะวันตก พยายามจัดพื้นที่ส่วนนี้ของคุณให้นิ่งและสงบเงียบให้มากที่สุด ปลูกต้นไม้ที่โตช้า สวนที่หันหน้าไปทางทิศเหนือจะดึงดูดพลังที่ส่งเสริมเรื่องอาชีพการงาน การจัดสวนที่ช่วยเสริมพลังในเรื่องนี้ คือ ให้มีบ่อน้ำ หรือสิ่งประดับสวนที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบไว้ในบริเวณที่มองเห็นจากประตูด้านหน้า
สวนที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออกจะดึงดูดพลังที่อุปถัมภ์ในเรื่องครอบครัวให้ปลูก ต้นไผ่เพื่อเสริมพลังด้านนี้ให้เด่นขึ้น