1.1 การสร้างบรรยากาศ
1.1.1 ใช้เรื่องขำขัน ถ้านักเรียนได้หัวเราะ ออกซิเจนจะเข้าไปในเลือดมาก ทำ
ให้สมองทำงานได้ดี
1.1.2 ใช้คำพูดเชิงบวก ลดความกังวลของผู้เรียนทำให้สมองทำงานได้ดี
1.1.3 อย่าใช้คำถากถาง คำพูดเชิงลบทำให้นักเรียนอับอาย เลยไปถึงขัดแย้งกับ
เพื่อนๆ ของนักเรียนเอง
1.1.4 ใช้สื่อหลากหลายนำเสนอไว้ในห้องเรียน เพื่อนำสู่ความสนใจ และ
พร้อมที่จะให้นักเรียนเรียนโดยเฉพาะสื่อที่นักเรียนชอบ
1.2 การสร้างความหมายในการเรียนรู้
1.2.1 ใช้ตัวอย่างชีวิตจริง สิ่งของที่ให้สัมผัสได้ตัวอย่างจะต้องแสดงความคิด
รวบยอดเรื่องนั้นๆ ได้ชัดเจนไม่คลุมเครือ
1.2.2 ใช้เรื่องของนักเรียนมาอธิบาย ให้นักเรียนยกตัวอย่างประสบการณ์ของ
นักเรียนเองมาประกอบ
1.2.3 สร้างความเทียมเป็นวิธีการจำ เช่น ใช้ตัวย่อมารวมกันเป็นคำใช้คล้อง
จองช่วยจำใช้เสียงดนตรีมาช่วยสร้างความหมาย เวลาจะท่องอิทธิบาท 4 ก็ใช้ “ฉันวิ่งจนวิน”
1.2.4 ใช้การทบทวนแบบนำเสนอ ให้นักเรียนเรียบเรียงเป็นการนำเสนอของ
ตนเอง โดยให้นักเรียนคิดด้วยประสบการณ์ของตนเอง
1.2.5 ใช้การทำงานร่วมกัน เริ่มต้นจากการทำงานร่วมกับครูให้ได้รูปแบบ แล้ว
ทำงานเป็นคู่ เพิ่มเป็น 3 คน 6 คน และ 9 คน ตามโอกาส เพื่อให้นักเรียนได้รับรู้จากหลายทาง
เป็นผู้ลงมือทำและยังเกิดมุมมองหลายๆ ด้าน จากหลายๆ คน
1.3 การพัฒนาสมองทั้งสองด้าน
1.3.1 ใช้ทั้งคำพูดและภาพร่วมกัน เพื่อให้เรียนรู้ทั้งเสียงและความหมาย ใช้แผนภาพนำสู่ความหมาย ไม่เสนอจนทำให้ตัวความคิดรวบยอดต่างๆ ถูกลบไปหมด
1.3.2 เวลาใช้แผนภาพต้องสอดแทรกนัยไว้ด้วย เช่น ตัวใหญ่เป็นหัวข้อใหญ่ตัวเล็กเป็นส่วนย่อยของตัวใหญ่ การเขียนเรียงแถวบอกถึงลำดับเวลาการเขียนจากบนลงล่างบอกนัยของลำดับการลงมือทำ เช่นนี้เป็นต้น
1.3.3 เวลาอภิปรายเกี่ยวกับความคิดรวบยอดต่างๆ นำเสนอทั้งเหตุผล และการคิดแบบขยายสร้างให้แง่มุมอื่นๆ นำสู่จินตนาการด้วย
1.3.4 ระวังเรื่องท่าทาง แสดงท่าทางให้สอดคล้องกับสาระที่จะสื่อความ
1.3.5 การประเมินจะต้องใช้ทั้งคำพูด ภาพ แผนภาพ และการปฏิบัติจริง
เพื่อให้ผู้เรียนใช้สมองทั้ง 2 ด้าน เมื่อนักเรียนเรียนจบบทแล้ว ก็ให้เขียนอธิบาย วาดภาพ หรือทำแผนภาพเสนอสร้างแนวทางนำไปใช้ หรือแสดงเป็นละคร โครงงาน บทเพลงต่างๆ
1.4 การพัฒนาสมองด้านซ้าย
1.4.1 จัดห้องให้มีพื้นที่ทำงาน กระจายคนพูดเก่งให้อยู่ทั่วห้องไม่รวมไว้จุดเดียว
1.4.2 จัดป้ายนิทรรศการให้ตรงกับเรื่องที่จะเรียนเป็นปัจจุบันเข้าใจง่าย เสนอประเด็นปัญหาชัดเจน
1.4.3 ลบกระดานดำเสมอ เพื่อไม่ให้ข้อมูลเดิมมาสอดแทรกกับข้อมูลใหม่
1.4.4 ใช้สื่อหลายแบบ ทั้งอ่าน เขียน วาดภาพ คิดคำนวณในทุกๆวิชา
1.4.5 ใช้การอุปมาอุปไมยเพื่อให้เห็นความหมายและการคิดในระดับสูง
1.4.6 เน้นการตรงต่อเวลาและการตรงต่อเรื่อง สาระงานที่จะทำเห็นความเป็นเหตุผลชัดเจน
1.4.7 ให้นักเรียนตั้งเป้าหมายการเรียนรู้ เป้าหมายการทำงานแล้วยึดทำให้บรรลุผล ให้รางวัลเมื่อเขาทำสำเร็จ
1.4.8 ถามให้คิดเป็นเหตุเป็นผล ให้นักเรียนมองปัญหาหลายแง่หลายมุม
1.5 การพัฒนาสมองด้านซ้าย
1.5.1 ให้นักเรียนมีโอกาสเลือก จะใช้รูปแบบใดตามความชอบของเขาเอง
1.5.2 ใช้การนำเสนอแบบแผนภาพ การ์ตูน และเน้นให้นักเรียนเสนอเป็นภาพสร้างสรรค์
1.5.3 ถามให้นักเรียนคิดต่อเนื่อง โยงใยสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันอย่างไร ฝึกให้นักเรียนโยงข้อมูลในการนำเสนอ
1.5.4 ใช้ประสบการณ์ตรง ของจริง เหตุการณ์จริง สถานการณ์จำลองที่เทียบได้กับเรื่องจริง
1.5.5 ให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ กระตุ้นให้ทุกคนเสนอคำอธิบาย หรือสอนคนอื่นเพื่อตัวเองจะได้เรียนรู้ได้มากขึ้น
1.5.6 นำให้นักเรียนคิดนำไปใช้ ขยายไปสู่งานอื่นๆ หรืองานในอนาคต สอนแบบขยายความรู้
1.5.7 ให้นักเรียนได้ลงมือทำจริง เรียนโดยโครงงานอิสระ ลงมือปฏิบัติจริงจะได้เรียนรู้โลกที่แท้จริง
1.6 การสอนให้สร้างขยาย
1.6.1 ใช้เกมสถานการณ์จำลอง
1.6.2 ใช้การคิดทบทวนในสมอง
1.6.3 ใช้การสอนเป็นลำดับ ทำสิ่งใดดีแล้วต่อไปจะเรียนเรื่องใดได้ดี
1.6.4 ใช้การอุปมาอุปไมย เรื่องนี้เรียนจบแล้วเหมือนกับเรื่องใด จะนำไปใช้ในโอกาสใดข้างหน้าอย่างไร
1.6.5 ใช้การเขียนเล่าเรื่อง เราได้เรียนอะไร เกี่ยวข้องกับเรื่องอื่นอย่างไร ใช้ในอนาคตอย่างไร
1.7 หลักสูตรเน้นการเรียนรู้ของสมอง
1.7.1 ใช้สถานการณ์ชีวิตจริง ปัญหาในชีวิตจริง
1.7.2 ใช้สถานการณ์จำลองมาแทนชีวิตจริง ทำเป็นเกมและรูปแบบจำลองต่างๆ
1.7.3 ให้นักเรียนลงมือทำโครงงาน โครงงานด้วยการคิดเอง เลือกเอง ลงมือทำเอง
1.7.4 ให้นักเรียนนำเสนอภาพกว้าง ฉายภาพบริบทของปัญหาเรื่องราวที่เรียนมองเลยไปถึงสังคมโดยรวม เห็นผลกระทบในวงกว้าง
1.7.5 ให้นักเรียนออกบริการชุมชน เรียนรู้จากชุมชนให้เห็นชีวิตจริง การ
ทำงานจริง ฝึกงานเหมือนกับที่จะออกไปทำจริง
1.7.6 ให้นักเรียนคิดนำเสนอเป็นใยแมงมุม เป็นผังความคิด
1.7.7 ใช้กรณีศึกษาเป็นปัญหาให้นักเรียนอภิปรายวิเคราะห์คิดแก้ปัญหา จัดทำเป็นโครงงานภาคปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา
1.7.8 ใช้การลงมือทำจริงและผลจากการลงมือทำจริงในสภาวะปกติเป็นการประเมิน นำเสนอผลงานจริง ไม่ใช้สถานการณ์การสอบ นำการประเมินมารวมกับกิจกรรมการเรียนรู้ปกติ
การศึกษาถึงการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (BBL) จะเห็นว่าสมองมี ความรู้จำได้นานเมื่อมีการทบทวนความรู้เดิม การทบทวนซ้ำบ่อยและการนำความรู้เดิมไปสัมพันธ์เชื่อมโยงกับความรู้ใหม่ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้กว้างขวางขึ้น การจัดการเรียนรู้ด้วยกลุ่มร่วมมือที่ใช้แบบฝึกทักษะ ก็เป็นการจัดการเรียนรู้เป็นสำคัญที่คำนึงถึงสมองของผู้เรียนที่สามารถทำให้เกิดความรู้ความจำได้นานเพราะมีกิจกรรมที่ได้มีการทบทวนความรู้เดิม มีการนำเสนอ มีการซ้ำบ่อยๆ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความจำได้นาน ซึ่งมีหลักการดังนี้