“นาวิน(ต้าร์)....กับปาฏิหาริย์ จากพ่อ”  ***********************************

                นาวิน(ต้าร์)    เยาวพลกุล   ศิลปินดัง   ผู้มีผลการเรียนดีเลิศ   -  เหรียญทอง ในระดับปริญญาตรี(คณะเศรษฐศาสตร์  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)  และได้รับทุนอานันทมหิดลเพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกที่สหรัฐอเมริกา

                ในอดีตก่อนที่เขาจะมีวันนี้  เขาเป็นจอมแสบตั้งแต่เรียนระดับประถมปลาย  เกเร  ก้าวร้าว พฤติกรรม

ที่แสดงออกที่โรงเรียนทำให้ครูประจำชั้นคิดว่าเป็นเด็กที่มีปัญหาทางบ้าน  ขาดความอบอุ่น  ขณะที่เรียนชั้นม.2

เขาเป็นผู้นำกลุ่ม แบดบอย ของโรงเรียนและถูกเชิญออกจากโรงเรียนขณะที่เรียนชั้น ม.3    ระหว่างที่หาที่เรียนต่อเกิดปัญหากับผู้ปกครองเนื่องจากเขาเป็นเด็กที่ติดแบล็คลิสท์ไม่มีโรงเรียนดี ๆ ใดๆ  รับเขาเข้าเรียน    แต่โชคดีที่เพื่อนของพ่อได้นำไปเข้าเรียนในโรงเรียนใหม่แทนนักเรียนที่ลาออกไป     เมื่อเขาเข้าเรียนโรงเรียนใหม่จนถึงชั้น  ม.5  ก็เริ่มเป็นหัวหน้าแก๊งค์ซ่า...ขาใหญ่   และถูกเชิญออกอีกจนได้ขณะที่เรียนชั้น ม.5  สุดท้าย  นาวิน(ต้า)ใช้วุฒิ ม.6  จาก กศน.ไปสมัครสอบเข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย  ได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  คณะเศรษฐศาสตร์ ผลการเรียนดี ตลอด 4  ปี ได้รับพิจารณาให้ได้รับทุนอานันทมหิดล ไปศึกษาต่อระดับ ป.โท

และ ป.เอก 

                ตลอดชีวิตของ  นาวิน(ต้าร์) ที่พบกับปัญหาเรื่องแล้วเรื่องเล่าเขามีพ่อที่ดูแลและเข้าใจ  พร้อมเผชิญปัญหาไปกับเขา    ความรักของพ่อที่มีต่อลูก  คือปาฏิหาริย์  บันดาลความสำเร็จให้ลูก

                เมื่อลูกมีปัญหา  คุณหมอวิโรจน์  เยาวพลกุล  ได้ให้ข้อคิดสำหรับคุณพ่อท่านอื่นเพื่อเป็นแนวทางในการ

เลี้ยงดูลูกดังนี้

                -  อย่าเลี้ยงลูกด้วยการให้ในสิ่งที่ตัวเองขาดในวัยเด็ก  “ลูกไม่ใช่สิ่งทดแทนอารมณ์ที่ขาดหรือความฝัน

ของเราในวัยเด็ก

                -  การอบรมลูกควรเรียกมานั่งคุยกัน  2  คน  เพราะแต่ละคนก็จะมีวิธีเฉพาะ/นิสัยแตกต่างกัน ไม่ควร

ใช้เวลารับประทานอาหารอบรมลูก  การสอนลูกต้องสอนตอนที่เขาสงบ  นิ่ง  ลูกจึงจะเข้าใจ ไม่ตีไป  สอนไป

                -- หากต้องทำโทษเมื่อลูกทำผิด   หากเป็นพี่ไม่ควรให้น้องเห็นขณะที่พี่ถูกทำโทษ  เนื่องจากน้องเขาจะไม่เคารพพี่

                -  สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องให้ลูกรับรู้ถึงความสัมพันธ์  สายใยของพ่อ  แม่  ลูก  ซึ่งจะช่วยดึงเขาไว้

ไม่ให้เตลิดไปไกล   ความรัก  ความเข้าใจ  ความอดทนและความเสียสละจะช่วยให้ช่องว่างระหว่างพ่อ  แม่

ลูก ลดน้อยลงไปได้

                -  ความรัก  ความปรารถนาดี  และพร้อมเคียงข้างเสมอไม่ว่าเรื่องร้าย  หรือ ดี  ใช้สติในการกำกับ

ชีวิตให้อิสระในการดำเนินชีวิตของเขา  เชื่อมั่นในการสร้างพื้นฐานที่ดีให้เขา  ทำวันนี้ให้ดีที่สุดแล้วพรุ่งนี้จะ

ดีได้เอง  ให้ลูกรู้ตลอดเวลาว่ามีคนห่วงใยเขา  มีครอบครัว  มีพ่อ แม่   ที่รักและดูแลเขาแบบไม่มีเงื่อนไข 

ให้เขาเกิดความนับถือต่อตนเอง

โดย  นายแพทย์วิโรจน์   เยาวพลกุล