"8 บัญญัติการดูแลเส้นผม"
ฝนก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผมเสีย นอกเหนือจากแสงแดด คลอรีน ยิ่งเข้าฤดูฝนยิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเจอกับฝนและคงไม่มีสาวไหนอยากมีผมแห้งเสีย จึงนำเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ในการดูแลรักษาเส้นผมมาฝากสาวไทยด้วย 8 บัญญัติการดูแลเส้นผมง่ายๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน
1. เริ่มจากการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม ต้องมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีค่าความเป็นด่างที่สมดุล เช่น ครีมนวดผมต้องมีคุณสมบัติปรับสภาพเส้นผมให้ชุ่มชื่นและล้างออกได้ง่าย
2. เวลาสระผมจะต้องนวดหนังศีรษะไปพร้อมกัน เพราะจะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนโลหิตที่หนังศีรษะดีขึ้น ให้น้ำมันตามธรรมชาติไปหล่อเลี้ยงเส้นผม หรืออาจนวดระหว่างวันด้วยหวีแปรงไม้
3. เมื่อผมเปียกชื้นอาจเป็นปัญหาหนึ่งที่สาวๆ อย่างเราต้องกังวล เพราะเวลาผมแห้งก็จะฟู ฉะนั้นอาจพกไดร์เป่าผมตัวจิ๋วไว้ในกระเป๋าหรือที่ทำงานสักอัน นอกจากจะได้ผมสลวยแล้ว เป็นอีกทางหนึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นหวัดได้เป็นอย่างดี
4. เวลาเป่าผมให้แห้ง ควรเป่าผมจากบนลงล่าง เพราะเกล็ดผมจะเรียงตัวตามธรรมชาติ ทำให้เส้นผมเรียงตัวสวยและเรียบเงางาม ไม่ชี้ฟู
5. สาวใดที่นิยมไดร์ผมให้ตรง ดัดผมด้วยโรลไฟฟ้า และรีดผมด้วยไฟฟ้า ต้องระวังเรื่องไฟดูดและควรใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องเส้นผมจากความร้อนด้วยเสมอ
6. ถ้าจำเป็นต้องหวีผมขณะที่เปียก ควรใช้หวีซี่ห่างๆ จะช่วยให้เส้นผมขาดน้อยลงได้
7. การกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ช่วยให้เส้นผมมีสุขภาพที่ดีด้วยเช่นกัน ควรเลือกอาหารจำพวก ผัก ผลไม้ และควรดื่มน้ำให้มาก หลีกเลี่ยงอาหารที่ผ่านกระบวนการขัดสี รวมทั้งพยายามงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ ก็จะเรียกได้ว่าเป็นการบำรุงให้ผิวและผมสวยใสจากภายในสู่ภายนอกนั่นเอง
8. ถ้าต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรปกป้องเส้นผมจากแสงแดดด้วยการสวมหมวก หรือทาครีมปรับสภาพผมทิ้งไว้เมื่อต้องออกแดด จากนั้นค่อยล้างออกตามปกติ
นอกจากนี้ปัญหาของสภาพผมสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่าการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สะเปะสะปะ ซึ่งสามารถนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้ที่บ้านได้
- สาวผมมัน นำว่านหางจระเข้มาฝานเปลือกออก แล้วนำเนื้อเจลไปปั่น จากนั้นตักมา 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา และแชมพูที่ใช้อยู่อีก 1 ถ้วยตวง แล้วนำไปสระผมตามปกติ จะช่วยให้เส้นผมมีสมดุล ไม่แห้งและมัน
- สาวผมแห้ง นำอโวคาโด 1 ผล ปอกเปลือกและบดให้ละเอียด ผสมกับกะทิจนเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้หมักผมหลังจากสระผมเรียบร้อยแล้ว โดยนวดให้ทั่วศีรษะ ใช้หวีซี่ห่างๆ แปรงผมให้เป็นระเบียบ ทิ้งไว้ 15 นาทีจึงล้างออก
- สาวผมไม่มีน้ำหนัก ควรใช้น้ำส้มสายชูเศษหนึ่งส่วนสองถ้วยตวง ผสมน้ำเปล่า 1 ถ้วยตวงและน้ำมันอัลมอนด์ 1 ช้อนโต๊ะเข้าด้วยกัน จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มานวดเส้นผมและหนังศีรษะขณะเปียกให้ทั่ว ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วจึงล้างออก
- ส่วนสาวที่มีปัญหารังแค หลังจากสระผมด้วยแชมพูขจัดรังแคตามปกติแล้ว นำชาโรสแมรี่ที่ทิ้งไว้จนเย็นมาล้างผมในน้ำสุดท้าย หรือใช้ชาโรสแมรี่ผสมกับแชมพูในอัตราส่วน 70 ต่อ 30 หรือใช้แชมพูซึ่งมีส่วนผสมจากน้ำมันมานูก้า ทีทรี ไรม์ การสระผมทุกครั้งต้องแน่ใจว่าได้ล้างแชมพูออกจนหมด เพราะสารตกค้างจะเร่งให้หนังศีรษะผลิตน้ำมากและทำให้รากผมมัน เพียงเท่านี้เส้นผมก็จะสลวยเงางามมีสุขภาพดี
อ่านบันทึกแล้วได้ความรู้ดีมากเลยค่ะ :-)
ผมขอเสนอ สาระน่ารู้ สมทบครับ
การดูแลรักษาเส้นผม
การดูแลรักษาเส้นผมช่วยให้ผมมีสุขภาพดีอยู่เสมอ สุขภาพของเส้นผมขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ 4 ประการ คือ ความหนาแน่น ลักษณะของพื้นผิว รูปร่าง และสีผม คุณสมบัติเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะพันธุกรรม แต่สภาพของเส้นผมจะเป็นอย่างไรนั้น ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ได้แก่ สุขภาพ โดยรวมของร่างกาย อนามัยของเส้นผม การเลือกแชมพู และครีมนวด การดัดย้อม และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับเส้นผม เช่น หวี แปรง เครื่องดัด และ อื่นๆ
เส้นผมก็เหมือนกับเซลล์ผิวหนัง ที่สามารถงอกได้เร็วมาก โดยเแลี่ย ผมจะยาว 1/2 " (13 มม.) ต่อเดือน และงอกในตอนกลางคืน เร็วกว่ากลางวัน และในฤดูร้อนมากกว่าฤดูหนาว เส้นผมที่แข็งแรง จะมีลักษณะนุ่มเป็นมันเงา เพราะหุ้มไว้ด้วยชั้นปกป้องที่เรียกว่า ซีบัม (sebum) ซึ่งเป็นน้ำมันตามธรรมชาติ สร้างจากต่อมไขมันที่หนังศรีษะ อยู่ใกล้กับรากผมแต่ละเส้น เพื่อช่วยรักษาหนังศรีษะ ชั้นนอกให้อ่อนนุ่ม คงความชื้นที่หนังศรีษะ และหล่อลื่นเส้นผม นอกจากนี้ ยังป้องกันการแพร่ของแบคทีเรียที่มีอันตรายต่อหนังศรีษะได้อีกด้วย
เรารักษาสุขภาพของเส้นผมได้โดยการรักษาความสะอาดของหนังศรีษะ และกินอาหารที่สมดุลอย่างพอเพียง การสระผมไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวสำหรับทุกคน คนที่มีผมมัน เพราะต่อมไขมันทำงานมากกว่าปกติ อาจจะต้องสระผมบ่อยๆ หรือทุกวัน ส่วนคนที่หนังศรีษะแห้ง อาจใช้น้ำมันบำรุงหนังศรีษะก่อนที่จะสระผม
กระบวนการจัดแต่งผมที่มากเกินไป อาจทำให้ผมเสียได้ ถ้าเป็นคนสระผมบ่อย ควรใช้แชมพูอ่อน และเลือกชนิดที่ไม่มีสารฟอกล้าง (non detergent) ควรหลีกเลี่ยงความร้อน โรลม้วนผมที่มีหนามแหลม แปรงพลาสติก และหวีโลหะคมๆ เพราะทำให้เส้นผมขาด และเสียหายถึงราก ระวังอย่าให้เส้นผมโดนแดดจ้า คลอรีน และน้ำทะเลนานๆ หรือบ่อยๆ ซึ่งจะทำให้ผม และหนังศรีษะแห้ง
นอกจากนี้ การย้อมผม การกัดสีผม การดัดผม และการนวดผม ก็ทำให้ผมเสียได้ ถ้าจะหาซื้อน้ำยามาดัดผมเอง ควรทำตามคำแนะนำบนกล่องอย่างเคร่งครัด ถ้าทำสีผมชั่วคราว แล้วสระทิ้ง จะไม่เป็นอันตราย แต่การย้อมผมถาวร อาจเป็นอันตรายต่อหนังศรีษะ และสารเคมีอาจซึมไปถึงแกนของเส้นผม ซึ่งทำให้ผมเริ่มเสียจากบริเวณนั้น และยังอาจทำให้หนังศรีษะบวม และอักเสบได้
คำเตือน ก่อนใช้ยาย้อมผม ควรทดสอบก่อนเสมอ โดยทายาย้อมเล็กน้อยลงบนหนังศรีษะ บริเวณหลังใบหู หากมีอาการอักเสบภายใน 48 ชั่วโมง ไม่ควรใช้ยาย้อมชนิดนั้น
การกัดสีผมซ้ำๆกัน ด้วยสารเคมีที่มี ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ เป็นส่วนผสม จะทำให้ผมหยาบแห้งเปราะ และแตกปลาย ผมจะบางและสั้นลง เส้นผมแตกปลายเพราะขาดไขมัน และถ้ากัดสีผมจนถึงหนังศรีษะ เส้นผมก็จะยิ่งแห้ง แม้ว่าเส้นผมจะมันก็แตกปลายได้ และยังอาจทำให้เส้นผมหักกลาง ทำให้ผมขาดง่ายด้วย
ถ้าไม่ต้องการให้ผมแตกปลาย ให้เล็มปลายผมทุกๆ 2 สัปดาห์ ไม่เช่นนั้น จะมีผมแตกปลายร่นสูงขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงหนังศรีษะ ส่วนปลายผมที่รุ่งริ่งเล็มออกไม่ได้ ให้ใช้ครีมนวดผมชะโลมเฉพาะบริเวรที่แตกปลาย ไปจนกว่าจะยาวพอตัดได้
ผมหงอก สีผมของคนเราเกิดจากอัตราส่วนเม็ดสี 2 ชนิด ในเส้นผม คือ สีน้ำตาล-ดำ และ สีเหลือง-แดง เมื่อคุณมีอายุมากขึ้น เม็ดสีในเส้นผมจะน้อยลง ผมจึงกลายเป็นสีเทา ส่วนมากมักจะเป็นกับเส้นผมบริเวณเหนือใบหูก่อน แล้วค่อยๆลามไปทั้งศรีษะ อย่างไรก็ตาม การที่ผมจะหงอกเร็ว หรือหงอกมากน้อยแค่ไหน มักขึ้นอยู่กับปัจจัยทางพันธุกรรมเป็นส่วนใหญ่
ผมร่วง เป็นเรื่องปกติ การที่เส้นผมหลุดออกมาก็เพราะ มีผมเส้นใหม่งอกขึ้นมาใต้เส้นผมนั้น แต่ก็มีโรคบางอย่าง ที่ทำให้ผมร่วงมากผิดปกติ ในผู้หญิง บางครั้งจะมีผมร่วงจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนหลังคลอด หรือเลิกกินยาคุมกำเนิด ยาบางชนิดที่รักษามะเร็ง ก็ทำให้ผมร่วง ในกรณีนี้ อาจทำให้ผู้ป่วยใจเสีย แต่ไม่นานผมก็จะงอกขึ้นมาใหม่
ผมของผู้หญิงมักจะบางลงเมื่อถึงวัยหมดประจำเดือน และคงอยู่อย่างนั้น บางครั้งผมร่วงก็มีสาเหตุจากทรงผมที่ตึงจนเกินไป เช่น มัดผมเป็นหางม้า การม้วนผมจนตึง การนวดแรงๆ และการหมั่นแปรงผมมากเกินไป ไม่ควรใช้หวี หรือแปรงที่คม เพราะอาจทำให้เส้นผมขาด อย่าหวีหรือแปรงผมอย่างรุนแรง ขณะที่ผมยังเปียก ควรใช้ผ้าขนหนูค่อยๆซับให้แห้ง อย่าถือที่เป่าผมใกล้ศรีษะจนเกินไป ควรถือให้ห่างอย่างน้อย 15 ซม. และควรปรับความร้อนให้อยู่ในระดับปานกลาง หรือต่ำ ไม่ควรใช้ความร้อนสูง ในรายที่เป็นรังแคไม่มาก ให้ใช้มะนาวผ่าครึ่ง ใช้ทั้ง 2 ซีก ถูหนังศรีษะให้ทั่ว ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วสระออก หรือใช้นมเปรี้ยวแทนก็ได้ ควรจะลองทำทีละวิธี เพื่อดูว่าแบบไหนเหมาะกับคุณมากกว่า
หมายเหตุ ข้อมูลจาก หนังสือเรื่อง บำบัดโรคด้วยการแพทย์ทางเลือก สำนักพิมพ์ รีดเดอร์ส ไดเจสท์ (ประเทศไทย) จำกัด