การนำค่าความดันโลหิตเฉลี่ย ต้องวัด 2 ครั้ง ค่าไม่ต่างกันเกิน 5 มม.ปรอท ถ้าเกินก็ต้องวัดครั้งที่ 3 ต่อ

วิธีคิดค่าความดันโลหิตเฉลี่ย

                นับแต่วันที่ทีม PCT กำหนดว่า เพื่อให้มีมาตรฐานตรงกันแล้ว ต้องวัดความดันโลหิต 2 ครั้ง แล้วหาค่าเฉลี่ย (หลังจากให้ผู้ป่วยนั่งพัก 30 นาที) ก็เกิดปรากฏการณ์ เครื่องคิดเลขไม่พอใช้ขึ้นมา สิจึงมาแนะนำวิธีการคิดแบบเร็วโดยไม่ต้องใช้เครื่องคิดเลขมาฝากกัน จริง ๆ แล้วถ้าสังเกตสักนิดจะพบว่า เรานำค่าที่ต่างกันไม่เกิน 5 มม.ปรอท ของ BPd หรือเป็น BPs  ก็ตาม ตัวเลขในหลักสิบและหลักร้อยถ้าวัดได้เท่ากันแล้ว เมื่อนำมาบวกกันหารด้วย2 มันจะมีค่าเท่าเดิมเสมอ เราจึงนำตัวเลขหลักหน่วยมาคิดเพียงค่าเดียวก็พอ ซึ่งถ้าไม่เกิน 5 มันก็จะเป็นค่ากึ่งกลาง เปรียบเหมือนนิ้วมือ 5 นิ้ว นิ้วกลางคือค่ากึ่งกลาง ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น

วัดความดัน Systolic ครั้งที่1  = 154                                 

                           ครั้งที่ 2 = 152                                                     

 เลขหลักสิบ และ เลขหลักร้อยมีค่าเท่ากันชัวร์ ๆ  แบบไม่ต้องคิดมาก เราก็มาดูหลักหน่วยอย่างเดียว ห่างกันไม่เกิน 5 จุด ค่ากลางระหว่าง 2 – 4  คือ  3 เพราะฉนั้น ค่าBPs เฉลี่ยคือ 153  

Dyastolic               ครั้งที่ 1  = 78           

                           ครั้งที่ 2 =  81

โจทย์นี้คิดเพิ่มอีกนิดเพราะเลขหลักสิบไม่เหมือนกัน ห่างกัน 3 ตำแหน่ง

78                79             80             81    

----------------------79.5--------------------------              

 

ค่ากลางของมันคือ 79.5 mm.hg.แต่เวลาบันทึกลงคอมฯ ไม่มีจุดทศนิยม เราจะลง 79 หรือ 80 ดีคะ...

ค่าBP ผู้ป่วยรายนี้เฉลี่ยแล้ว = 153/79.5 มม.ปรอท

ข้อสังเกตอีกอย่าง ถ้าเลขหลักหน่วยเป็นเลขคู่+คู่, คี่+คี่  ทั้ง 2 ค่า ค่าเฉลี่ยก็ต้องเป็นเลขคู่ ถ้าหลักหน่วยเป็นเลขคี่+คู่ ค่าเฉลี่ยออกมา ต้องเป็นจุดทศนิยม 0.5 อย่างไม่มีทางเป็นอื่นได้เลย

การคิดเลขในใจเหมือนเป็นการบริหารสมองช่วยความจำ พอทำบ่อย ๆ เข้า พอเห็นเลขปุ๊บรู้ปั๊บ คล้าย ๆ คนเล่นไพ่น่ะ หวังว่าต่อไปนี้พยาบาลคงไม่ต้องถามหาเครื่องคิดเลขกันอีกแล้วนะคะ/ สินีนาถ