การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม

การรักษาบำบัดรักษาทดแทนไตด้วยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม

       การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมจะช่วยกำจัดของเสียจากร่างกาย ควบคุมสมดุลของน้ำ เกลือแร่ และกรดด่างในผู้ป่วยให้กลับสู่ภาวะปกติ 

       การฟอกเลือดทำโดยการดึงเลือดผ่านวงจรนำเลือดออกจากร่างกายส่งผ่านเข้าไปในตัวกรอง เพื่อกรองของเสียในร่างกายออกก่อนนำเลือดคืนกลับสู่ร่างกาย ฟอกเลือด ๒ ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละประมาณ ๔ ชั่วโมง   

                                  ฟอกเลือด 

 

       ตอนเริ่มฟอกไตครั้งแรกแรก  แพทย์จะทำเส้นฟอกเลือดชั่วคราวที่คอก่อน  หลังจากนั้นจึงไปทำเส้นที่แขน  

 

สายสวนเส้นเลือดดำ เพื่อฟอกเลือดชั่วคราวที่คอ
(Double lumen venous catheter for temporary access)

catheter

       ถ้าไตเสื่อมอย่างรวดเร็วจนไม่มีเวลารอการผ่าตัดเส้นเลือดได้ก่อน  อาจจะไตวายฉับพลัน  ซึ่งอาจเกิดจากการท้องเสีย   จำเป็นต้องใช้สายสวนเส้นเลือดดำ เพื่อฟอกเลือดชั่วคราว วิธีนี้ไม่อยู่ถาวร อาจจะอุดตัน ติดเชื้อและทำให้เส้นเลือดดำที่สวนตีบตันได้ ถ้าจำเป็นต้องฟอกเลือดเร่งด่วนการใช้สายส่วนนี้ก็สามารถอยู่หลายสัปดาห์  

 

 

การผ่าตัดต่อเส้นเลือดสำหรับการฟอกเลือด

การผ่าตัดต่อเส้นเลือดมี ๒ ชนิดคือ  

 

1. การผ่าตัดต่อเส้นเลือดโดยใช้เส้นเลือดผู้ป่วยเอง

(Arteriovenous fistula, AV fistula, AVF)

       วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุด ถ้าคุณมีเส้นเลือดโตเหมาะสมและมีเวลาเพียงพอ เพราะหลังผ่าตัดต้องใช้เวลารอให้เส้นเลือดที่ต่อโตพอที่จะใช้ได้ (อาจหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน) แต่ถ้าสามารถใช้ได้แล้ว ภาวะแทรกซ้อนจะน้อยกว่า   และอายุการใช้งานจะนานกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับชนิดอื่นโดยรวม

               

 

                              ผ่าตัดต่อเส้นเลือดโดยใช้เส้นเลือดผู้ป่วยเอง 

       แพทย์จะต่อเส้นเลือดดำเข้ากับเส้นเลือดแดงโดยตรงที่บริเวณข้อมือหรือข้อศอกจะทำให้แรงดันเลือดจากเส้นเลือดแดงไหลเทเข้าเส้นเลือดดำ จะทำให้เส้นเลือดดำที่แขนโตและแข็งแรงขึ้นจนสามารถใช้เข็มเบอร์โตแทง เพื่อการฟอกเลือดได้ การผ่าตัดมักจะใช้การฉีดยาชาเฉพาะที่ 

คำแนะนำหลังผ่าตัดต่อเส้นเลือดเพื่อฟอกเลือด
(Arteriovenous fistular, AVF)
 

  1. เป็นการผ่าตัดเชื่อมต่อเส้นเลือดดำและเส้นเลือดแดงที่ข้อมือหรือข้อศอกของแขนผู้ป่วย
  2. แผลอาจมีเลือดซึมได้
  3. ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทำแผล เว้นแต่แผลซึมมากหรือผ้าคลุมแผลสกปรก
  4. โดยปกติจะนัดตัดไหม 10 - 14 วัน
  5. อย่าให้แผลเปียกน้ำ
  6. หลังจากผ่าตัด 4 - 5 วัน ให้บริหารมือโดยบีบลูกยางหรือบอลบ่อยๆ เพื่อที่จะช่วยให้เส้นเลือดโตเร็วขึ้น
  7. ห้ามวัดความดันหรือแทงน้ำเกลือแขนข้างที่ผ่าตัดเส้นเลือด
  8. ห้ามสวมนาฬิกา กำไล หรือสายรัด ที่จะกดทับบริเวณเส้นเลือดแขนข้างที่ผ่าตัด  

 

2. การผ่าตัดต่อเส้นเลือดโดยใช้เส้นเลือดเทียม  

(Arteriovenous bridge graft, AVBG, AVG)

 

 

                                   ผ่าตัดต่อเส้นเลือดโดยใช้เส้นเลือดเทียม

         วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเส้นเลือดขนาดเล็ก  ไม่เหมาะสมที่จะผ่าตัดด้วยวิธีแรก คุณจะต้องใช้เส้นเลือดเทียมฝังใต้ผิวหนังที่แขนสามารถใช้ได้ภายใน 2 - 3 สัปดาห์ โดยรวมแล้วปัญหาในการใช้งานอาจจะมากกว่าแบบแรก แต่ถ้าดูแลดีสามารถใช้ได้นานอาจจะหลายปี  

คำแนะนำหลังผ่าตัดต่อเส้นเลือดฟอกเลือดโดยใช้เส้นเลือดเทียม
(Arteriovenous bridge graft, AVBG)
 

  1. เป็นการผ่าตัดโดยใช้เส้นเลือดเทียมต่อระหว่างเส้นเลือดแดงและเส้นเลือดดำในแขนหรือขาของผู้ป่วย
  2. อาการปวดและบวมเป็นเรื่องปกติ เพื่อลดอาการปวดและบวม ควรยกแขนสูงโดยหนุนหมอนให้สูงกว่าระดับหัวใจใน 24 - 48 ชม. แรก ห้ามใช้ความร้อนประคบ
  3. ที่แขนอาจจะมีฟกช้ำจ้ำเลือด จะรู้สึกอุ่น อาจมีเลือดซึมจากบาดแผล
  4. ถ้าจำเป็นก็ทานยาแก้ปวด
  5. ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทำแผล เว้นแต่แผลซึมมากหรือผ้าคลุมแผลสกปรก
  6. โดยปรกติจะนัดตัดไหม 10 - 14 วัน
  7. อย่าให้แผลเปียกน้ำ
  8. หลีกเลี่ยงการงอข้อศอกมากๆ จะทำให้รบกวนต่อการไหลเวียนกลับของเลือด
  9. ให้มาพบแพทย์ถ้ามีอาการดังต่อไปนี้
  • มีอาการชา หรือปวดที่มือ
  • ปวด บวม แดง มากขึ้น
  • แผลมีเลือดซึมออกมาไม่หยุด
  • มีไข้สูง

  

อาหารสำหรับผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม  

การกินอาหารอย่างเหมาะสมจะช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และผู้ป่วยสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพในการฟอกเลือด
หลักในการเลือกกินอาหารในผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมดังนี้   

·         ควรบริโภคอาหารที่มีโปรตีนสูง ได้แก่ เนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อปลา เพื่อได้รับโปรตีนเพียงพอกับความต้องการ  

                                   

·         จำกัดอาหารที่มีปริมาณโปแตสเซียมสูง ได้แก่ ผัก และผลไม้ ได้แก่ มันฝรั่ง ฟักทอง มะเขือเทศ  กล้วย ส้ม ลูกพรุน ลูกเกด ฝรั่ง  

                                       

·         จำกัดน้ำดื่ม เนื่องจากการดื่มน้ำมากจะทำให้เกิดภาวะน้ำเกินในร่างกาย เกิดอาการบวม และความดันโลหิตสูง และเกิดปัญหาได้บ่อยขณะทำการฟอกเลือดคือ การเกิดตะคริว และความดันโลหิตต่ำ  

·         หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม เนื่องจากความเค็ม หรือโซเดียมจะกระตุ้นให้ผู้ป่วยหิวน้ำบ่อยจะเกิดภาวะน้ำเกินภายในร่างกาย อาการบวม และความดันโลหิตสูงตามมา  

 

·         จำกัดอาหารที่มีปริมาณฟอสเฟตสูง ได้แก่  นม เนย ถั่ว ขนมปัง  น้ำอัดลมสีเข้ม

 

 

 

ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ดังนี้

http://www.thailabonline.com/sec6hemodialysis2.htm
http://www.ekachonhospital.com/index.php/2008-05-23-07-54-19
http://blogger.sanook.com/engine/
http://www.piyavate.com/hemodialysis_th.php
http://www.thailabonline.com/sec6hemodialysis.htm
http://webboard.mthai.com/7/2007-06-11/327718.html
http://www.dmc.tv/forum/lofiversion/index.php/t16637.html
http://www.bangkokhealth.com/index.php/2009-01-19-03-16-26/1067-2009-01-22-04-15-57
http://healthy.moomthai.com/%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B0%20%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2/detail53-1.html
http://www.cheewajit.com/articleView.aspx?cateId=9&articleId=1605