แนวคิดเรื่อง “จังหวัดจัดการตนเอง” เกิดจากภาวะโครงสร้างทางสังคมปัจจุบันที่รวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง รวมไปถึงการจัดสรรทรัพยากรที่ไม่เป็นธรรม ถึงแม้จะมีการกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบ อบจ., เทศบาล, อบต. ก็ตาม แต่ก็ยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมด ชาวบ้านก็ยังเข้าไม่ถึงทั้งอำนาจและทรัพยากร แต่ขณะเดียวกันเราก็พบว่าในระดับชุมชนพื้นที่ต่างๆ ได้มีการจัดการตนเองที่หลากหลาย เช่น การจัดการป่า การจัดการน้ำ การจัดการภาคการเกษตร การจัดสวัสดิการชุมชน การจัดการปัญหายาเสพติด การจัดการปัญหาโรคเอดส์ เป็นต้น บทเรียนเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นว่าประชาชนสามารถจัดการตนเองได้ในระดับหนึ่ง หากยกระดับการเรียนรู้ไปสู่การจัดการในระดับที่ใหญ่ว่า นั่นคือระดับจังหวัด ที่เรียกว่า “จังหวัดจัดการตนเอง” ก็จะนำไปสู่การจัดการที่มีพลังมากขึ้น อันจะนำไปสู่การพึ่งตนเอง และลดปัญหาที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานเรื่องการรวมศูนย์อำนาจและการกระจายทรัพยากรที่ไม่เป็นธรรมได้ การจัดการตนเอง เป็นการสร้างภาคประชาชนให้มีความเข้มแข็ง และเปิดช่องนโยบายให้ประชาชนมีส่วนร่วม
จากเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ว่าจะขับเคลื่อนจังหวัดน่านไปสู่จังหวัดจัดการตนเองได้อย่างไร มีประเด็นที่น่าสนใจหลากหลายเรื่อง อาทิเช่น
แลกเปลี่ยนวิกฤตเมืองน่าน
q อาหาร : ไม่เพียงพอ / ไม่ปลอดภัย /ผลิตเพื่อส่งออก
q พลังงาน : แย่งชิงน้ำมันช่วงเกิดปัญหาวิกฤต
q คน : ที่เป็นกลไกขับเคลื่อน / มีใจทำงาน /
q ผูกขาดการค้าสินค้าทางการเกษตร : ข้าวโพด
q หนี้สินภาคเกษตรกร
q สิทธิ์ : สิทธิ์ในที่ดินทำกิน /ที่อาศัย
แลกเปลี่ยนแนวทางสู่จังหวัดจัดการตนเอง : จังหวัดน่าน
n สร้างความมั่นคงทางอาหาร
n จัดการทรัพยากรธรรมชาติ
n การดูแลด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ขยะ
n อนุรักษ์วัฒนธรรม
n ใช้ต้นทุนเดิม “สิ่งดีๆ” ที่มีอยู่แล้ว เช่น ศูนย์เรียนรู้ , เครือข่ายกลุ่มองค์กร
n เชื่อมโยงพลังเครือข่ายในจังหวัดครอบคลุมทุกพื้นที่
n มีตัวแทนที่กระจายทุกพื้นที่ ทุกประเด็นงาน
n หาศูนย์กลางประสานงานที่ชัดเจนและกระจายอยู่ทุกพื้นที่
n มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “รวมกลุ่ม” ส่งต่อหรือสื่อสารสู่องค์กร/หน่วยงานที่มีหน้าที่จัดการ และสร้างการยอมรับร่วม
n มีกลไกที่เหมาะสมและสอดคล้อง มีกลไกกลางเชื่อมประสาน มีการรวมกลุ่ม มีการรวมทุน
n ควรเป็นประเด็นร่วมของคนเมืองน่าน / มีองค์กรเมืองน่านที่มั่นคง/ทบทวนตนเองในแต่ละช่วงเวลา”
n ขับเคลื่อนด้วยการจัดการระบบข้อมูลและความรู้ที่มีประสิทธิภาพ/ถูกต้องทุกระดับ
n ข้อมูลเชิงตัวเลข
n ใช้ประโยชน์ข้อมูลเป็นฐานในการจัดการและแก้ปัญหา/จัดทำแผนพัฒนา
n ยอมรับข้อมูลร่วมกัน
n ศูนย์รวมข้อมูล
n สำรวจ/วิจัย/สร้างการเรียนรู้
n ถอดบทเรียน/องค์ความรู้พื้นที่และเครือข่ายที่เข้มแข็ง
n การขยายผล การสื่อสารและเผยแพร่ “ต้นแบบและสิ่งดีๆ”
n แผนพัฒนาของคนเมืองน่านได้รับการยอมรับและนำไปสู่การปฏิบัติ
n มีกฎกติการ่วมในการขับเคลื่อน
n สร้างความมั่นคงทางอาหาร “มีกินอย่างยั่งยืน”
n ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น ปุ๋ยเคมี
n การจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า(ความเชื่อมโยง)
n สร้างชุมชนเข้มแข็ง มี พรบ.รองรับแนวทางการจัดการตนเอง
n คนและกลไกกลางในการขับเคลื่อนที่มีกฎหมายรองรับ / มีระบบการบริหารจัดการที่ดี
แลกเปลี่ยนเป้าหมายสุดท้ายของจังหวัดจัดการตนเอง
n สร้างความมั่นคงทางอาหาร “มีกินอย่างยั่งยืน”
n การจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า
n การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
n การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม
n การบริหารจัดการคนและกลไกกลางในการขับเคลื่อน
n ขับเคลื่อนด้วยการจัดการระบบข้อมูลและความรู้ที่มีประสิทธิภาพและยอมรับร่วมกัน
q มีข้อมูลเชิงตัวเลข
q ข้อมูลจากการสำรวจ/วิจัย
q ข้อมูลวิชาการจากการถอดบทเรียน/องค์ความรู้
q สร้างการเรียนรู้และการขยายผล
q ศูนย์กลางข้อมูลระดับจังหวัด
การแลกเปลี่ยนการเคลื่อนงานในพื้นที่จังหวัดน่าน
n เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับจังหวัด(ทุกกลุ่ม เครือข่าย ทุกหน่วยงานรัฐและท้องถิ่น)ที่ต่อเนื่อง
q นำเสนอผลงานของแต่ละเครือข่าย
q แนวทางการขับเคลื่อนของแต่ละเครือข่าย
q ทำ MOU การขับเคลื่อนงานระหว่างองค์กรชาวบ้านกับหน่วยงานรัฐ
n Mapping ข้อมูลพื้นที่ทำงานแต่ละเครือข่าย
n การบริหารจัดการเครือข่ายตนเองให้ชัดเจน
n กลไกการบริการจัดการกลาง
q มีบทบาทในการเชื่อมโยงทุกเครือข่าย
q ทุกเครือข่ายมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ
n สร้างพลัง(รวมคน รวมทุน รวมภาคี)
n ถอดบทเรียนงานพัฒนา(มีชุดองค์ความรู้ที่เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน)
n สร้างความเข้าใจและสร้างการมีส่วนร่วมกับคนในพื้นที่ / รัฐ /ท้องถิ่น
n เชื่อมโยงและประสานความร่วมมือกับรัฐ/ท้องถิ่น(ตัวแทนระดับตำบล อำเภอ จังหวัด)
n การจัดการและแก้ปัญหาเรื่องสิทธิ : กรรมสิทธิ์ที่ดินทำกิน/การจัดการแนวเขต/ลดปัญหาเรื่องการแย่งชิงน้ำ
n เสนอแนวทางการจัดการปัญหา/แผนพัฒนาต่อระดับนโยบายจังหวัด
n สื่อสารสิ่งดีๆสู่วงกว้าง เช่น เว็บไซด์ สื่อทางเลือก
สรุป
n “เป็นเรื่องร่วม” ที่ต้องก้าวข้ามความเป็นองค์กร เครือข่าย ทำให้เป็น “วาระของประชาชน”
n เป็นการสร้างอำนาจความรู้ ยกระดับสู่การยอมรับ / คืนอำนาจให้ท้องถิ่นจัดการตนเอง นำไปสู่การปฏิรูปประเทศ
n การจัดการตนเองทั้งระบบ ลดปัญหาความเลื่อมล้ำระหว่างเมืองและชนบท
n มีกัลยาณมิตรที่หลากหลายกลุ่ม
n ข้อเสนอ
q จัดกลไกขับเคลื่อนเรื่องจังหวัดจัดการตนเอง
q วางจังหวะก้าวการพัฒนาเป็นแผนงานและเป้าหมาย

ข้อเสนอจังหวะก้าว “ปฏิรูปประเทศไทย : น่านจัดการตนเอง”
n จัดกลไกขับเคลื่อนเรื่องจังหวัดจัดการตนเอง
q ทีมข้อมูล(สำรวจทุนภายในและภายนอก รวบรวม จัดระบบ) : ทีมฮักเมืองน่านและศูนย์เรียนรู้ต่าง ๆ (คุณถนัด คุณสำรวย แป้ง)
q ทีมขับเคลื่อน นโยบาย กฎหมาย: ขับเคลื่อน เรื่อง พรบ.จังหวัดจัดการตนเอง หาแนวร่วม ประมวล สังเคราะห์ข้อมูล (อ.สุภาวดี, ป้าพยอม, สนิท2)
q ทีมสื่อ : กลไกของการสื่อสาร รณรงค์เพื่อผลักดันกฎหมาย
n www.jokonan.org / www.chumchontai.com / www.fm102nan.com
q คณะกองเลขาฯ: (คณะทำงานศจพ.)
q สถานที่ประสานงาน : ศจพ.ปชช. ณ กองช่าง อบจ.น่าน
........................................................
จากบันทึกเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้จังหวัดจัดการตนเอง : จังหวัดน่าน
วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓
ณ ห้องประชุมมูลนิธิปิดทองหลังพระ จ.น่าน
เข้ามาเยี่ยมเยียนจ๊าาา สบายกันดีทุกคนนะคะ
คิดถึงกิจกรรมที่เมืองน่านเหมือนกันค่ะ
อยากกลับน่าน อยากมีส่วนร่วมกับกิจกรรมคนเมืองน่านอีก
ได้แต่ส่งกำลังใจมาให้นะคะ
ตอนนี้กลายเป็นสาว กทม. ไปแล้ว แต่ยังไม่เคยลืมพี่ๆ ที่ สสจ.น่าน และคนเมืองน่านจ๊าาา
น้องนงค์.......
ว่างๆ แวะเยี่ยมเยียนได้ที่สำนักงานอัยการสูงสุดนะคะ......คิดถึงทุกคนม๊ากกกกมากค่ะ