เมื่อไปถึงชั้นที่หกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์จริงๆ

  วันเสาร์ ที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปร่วมงานหมั้นของน้องแป๋ม และน้อง เต๋า ที่ อ.เสลภูมิ  จังหวัดร้อยเอ็ด   อยู่ติดกับ อำเภอ โพนทอง  ซึ่งน้องทั้งสองก็เป็นน้องที่สนิทสนมกับครอบครัวของเรามาก   ก็ขอแสดงความยินดีกับน้องทั้งสองคน อีกไม่นานคงจะมีข่าวดี ให้เราไปร่วมงานกินดอง

หลังจากร่วมงานหมั้นแล้ว และทานข้าวกกลางวัน พวกเรา มีรถตู้ญาติพี่น้องของฝ่ายชายเกือบ 10 คน และพี่ๆ น้องๆ ของเรา รวม 8 คน ก็ได้ เดินทางไปต่อ ที่อำเภอ หนองพอก  เพื่อไปนมัสการ พระมหาเจดีย์ชัยมงคล เราเดินทางไปถึงเวลา 14.30 น. แค่ได้เห็นภายนอกกได้เห็นความสวยงามและยิ่งใหญ่ของพระมหาเจดีย์ก็รู้สึกโชคดีที่มีโอกาสได้ไปเห็นเป็นบุญตา  จึงอยากจะขอเล่าถึงประวัติความเป็นมาซักเล็กน้อย

วัดเจดีย์ชัยมงคล ตั้งอยู่ในตำบลผาน้ำย้อย อำเภอ หนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด

 ประวัติความเป็นมา  

จากการประชุมคณะสงค์สายธรรมยุตภาคอิสาน 19 จังหวัดได้พิจจารณาเห็นว่าอิสานเป็นดินแดนถิ่นกำเนิดพระธรรมยุตจำนวนมาก  แต่หลักฐานเกี่ยวกับประวัติ รวมทั้งคำสอนต่างๆอยู่กระจัดกระจาย

 จึงเห็นว่าควรให้มีการรวบรวมไว้ในสถานที่เดียวกัน เพื่ออนุรักษ์แนวคำสอนในสายธรรมยุตไว้ให้แก่อนุชนรุ่นหลัง  และเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้เข้าใจอย่างลึกซี้งในแนวคำสอนผ่านทางการศึกษาประวัติศาสตร์ของครูอาจารย์เหล่านี้

พุทธสถานที่จะสร้างขี้นนี้จะกลายเป็นศูนย์รวมพุทธศาสนิกชนต่อไป

  โดยมีพระเทพวิสุทธิมงคล (หลวงปู่ศรี มหาวีโร ) แห่งวัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) เป็นผู้นำในการก่อสร้างสถานที่ โดยพิจจารณาเห็นว่าพื้นที่บริเวณภูเขาเขียวในอำเภอหนองพอกมีความเหมาสมหลายประการ มีพื้นที่ป่ากว่าสองหมื่นไร่ และเป็นที่ธุดงค์แลปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐาน  เหมาะเป็นที่ตั้งพุทธสถานที่สำคัญ ประกอบด้วยสองส่วนหลัก

ส่วนแรก คือวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธ์วนารามสร้างบนพื้นที่กว่า 2500 ไร่  มีอาคารเอนกประสงค์ตั้งอยู่บนไหล่เขา กว้าง 40 เมตร ยาว80มตร และสูงถึง109 เมตร

ส่วนที่สองคือพระมหาเจดีย์ชัยมงคล กว้าง 101 เมตร  และสูงถึง 109 เมตร

เพื่อระลึกถึงพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และส่วนพระมหาเจดีย์ สร้างจากทองคำหนัก 4,750 บาท (60 กิโลกรัม) สร้างบนพืนที่101 ไร่

ภายในพระมหาเจดีย์ชัยมงคล แบ่งเป็น 6 ชั้น

ชั้นที่ 1 เป็นห้องโถงเอนกประสงค์

ชั้นที่ 2 เป็นที่ประชุมคณะสงค์ โดยมีภาพพุธประวัติ

ชั้นที่ 3  พระอุโบสถ ประดิษฐานรูปเหมือนของพระเถระ จำนวน 101 รูป

ชั้นที่ 4 เป็นจุดชมทัศนียภาพ โดยรอบภูเขาเขียว

ชั้นที่ 5 เป็นบันไดเวียน 119 ขั้น

ชั้นที่ 6  ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและอัฐิครูบาอาจารย์รวมทั้งอัฐบริขารของหลวงปู่ศรี

ต้องบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่ไปไหว้พระแล้วกลับมาบันทึกเรื่องราวประวัติความเป็นมาของสถานที่ที่เราได้ไป  ได้เห็น  ได้รับรู้เก็บไว้  และยังได้มาบอกกล่าวให้ทุกท่านที่มีโอกาสไปจังหวัดร้อยเอ็ดได้ไปนมัสการ และไปเที่ยวชม ซึ่งเป็นสถานที่ที่งดงามมากจริงๆและยังคงรอรับบริจาคเพื่อสร้างต่อ  เหลืออีกประมาณ20 เปอร์เซนต์ ก็จะสร้างเสร็จเรียบร้อย...บางคนบอกว่าเมื่อขึ้นไปถึงชั้นที่หกแล้วเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ จริงๆค่ะ