...ม่านแห่งทวิลักษณ์ที่ควรเรียนรู้...

 

 

 

 

 

 

"ผู้คนส่วนใหญ่มักมีความคิดในทำนองนี้  เพราะว่าเมื่อเราพูดถึงศาสนธรรม  เรา

มักคิดว่าเรากำลังต่อสู้กับความชั่วร้ายทว่าศาสนธรรมที่แท้ไม่ใช่การทำสงคราม

ทว่าเป็นการฝึกฝนอหิงสธรรมขั้นสูงสุด เราไม่ควรมองว่าส่วนใดส่วนหนึ่งในตัว

เราเป็นทรชน เป็นดังศัตรูร้าย แต่เราควรใช้ทุกสิ่งที่มีอยู่ให้เป็นดังส่วนหนึ่ง

ของกระบวนการธรรมชาติของชีวิต ในทันทีที่แนวคิดเกี่ยวกับการแบ่งขั้วระหว่าง

ดี-เลวอุบุติขึ้น เราจะติดอยู่ใต้กับดักแห่งวัตถุนิยมทางศาสนธรรม อันเป็นไปเพื่อ

การได้รับความสุขความสมหวังในแบบพื้นๆ เพื่อใช้หล่อเลี้ยงอัตตา ตัวตน ด้วย

เหตุนี้ม่านแห่งทวิลักษณ์จึงไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่เราต้องทำลายล้างหรือขจัดออก

ทว่าด้วยการแลเห็นห้วงอารมณ์ดังที่มันเป็น ทำให้เรามีวัตถุดิบที่จะใช้ฝึกฝนตน

อย่างสร้างสรรค์ และ นำไปสู่การประจักษ์ว่าแนวคิดแห่งสังสารวัฏนี้ย่อมต้องอิง

อาศัยอยู่กับแนวคิดนิรวาณ และแนวคิดเรื่องนิรวาณก็ต้องอาศัยแนวคิด

สังสารวัฏเช่นกัน สภาวะทั้งคู่นี้ล้วนอิงอาศัยซึ่งกันและกัน หากปราศจากอวิชชา

เสียแล้วย่อมไร้ซึ่งปัญญาด้วยเช่นกัน"

 

 

 

เชอเกียม ตุรงปะ รินโปเช

วัชราจารย์ชาวทิเบต

 

 

 

 

ขอบคุณภาพจาก www.kapook.com ครับ...