Organization Development

วันนี้จะเป็นเรื่องเล่าจากประสบการณ์สมัยเป็นเด็กเนิ๊ด ของผมครับ อ่านแล้วผมมีคำถามตอนท้ายครับ

เรื่องนี้ผมเอามาจากประสบการณ์ชีวิตของผมครับ ผมเองเคยประดิษฐ์กล้องดูดาวไว้ดูเองครับ ผมทำได้สมัยผมอยู่ม. 2 แล้วครับ

ปฐมเหตุมาจากบ้านเดิมผมอยู่ติดกับบ้านพี่หนุ่ย พี่หนุ่ยเป็นนักประดิษฐ์ครับ ผมเองผมก็ชอบวิทยาศาสตร์ จำได้ว่าชอบซื้อหนังสือมิติที่ 4 มาอ่านตั้งแต่ป. 2-3 ตอนนั้นมีอีกเล่มชื่อทักษะและสิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ตอนนี้สองเล่มนี้ กลายเป็นนิตยสาร Update และตอนนี้ไม่รู้ยังมีอยู่รึเปล่า

หนังสือทักษะ มักมี Model ของเล่นวิทยาศาสตร์ งานประดิษฐ์ มาให้ลองทำอยู่เรื่อยๆครับ ผมก็ชอบทำจรวด เครื่องบิน ประหลาดไปอวดเพื่อนๆที่โรงเรียน ส่วนพี่หนุ่ยไปไกลกว่า พี่ท่านแก่กว่าผมหลายปี พี่ท่านเล่นเครื่องบินบังคับ ครับ ต่อเองเลย ผมก็เอาบ้าง (โตมาเราไปเรียนวิศวไฟฟ้าเหมือนกันครับ)

-----------------------------------------------------------------------

แต่ที่มันส์กว่าก็คือ ตอนผมอยู่ม. 2 ที่โคราชครับ ตอนนั้นดาวหาวฮัลเลห์มา หนังสือทักษะเลยเอาแบบกล้องดูดาวมาลง ผมได้แรงบันดาลใจครับ อยากทำดู  

ผมก็เปิดแบบมาดู มีแบบมา ก็ มึนส์ครับ แบบ Perfect แต่เข้าใจว่ามันอลัง จัง ทำตามไม่เป็น

แต่ก็ตัดสินใจทำตามแบบที่เข้าใจ (พี่หนุ่ยก็ทำกล้องดูดาวครับ แต่ไม่อยากขอให้พี่หนุ่ยช่วย เพราะคุยกับพี่ท่านไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่เคยไปเยี่ยมชมกล้องของพี่เขาที่ shop ของพี่ท่าน -ที่บ้านคุณพ่อพี่เขาสร้างห้อง Shop สำหรับเป็นที่ทำงานประดิษฐ์ ให้พี่หนุ่ยครับ)

ก็เริ่มไปหาซื้อเลนส์ ซื้อท่อน้ำ ให้เขาตัดมาพอดี

เอาละครับ ปรากฏว่าไม่รู้ไปถามยังไง ได้ลำกล้องใหญ่กว่า แบบครับ ใหญ่กว่าเป็นนิ้ว แถมไม่มีท่อลด เหมือนในแบบครับ

ก็ต้องดัดแปลง ไม่รู้จะทำยังไง ปรากฏว่าแถวบ้านมีฝรั่ง คุณป้าภรรยาฝรั่งแกใจดี จำไม่ได้ว่าไปคุยอะไรกับคุณป้า เธอเลย บอกสามีเธอให้ช่วยทำช่องเสียบท่อสำหรับเลนส์ตา แทนท่อลด

ในที่สุดก็ทำได้ครับ  ได้กล้องครบองค์ประกอบแล้วครับ ส่องได้ แต่ขาดผ้ากำมะหยี่สีดำ ช่วยดูดแสง ผมเลยดัดแปลงเอากระดาษสีดำม้วนใส่ไปแทน ครับ ที่สุดก็ต้องเอาออกมา เพราะมันจ้าครับ ส่องดาวดูไม่เห็นสักดวง (คิดว่าน่าจะใช้แทนกันได้ เพราะสีดำเหมือนกัน)

ในที่สุดก็ต้องไปเดินหาซื้อผ้ากำมะหยี่ สีดำจนได้ พอใส่เข้าไปส่องดูดาวคราวนี้เห็นชัดเลยครับ

ครับ เหลืออย่างเดียว ขาตั้งกล้อง เลยทำเอง เนื่องจากไม่เป็นช่างมาก่อน ต่อเอง กลายเป็นกล้องขาเป๋ ก็เอาละ พอหยวน

ก็เอามาส่องดูดาวได้ ไม่เท่ห์ไม่เป็นไร ในที่สุดเนื่องจากบ้านอยู่ใกล้ร้านขายของชำ สามีเจ้าของร้านเป็นเจ้าของร้านรับเชื่อมอะไรไม่ทราบ พี่เขาเห็นผมดูทุลักทุเล ก็เลยบอกว่าจะทำให้ไหม ขาตั้งกล้องนะ ผมก็เกรงใจเลยถามว่าพี่เขาคิดเท่าไร พี่เขาบอกว่า 250 บาท OK ครับ

ในที่สุดผมได้กล้องดูดาวสมใจครับ และดีด้วย แต่ไม่สามารถเห็นดาวหางฮัลเล่ห์ได้ เพราะโคราชช่วงนั้นเป็นฤดูฝนครับ ไม่ได้ดู ไม่เห้นจริงๆจนมันผ่านไป

พยายามไปเฝ้าจนเที่ยงคืน  พ่อแม่น้าก็ขับรถไปตาม เพราะเห็นยังเด็กไม่อยากให้ออกนอกบ้าน ครับ ไม่ได้ดูครับ แต่พอพ้นหน้าฝนก็ดูดาวอื่นแทนครับ

กล้องนี้ผมใช้ดูดาวจนถึงมหาลัยครับ แบกไปดูบนยอดตึก 6 ชั้น ของคณะวิศวะลาดกระบัง ยามมีอารมณ์ศิลปินน่ะครับ

----------------------------------------------------------------------------------

ต่อมายกเลนส์ให้น้องไป เพราะเขาอยากได้กล้อง แต่อยากสอนน้อง เลยบอกว่าจะยกเลนส์ให้ไปก่อน แล้วจะสอนสร้าง ปรากฏว่าน้องลูกญาติคนนี้ไม่เคยกลับมาอีกครับ (สอยเลนส์ไปเลย) เขาไม่ได้สนใจจริงครับ เขาอยากได้มัน แค่มันดูคล้ายของเล่นชิ้นหนึ่งเท่านั้น ส่วนผมก็หวังดีไปหน่อย OK ไม่ว่ากัน ทางใครทางมัน 

-------------------------------------------------------------------------------------

อ่านเรื่องนี้แล้ว คุณคิดว่าอย่างไรครับ มันจะเกี่ยวกับการพัฒนาองค์กรตรงไหน อยากได้ความคิดเห็นจากคุณครับ แล้วผมจะพูดในมุมมองของผม

หมายเหตุ ถ้าคุณกำลังทำ AI KM OD LO วางแผนกลยุทธ์ หรือ TQM เขาเรียกว่าคุณกำลังทำ OD หรือ Organization Development หรือภาษาไทยคือ การพัฒนาองค์กรครับ

 

กราบขอบคุณคุณพ่อ คุณแม่ผม ที่เวลาขอตังไปทำงานประดิษฐ์ และหนังสือ ไม่เคยถามครับ ให้ทันทีด้วยความไว้วางใจ ท่านน่ารักมาก