หัวใจ

 

O ฝากลมล่องผ่องความไปตามนึก
สู่ส่วนลึกห้วงใจ..อาลัย..ขวัญ
เผยผ่านด้วยถ้อยคำ..พร้องรำพัน
ว่า-หมายมั่น, ห่วงหวง..ทั้งดวงใจ

O แม้อยู่ต่างสถานะ..คนละทิศ
แต่เหมือนสองดวงจิต..กลับชิดใกล้
อ่อนละมุนอุ่นเอื้อ..แห่งเยื่อใย
ทอผูกไว้โดยถวิล..ด้วยยินยอม

O คำนึงผู้อาวรณ์..ที่อ่อนหวาน
จักค่อยซ่านโลมไล้ห้วงใจ..หลอม-
เอาความหมายลึกล้ำให้ด่ำดอม
ด้วยหวานหอมนัยชู้..เกินรู้ลา

O รื่นรมย์แต่ดอกโมกกรรโชกกลิ่น
ส่งหอมรินผ่านลมที่พรมหา
ดวงวัน-แสงผ่องแผ้ว, แสงแววตา-
เหมือนแจ่มจ้าช่วงตอนเกินผ่อนคลาย

O เกสรมาลย์หอมร่ำอยู่ค่ำเช้า
แวววูบเร้าอ่อนโยน..เหมือน-โชนฉาย-
อ่อนหวานและอ่อนไหว-แล้วใจชาย-
กับบ่วงสายใยหญิง..เจ้า-ทิ้งลง

O แผ่วผ่านลมระลอก-หอมดอกไม้
เมื่อหัวใจรุมร้อน..อาวรณ์-หลง
ห้อมเห่ความครวญคร่ำ..รับจำนง
แล้วบรรจงจบหวานที่ผ่านใจ

O ปล่อยคำนึงสองจิต-ต่างคิดถึง-
ความหวานซึ้งอาวรณ์..แสนอ่อนไหว
แทนพจน์พากย์เอื้อนเอ่ยอาจเผยนัย
ฝากความผ่านลมให้..เจ้า-ได้ยิน

O ถึงรอบลมคิมหันต์..เริ่มผันผ่าน
เมื่อความหวานเริ่มบท..ยากหมดสิ้น
ใจแฝงฝากลมโชย..ออกโบยบิน-
สืบสานจินตนาการ..ให้ผ่านวน

O ฝากคะนึงเหลือคณา..ผ่านอากาศ
ร่วมโอภาสดวงวันในชั้นหน
ส่งความหมายโลมไล้หัวใจคน
แล้วส่งผลตอบรับการจับจอง

O ฝากคะนึงปรารถนา..แรงอาวรณ์-
เข้าสุมซ้อนอกใจพาไหลล่อง
เตรียมหัวใจสำหรับ..การรับรอง-
ความผุดผ่องพร่างแพร้วที่แววตา

O เตรียมเถิด..เตรียมหัวใจ รับไหวหวั่น
เตรียมให้สั่นซมอยู่..อย่างรู้ว่า-
จะมีอก, แขน-โลภ..รอโอบมา-
รับรูปหน้าใครจบ..ลงซบอิง !