การทำบุญให้ทานเป็นพื้นฐานความดีของมนุษยชาติ
| |
|
|
|
ทาน แปลว่า การให้ หรือสละของๆ เราให้ผู้อื่นด้วยความเต็มใจ การให้ทานเป็นพื้นฐานความดีของมนุษยชาติ และเป็นสิ่งที่ขาดเสียไม่ได้ ในการจรรโลงสังคม ชีวิตของเราดำรงอยู่ได้ด้วยทาน เราโตมาได้ก็เพราะทาน มีความรู้ในด้านต่าง ๆ ก็ด้วยทาน การให้ทาน จึงเป็นสิ่งจำเป็น และมี ประโยชน์ใหญ่หลวงต่อทุกคน
ประเภทของทาน แบ่งได้ดังนี้
1. อามิสทาน คือ การให้วัตถุสิ่งของเป็นทาน
2. ธรรมทาน หรือ วิทยาทาน คือการให้ความรู้เป็นทาน ถ้าเป็นความรู้ทางโลก เรียกว่า วิทยาทาน หากเป็นความรู้ทางธรรม เช่น สอนให้ละความชั่ว ประพฤติดี มีศีลธรรม เรียกว่า ธรรมทาน
3. อภัยทาน คือ สละอารมณ์โกรธ ให้อภัย ไม่ผูกอาฆาตจองเวร
การให้ธรรมทาน ถือว่าเป็นการให้ที่ได้บุญสูงสุด มีคุณค่ากว่าการให้ทั้งปวง เพราะทำให้ผู้รับมี ปัญญารู้เท่าทันโลก เท่าทันกิเลส สามารถนำพาตนเองให้พ้นภัยได้
การทำทานให้ได้บุญมาก ต้องพร้อมด้วยองค์ 3 คือ
1. วัตถุบริสุทธิ์ ของที่จะให้ทานต้องได้มาโดยสุจริตชอบธรรม ไม่ได้คดโกง เบียดเบียนใครมา
2. เจตนาบริสุทธิ์ คือมีเจตนาบริจาคทาน เพื่อกำจัดความตระหนี่ของตน ทำเพื่อเอาบุญไม่หวัง ชื่อเสียง ลาภ สักการะ
3. บุคคลบริสุทธิ์ คือ ให้แก่ผู้มีศีลบริสุทธิ์ มีความสงบ สำรวม
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า พระสงฆ์เป็นเนื้อนาบุญของโลก และผู้ให้ทาน คือ ตัวเองก็ต้อง มีศีลบริสุทธิ์ จึงจะได้บุญมาก
การให้ทานเป็นเรื่องของความชุ่มเย็น ผู้ที่ให้ทานอยู่เสมอ ย่อมมีใจผ่องใส หมู่ชนที่นิยมการให้ ย่อมไม่มีความเดือดร้อนใจ เนื่องจากมีอัธยาศัยไมตรี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น อนึ่งใจของเรานี้ มีพลัง อำนาจ สามารถดึงดูดทรัพย์ได้ คนที่สั่งสมการให้มามากจึงมีพลังดึงดูดสมบัติได้มาก ดังที่คน โบราณกล่าวไว้ว่า คนทำทานมาก จะเกิดมารวย
ผู้ที่ให้ของที่เลิศ ย่อมได้ของที่เลิศ
ผู้ที่ให้ของที่ดี ย่อมได้ของที่ดี
ผู้ที่ให้ของที่ประเสริฐ ย่อมได้ของที่ประเสริฐ
ผู้ใดให้ของที่เลิศ ให้ของที่ดีและของที่ประเสริฐ
ผู้นั้น จะเกิดในที่ใดๆ ย่อมมีอายุยืน มียศ ณ ที่นั้น ๆ
|
|
ขอบคุณบทความจาก ลานธรรมจักร
|
|
|
ขอบพระคุณธรรมะที่นำมาฝากนะครับ...