การภาวนานี้เราต้องทบทวนจิตของตัวเอง ไม่ใช่ว่าเราเดินไปไปถึงแล้วค่ำไปเท่าไหร่ก็นอนเลย อย่างนั้นมันไม่ค่อยดี
ครูบาอาจารย์ท่านสอนอย่างนี้ สอนเมื่อเราไปถึงแล้วก็ทำเป็นเฉย ๆ เหนื่อยก็เฉย ทำใจให้มันว่าง ๆ ไว้ก่อน นั่งให้มันสบาย ๆ เหมือนกับเราไม่เหนื่อยอะไรอย่างนี้ พยายามทำให้จิตให้อยู่เหนือเวทนา เฉย ๆ ลืมอดีตที่ผ่านมาหมดอะไรที่ผ่านมา ไม่ให้มีในระบบจิตใจของเราสมองของเรา ให้จิตใจสบายให้มันว่าง จิตใจมันสดชื่นเบิกบาน เหมือนกับเราไม่เหน็ดไม่เหนื่อยอะไรอะไรอย่างนั้น
กราบพระไว้พระนั่งสมาธิ จนมันไม่รู้สึกว่าตัวเองเหน็ดเหนื่อยทางสุขภาพทางร่างกายนั่นแหละถึงนอนมันอย่างนี้ "มันถึงเป็นนักภาวนานะ"
ไม่ใช่ว่ามาถึงที่แล้วก็น้ำก็ไม่อาบ ของก็เก็บไม่เรียบร้อย นอนยันเลย อย่างนั้นไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นจิตใจของเรามันไม่ก้าวหน้าให้
มันก็เหน็ดเหนื่อยทุกคนนั่นแหละ แต่มันต้องฝืน มันต้องทบทวนจิตใจ
ส่วนมากนักปฏิบัติไปแพ้ตัวนี้แหละ ว่าเดินทั้งวันก็มันเหนื่อย กลับมาถึงที่แล้วมันอยากนอนอะไรมันเลยไม่ได้ภาวนา "นี้เค้าเรียกว่าคนไม่รู้จักภาวนา" ไม่รู้จักทบทวนจิตใจตัวเอง เอาแต่ความสุขทางร่างกายทางเนื้อหนัง ความสุขพระนิพพานไม่ค่อยเอากันเลย ไม่ได้ทบทวนให้เกิดสติเกิดปัญญาอะไร เราต้องทบทวนน่ะ จำไว้ดี ๆ หน่อยนะ ท่านไม่ให้ทำอย่างนี้
ไม่ใช่ว่าท่านมาถึงที่แล้วของเก็บอะไรเก็บไม่ดีไม่เรียบร้อย หรือว่าเก็บเรียบร้อยอยู่รีบนอน อะไรอย่างนั้น บางทีท่านเล่นนั่งสมาธิ หรือนั่งภาวนาตั้งตีหนึ่งตีสองโน่นน่ะ ถึงสู้กัน เหนื่อยก็ช่างมันนะใจของเรามันได้เข้มแข็ง ดีกว่าพ่ายแพ้กิเลส ขายหน้าเขาอีกต่างหาก เน๊อะ ไม่เป็นไรหรอก แต่ที่หลังต้องเอาใหม่
ที่จัดให้เข้าเวรหรือว่าให้รับผิดชอบนี้ก็เพื่อที่จะได้ฝึกตัวเอง ฝึกเป็นคนรู้จักคิดรู้จักรับผิดชอบ เวลามันเหน็ดเหนื่อยมามันจะได้ฝืนความรู้สึก ฝืนนิวรณ์ เราต้องเข้าหาชีวิตจริงมีสติสัมปชัญญะที่สมบูรณ์ว่าเดี๋ยวนี้เรากำลังทำอะไรอยู่ เรากำลังทำอะไร แล้วต่อไปเราจะทำอะไรต้องรู้จักคิด ไม่ใช่ว่าไปนั่งเบลอ นอนเบลออยู่ "ลืมชีวิตจริงไม่ได้นะ นักปฏิบัติ"
ถ้าอย่างนั้นไปเห็นรูปฟังเสียงอะไรมันก็ไปกับสิ่งแวดล้อมหมดน่ะ เพราะว่าตัวเองไม่รู้สึกตัว ไม่รู้จักคิดว่านี้มันกำลังเกิดอะไรขึ้น ที่เราจะปฏิบัติต่อสิ่งเหล่านี้อย่างไรปฏิบัติต่ออารมณ์อย่างไรอย่างนี้
นักปฏิบัติต้องเป็นคนที่มีสติสัมปชัญญะ ต้องเป็นผู้มีสติปัญญา ว่าเราจะวางแผนต่อสู้กับกิเลสอย่างไร เราจะได้พิจารณา ถ้าอย่างนั้นเราก็ทำเป็นครึ่งหลับครึ่งตื่นไปแล้วก็ไม่ค่อยได้เรื่อง บางทีก็ยิ่งเป็นคนเก่าก็ยิ่งเบลอไปเรื่อยไม่ได้นะ คนเก่าต้องรอบคอบก็เก่งขึ้นอะไรอย่างนี้
อย่าไปติดในความสุข อย่าไปหมกหมุ่นในความสุข อย่างไปงอมืองอเท้า
บางทีความขี้เกียจขี้คร้านนี้มันก็ไม่อยากให้เราคิดอะไรหรอก บางทีคิดเรื่องผิดเรื่องถูกเรื่องอะไรมันก็ไม่อยากให้คิด
สมาธิก็ดีนะมันทำให้ใจสงบ ทำให้เรามีความสุข แต่เมื่อเรามีความสุขแล้วมีสติสัมปชัญญะแล้วเอาไปภาวนาให้เกิดสติเกิดปัญญา รู้ทั้งสิ่งภายนอก รู้ทั้งเรื่องจิตเรื่องใจ...
องค์พ่อแม่ครูบาอาจารย์...