มาบันทึกนี้ได้มีโอกาสกลับมาทบทวนชีวิตตัวเองอีกครั้งหลังจากที่ไม่เคยชอบมองอดีตที่ผ่านมาเลยเพราะนึกถึงทีไรมันเสียใจทุกทีทั้งชีวิตส่วนตัว เรื่องครอบครัว การงาน มันเป็นการก้าวเดินที่ผิดพลาด เพราะว่าตัวเองไม่ฟังใคร เอาความรู้สึกและความคิดตนเองเป็นใหญ่ทำให้ต้องจากบ้านมาที่กรุงเทพฯ ลาออกจากงานที่เป็นครูมา4ปี มาอยู่บ้านพ่อแม่สามีที่นี่ ส่วนสามีย้ายไปเป็นสารวัตรที่ สภอ.ม่วงงาม สงขลา ชีวิตที่มีความสุขมันหายไปแล้ว เพื่อนก็ไม่มี เหงามาก อยู่บ้านคนอื่นมันอึดอัดเครียดมาก แต่ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นมาหน่อยเพราะได้ออกจากบ้านมาเรียนหลักสูตรป.บัณฑิต ที่ม.ราชภัฏ เชียงใหม่ เริ่มมีเพื่อนบ้าง อ.ก็สอนสนุกทุกคนทำให้เริ่มเครียดน้อยลง ถ้าไม่ติดลูกฉันคงกลับกรุงเทพฯแล้ว วางแผนชีวิตผิดเองไม่โทษใคร มาทบทวนคิดดูคงเป็นชะตาชีวิตที่โดนกำหนดมา
ต่อไปจะมองแต่ข้างหน้าและจะทำสิ่งที่เข้ามาให้ดีที่สุดเพื่อลูกคนเดียว

สวัสดี เราจำไม่ได้ว่าตัวเป็นใคร แต่เรารู้ว่าที่ทำถูกต้องแล้วนะ เรานักศึกษาป.บัณฑิตเหมือนกันเป็นกำลังใจให้
สวัสดีค่ะพี่หนุ่ย
สู้ๆด้วยกันะคะ
อย่าเสียใจกับการตัดสิใจของเรา แต่จงเอามันเป็นแรงผลักดันให้เราไม่กลับไปล้มอีกค่ะ
และถ้าล้มเราก็ยังหายใจอยู่ เราต้องสู้ไปได้ค่ะ
จำที่อาจารย์สวัสดิ์บอกได้ไหมคะ "ปลาเป็นไม่เคยว่ายตามกระแสน้ำ" คนดื้อๆแบบเรานี่แหละค่ะที่จะเปลี่ยนโลกได้ ^_^
สวัสดีค่ะ...สู้ๆ นะคะ
จะเป็นกำลังใจให้ค่ะ
สวสดีค่ะ ชอบฟังเรื่องเบื้องหลังการเมืองเหมือนกันเลย
แม่ รัก ลูก ทุกเมื่อ..
สวัสดีค่ะ
เป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ
เชื่อว่าแม่ทุกคนรักลูกมาก
เพราะเรามีแม่ที่รักเรามากด้วยเช่นกัน
สู้ สู้ เด้อเจ้า...