เป็นเรื่องที่พูดคุยกันทั่วไปว่า “เรียนรามฯ จบยาก เพราะรามฯไม่สอบเข้า แต่สอบออก (จบ)” หรือไม่ก็ “8 ปีสมัครใหม่” ซึ่งก็เป็นความจริง เพราะมหาวิทยาลัยรามคำแหงเป็นมหาวิทยาลัยเปิด (Open University) ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2514 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับนักศึกษาที่ไม่สามารถสอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยปิดของรัฐได้ เพราะจำนวนผู้สมัครสอบเข้าเรียนมีจำนวนมาก แต่จำนวนมหาวิทยาลัย (ในขณะนั้น) มีเพียงไม่กี่มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเอกชนก็ยังไม่มี ประกอบกับความสามารถของแต่ละมหาวิทยาลัยในการรับนักศึกษาเข้าสู่กระบวนการเรียนการสอนก็ยังมีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้น ทางออกสำหรับความต้องการด้านนี้ของสังคม มหาวิทยาลัยรามคำแหงจึงเป็นทางเลือกที่ดี (ไม่เฉพาะกลุ่มนักศึกษาที่พลาดหวังจากการสอบเอ็นทรานซ์แล้ว ยังมีกลุ่มนักศึกษาอีกไม่น้อยที่ไม่เข้าสู่กระบวนการสอบคัดเลือกตั้งแต่ต้น แต่เลือกที่จะศึกษาที่รามฯ โดยตรง)
ทีนี้กลับมาที่ วลีสำคัญของประโยคที่เกริ่นไว้บรรทัดแรกของบทความนี้ว่า “เรียนรามฯ จบยาก” เมื่อรู้ว่า “เรียนรามฯนั้นยากและจบยากแล้ว” ดังนั้น “เรา” (ที่เป็นและที่กำลังจะเป็นนักศึกษารามฯ) จะต้องมีวิธีการเรียนอย่างไร เพื่อที่จะได้จบรามฯได้ตามที่หวัง ซึ่งคงมีหลายคำตอบและหลายวิธีการ แต่สิ่งที่อยากจะเสนอในบทความนี้ คือ “การวางแผนการเรียน” เพราะจากประสบการณ์ส่วนตัวของผมเอง (รหัส 37) ก็เป็นคนหนึ่ง ที่จบปริญญาตรีจากรามฯ ด้วยระยะเวลาที่ไม่ไวเกินไปและไม่นานเกินไป คือ 3 ปี กับอีก 1 เทอม [ภาคการเรียน] ซึ่งนักศึกษารามฯจะนับกันเองว่าเป็นการจบด้วยระยะเวลา “สามปีครึ่ง” (ระบบการจัดการศึกษาของรามฯ ประกอบด้วย 3 เทอม คือ เทอมที่ 1, 2 และ 3 (ภาคฤดูร้อน เรียกกันติดปากว่า “ซัมเมอร์”) แต่ถ้าใครจบในเทอมที่ 2 และ 3 ของปีที่ 4 ก็จะนับว่า “จบสี่ปีเต็ม”) โดยมีจำนวนหน่วยกิตสะสมสำหรับระดับปริญญาตรีไม่น้อยกว่า 144 หน่วยกิต มีเกรดวัดผลการศึกษา 3 ระดับ คือ G (4.00) P (2.25) และ F (0.00) [จะเห็นได้ว่าระยะห่าง (gap) ของคะแนนต่อเกรด G กับ P ห่างกันหลายขุม ฉะนั้น ผมก็อยากจะให้ท่านที่ทำงานด้านทรัพยากรบุคคล เข้าใจว่า การที่คนจบจากรามฯ มีเกรดเฉลี่ย (GPA) ไม่ถึง 2.75 ตามมาตรฐานสังคมนิยมนั้น ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี่เหร่เลยนะครับ เพราะถ้ารามฯ มีเกรดมากกว่านี้ อาจจะได้เกรดเฉลี่ยใกล้เคียงกับมหาวิทยาลัยปิดทั้งหลายที่มีคะแนนเก็บและการสอบวัดผลถึงเทอมละ 2 ครั้ง]
ด้วยมีนักศึกษารามฯจำนวนไม่น้อยที่จบด้วยระยะเวลา “3 ปีครึ่ง” หรืออย่างเร็วที่สุด คือ “2 ปีครึ่ง” แต่ผมก็เห็นว่ายังไม่มีใครที่ออกมาให้คำแนะนำเพื่อเป็นแนวทางสำหรับการเรียนต่อที่รามฯให้แก่คนที่สนใจเรียนรามฯให้เป็นที่ทราบกันในวงกว้าง แต่มักจะเป็นการแนะนำแบบ “ตัว-ตัว” เสียมากกว่า ดังผมจะสาธยายให้เป็นที่รับทราบกันในลำดับต่อไปนี้ ซึ่งผมจะไม่ขอกล่าวถึงการกำหนดเป้าหมาย (Goal) เพราะเป้าหมายการเรียนรามฯ ก็คือการเรียนแล้วจบ ได้รับปริญญาบัตร และระยะเวลาที่จะจบ ก็ไม่จำเป็นต้องกำหนด เพราะระยะเวลาการเรียนก็เช่นเดียวกับการเรียนที่มหาวิทยาลัยรัฐ และเอกชนอื่น ๆ คือ 4 ปี (มาตรฐาน) ผมจะพุ่งตรงไปที่ การวางแผน เพื่อการเรียนรามฯที่สามารถจบได้ในระยะเวลา 2 ปีครึ่งเพียงอย่างเดียว
สำหรับการเรียนรามฯ นั้น การวางแผน (Planning) เป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าวางแผนไว้ดี นักศึกษาสามารถจบการศึกษาได้ด้วยระยะเวลาที่ไวที่สุด คือ “สองปีครึ่ง” [ 2 ปี 1 เทอม] ผ่านสิ่งที่ต้องตระหนักให้มาก ดังต่อไปนี้
- การลงทะเบียนวิชาเรียน ในแต่ละเทอมนักศึกษาสามารถลงทะเบียนรายวิชาในเทอม 1 และ 2 ได้สูงสุดไม่เกิน 24 หน่วยกิต ถ้าคิดเป็น “เล่ม” [วิชา] ตามที่ชาวรามฯนับกัน ก็จะได้ 8 เล่ม ๆ ละ 3 หน่วยกิต มีบางคณะอนุญาตให้ลงได้ไม่เกิน 21 หน่วยกิต (คณะมนุษยศาสตร์) ส่วน ภาคการเรียนที่ 3 ลงได้ไม่เกิต 12 หน่วยกิต นั้นหมายความว่า ใน 1 ปีการศึกษา ถ้านักศึกษาสอบผ่านสามารถเก็บหน่วยกิตสะสมได้มากถึง 24+24+12=60 หน่วยกิต ถ้าเรียน 2 ปี 1 เทอม ก็เท่ากับว่า 60+60+24=144 หน่วยกิต จบพอดี...
- การทำตารางเรียนล่วงหน้าสำหรับเทอมต่อไป นี่เป็นเทคนิคส่วนตัวครับเกี่ยวกับลงทะเบียนวิชาเรียน คือ ส่วนหนึ่งมหาวิทยาลัยจะกำหนดรายวิชาที่ต้องเรียนในแต่ละเทอมเอาไว้แล้วในคู่มือ (มร. 1) ดังนั้น เราจะต้อง “คิดว่า” เราสอบผ่านแล้วทุกวิชาในเทอมนั้น แล้วในเทอมถัดไป เราต้องเรียนและจะต้องเลือกลงวิชาอะไรดี ทำแผนการเรียนออกมาเลยครับ เป็น ตารางเรียนล่วงหน้า
- การสอบ เพราะรามฯเป็นมหาวิทยาลัยเปิด นักศึกษามีอยู่ทั่วทุกหัวระแหงของประเทศและในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกนี้ เมื่อสอบผ่านรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนไว้ ก็ดีไป (ได้เกรดอะไรก็ขึ้นอยู่กับความขยัน ความจำ ความสามารถ) แต่ถ้าสอบไม่ผ่านล่ะ จะทำอย่างไรกันดี แน่นอนครับ...ก็ต้อง “ลงทะเบียนสอบซ่อม” ซึ่งในแต่ละปีการศึกษา รามฯจะมีการสอบซ่อม 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 สำหรับเทอมที่ 1 และครั้งที่ 2 สำหรับเทอมที่ 2 และเทอมที่ 3 พร้อมกันทีเดียว และที่สำคัญ “อย่าได้คิดที่จะเอาวิชาเดิมที่ลงทะเบียนไว้แต่สอบตก ไปเป็นวิชาที่ลงทะเบียนในภาคการเรียนปกติของปีถัดไปเด็ดขาด” เพราะจะทำให้เรา ท้อ เพราะลงวิชาเดิมซ้ำๆ ในเทอมถัดไปเรื่อย ๆ แล้วถ้าสอบไม่ผ่านอีกในภาคปกติ เราก็จะไม่สามารถเก็บหน่วยกิตสะสมให้เพิ่มขึ้นได้เลย ฉะนั้น จงสั่งตัวเราเองเอาไว้ว่า “ในการเรียนแต่เทอม จะต้องสอบผ่านให้หมดทุกเล่ม” [สำหรับผมตั้งเงื่อนไขให้กับตัวเองว่า “สอบตกก็ได้ แต่ต้องไม่เกิน 3 เล่ม และเมื่อลงสอบซ่อมแล้ว ต้องสอบให้ผ่าน” นั่นก็เท่ากับว่า ผมเก็บได้ทุก “เล่ม” ที่ลงทะเบียนเอาไว้ในแต่ละเทอม]
- การศึกษาเกี่ยวกับเงื่อนไขการเรียนและเงื่อนไขรายวิชาจากคู่มือนักศึกษา หรือ “มร. 1” ซึ่งนักศึกษาทุกคนมีอยู่แล้ว แต่โดยมากมักจะไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจศึกษาเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับเงื่อนไขการเรียนและการเลือกรายวิชาสำหรับสาขาวิชาเอก (Major) ทั้งที่เป็น “วิชาบังคับ” และ “วิชาเลือกเสรี” รวมไปถึง การเลือกสาขาวิชาโท (Minor) และมีนักศึกษาอีกจำนวนไม่น้อยที่มี “หน่วยกิตเกิน” เพราะลงรายวิชาโดยไม่มีการศึกษาและวางแผน ทำให้ไม่สามารถนับเข้าเป็นหน่วยกิตสะสมสำหรับขอจบการศึกษาได้ พอเห็นว่า ตนเองมีหน่วยกิตครบตามหลักสูตร ก็คิดว่าจบแน่ แต่ที่ไหนได้ กลับเป็นว่า จบช้าไปออกไปอีก ซึ่งหน่วยกิตที่ได้จะถูกนำมาคำนวณหาค่าเกรดเฉลี่ย แน่นอนว่า..หน่วยกิตที่เกินมา ก็จะไปฉุดเกรดเฉลี่ยลงไปด้วย
จาก 4 วิธีการข้างต้นที่ผมนำเสนอมานี้ น่าจะเป็นแนวทางที่ดี ที่ช่วยให้นักศึกษารามฯทุกคนสามารถบรรลุสู่ความฝันในการเป็น “บัณฑิตรามฯ” สมดังความตั้งใจของตน และความหวังของพ่อแม่ ผู้ปกครองได้ในที่สุด...แต่ก็อยากจะให้ข้อคิดไว้ด้วยว่า การจบด้วยเวลา 2 ปีครึ่งนี้ อาจจะไม่เป็นที่ยอมรับสำหรับบางบริษัทนะครับ...มันเร็วเกินไป...และท้ายนี้ ขอจบด้วย “อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ” และ “เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง...ขอให้โชคดีครับ
ตารางแผนการเรียนและจำนวนหน่วยกิตสะสมในแต่ละเทอมเพื่อสำเร็จการศึกษาได้ภายใน 2 ปี 1 เทอม
สวัสดีค่ะ อ. หนูเรียนรามอยู่ปี2แล้วหนูอยากจบเร็วๆนะคะ
แล้วหนูจะเอาแนวคิดการวางแผนเรียนรามไปลองทำดูนะคะ
ขอบคุณมากค่ะที่ชี้แนวทางให้หนู
ด้วยความยินดีครับ
รอฟังความคืบหน้า และ ร่วมชื่นชมความสำเร็จ นะครับ
แล้วถ้าได้ผล อย่าลืม แบ่งปันไปให้คนอื่นด้วยนะ
จักได้กุศล
ขอบคุณค่ะที่ช่วยแนะแนวให้
แล้วดิฉันจะพยายามให้ถึงที่สุดค่ะ
ลงให้เต็มที่ ยอมเสียเงินลงทะเบียนช่วงที่สอบซ่อมกัน ถ้าเป็นวิชาง่าย แบ่งเป็นล๊อต ช่วงสอบซ่อม 4 วิชา สอบจริง 4 วิชา
วิชายากๆ เข้าฟังเอา ไม่ต้องอ่านครั้งละเยอะๆ แบบนี้ก็ผ่านง่ายๆ
ปีหน้าจะลงเรียนรามฯ ค่ะ ขอบคุณมากนะคะสำหรับแนวทางที่ดีๆแบบนี้
แล้วคอยชื่นชมความสำเร็จนะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ ผมนัทครับ ผมอยากเรียนรามแต่ไม่มีผู้ชี้นำแนวทางเลยมีแต่คนบอกว่าอย่าไปเรียนเลยจบยาก ตอนนี้ผมอายุ 22ปีแล้วครับ จบม.6 มาก็ไม่มีตังค์เรียนต่อ ฐานะทางบ้านยากจนมากแต่แต่ผมไม่อยากทิ้งความฝันครับ ผมอยากจะเป็นอาจารย์ แต่ไม่มีโอกาสได้เรียนครับ ผมเลยต้องมาทำงานไปด้วยเรียนภาคค่ำไปด้วยผมจบ ปวส.ไฟฟ้า แล้วตอนนี้กำลังเรียนต่อ การจัดการงานอุตสาหกรรมครับของสถาบันแห่งอโยธยา และก็เรียนอาชีวะอนามัยและความปลอดภัย ของ มสธ.น่าจจบประมาณกลางปี2555ครับแต่มันไกลมากกลับความฝันของผมที่อยากเป็นครูมากครับ ผมว่าจะรบกวนขอข้อมูลศึกษาศาสตร์ได้ไหมครับว่าสามารถเรียนจบเร็วที่สุดกี่ปี ปีที่แล้วผมอบเอ็นทรานต์เข้า ราชภัฎนครราชสีมาติด ครุศาสตร์เอกศิลปศึกษา แต่ไม่ได้ึเรียนเพาะผมรถล้มต้องรักษาตัวและซ่อมรถถ้าจะไปสอบเข้าใหม่ในปี 54 นี้ ผมว่าอายุผมคงจะมากแล้วครับ สอบถามอีกนิหนึ่งนะครับ รามเข้าเรียนกันอย่างไรครับแล้วถ้าไม่มีเวลาไปเรียนจะเรียนอย่างไรครับ เพราะผมเห็นรุ่นน้องบอกว่าไม่ต้องเข้าเรียนก็ได้แต่ต้องสอบให้ผ่าน แล้วผมจะอายุมากไปไหมครับถ้าผมอยากเรียน ผมว่าจะไปสมัครที่ส่วนกลางน่าจะประมาณพฤษภานี้และครับ รบกวนด้วยนะครับ ขอคุณมากครับ
ตอบ คุณนัท
ความฝันของเราคือแรงผลักดัน นะครับ ดังนั้น อย่าทิ้งความฝันนั้น
คุณนัท มีเส้นทางการศึกษาที่ หลากหลาย นะครับ เริ่มจาก วิชาชีพ (ไฟฟ้า) ไปสู่ การบริหารจัดการ และ ด้านสุขอนามัย
ถนนเส้นนี้ คุณนัท ออกนอกเส้นทางสู่ความเป็นครู ไปบ้าง แต่มิเป็นไร (ผมเข้าใจว่า คุณนัท หมายถึง ครูประถม มัธยม)
สำหรับ มหาวิทยาลัยรามคำแหง คือ สถาบันที่เป็นตลาดวิชา เป็น "มหาวิทยาลัยเปิด" คือ ไม่สอบคัดเลือกเข้าศึกษา (ยกเว้น สาขาวิศวกรรมศาสตร์ กระมังครับ) ใครใคร่เรียนอะไรก็มาเลือกเรียนตามความสนใจ และก็ต้อง "พึ่งตัวเอง" ค่อนข้างสูง เพื่อให้ "สำเร็จตามที่ต้องการ"
รามฯ มีการเรียนการสอน ที่แปลก คือ มาเรียนก็ได้ ไม่มาก็ได้ (ในบางสาขาวิชา และ ในบางสาขาวิชา ก็เรียนแบบ "ระบบปิด" เฉกเช่นเดียวกับ มหาวิทยาลัยปิด อื่น ๆ
ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับ สาขาวิชา
ถามว่า จะรู้ได้อย่างไร ขอให้คุณนัท เข้าไปศึกษาข้อมูล การสมัครเข้าเรียน ผ่านเว็บไซต์ ของมหาวิทยาลัย นะครับ http://ru.ac.th ก็เลือกไปที่ คณะครุศาสตร์ เลยนะครับ หรือ ไปขอยืม คู่มือนักศึกษา ที่เรียกว่า "ม.ร. 1" ของเพื่อน ๆ ที่เรียนรามคำแหง มาอ่านดู
ใน คู่มือ จะมี รายละเอียด เงื่อนไข การเข้าศึกษา ของแต่ละคณะ และ สาขาวิชา - อ่านช้า ๆ อ่านให้เข้าใจ นะครับ
อายุ 22 ปี ถามว่าแก่ไหม คงไม่มีใครแก่เกินเรียน และการจะได้เป็นครู (ประถม มัธยม) ก็คงต้องสอบแข่งขันเข้าบรรจุ
ส่วนการเป็น "อาจารย์มหาวิทยาลัย" ก็ต้องสำเร็จการศึกษาขั้นต่ำ "ปริญญาโท" (สมัยนี้ ก็ยากนะครับ มีแต่ รับ "ปริญญาเอก")
คงตอบคำถามหลัก ๆ ที่ถามมาได้เท่านี้ก่อน เพราะ ยังสับสนว่า คุณนัท อยากเป็น "ครู" หรือ "อาจารย์มหาวิทยาลัย"
และ ขอบคุณนะครับ ที่ เข้ามาเยี่ยมและอ่านบันทึกของผม
สวัสดีปีใหม่ 2554 ปีเถาะ
สวัสดีค่ะ พี่หนูชื่อซูกัสค่ะ อยู่จังหวัดสงขลา คือตอนนี้อายุ23เเล้ว คือหนูเคยเรียน มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา 2ปี ต้องออกกลางคันเพราะโรคประจำตัวรุมเร้า จนตอนนี้เพื่อนจบหมดเเล้ว เเล้วพอหายหนูก็ไปสมัครเรียนรามเมื่อ ปี52 สื่อสารมวลชน ไปเรียนไม่ได้อีก ไปสอบก้อไม่ได้ เพราะเข้าออกโรงพยาบาลบ่อย เเต่หนูก็ยังอยากเรียน จนตอนนี้หนูว่าปี 54 หนูจะไปสมัครเรียนรามใหม่ เเต่ว่า เราสามารถ เทียบโอนหน่วยกิตของราชภัฏไปได้ไมค่ะ คือหนูเรียนครุศาสตร์ เอกภาษาไทย หลักศูตร 5 ปี เเต่หนูเรียนเเค่2ปี หนูว่าจะไปลงราม คณะรัฐศาสตร์ หนูว่าครั้งนี้จะเรียนให้จบเร็วให้ได้ เพราะหนูเครียดมากเพื่อนๆได้ดิบได้ดี เเต่หนูขี้โรคชีวิตถึงเป็นเเบบนี้ พี่ช่วยส่งเมลให้หนูได้ไมค่ะ หนูไม่รู้จะพึ่งใครเเล้ว อย่างน้อยหนูหวังว่าว่าพี่สามารถเป็นที่พึ่งทางใจของหนูได้ ในการทำความฝันสูงสุดของหนูให้สำเร็จ เพราะหนูไม่รู้เรื่องไรเกี่ยวกับรามเลย เรียนคราวก่อนก้อไม่ได้ไปเลย เเล้ววันไปสมัครเรียนวันเเรกลงทะเบียนหนูไม่ได้เป็นคนลงวิชาเองด้วยเจ้าหน้าที่จัดการลงให้หนูหมด 24หน่วยกิตก้อเลยไม่รู้ว่าวิชาไหนง่ายหรือว่ายาก เเถมยังไม่ได้ไปเรียน ไปสอบอีกต่าง นับว่าลงรามครั้งก่อนสูญเปล่า หนู่ก็เลยว่าจะไปสมัครเรียนใหม่ พี่ช่วยชี้เเนะให้หนูด้วยน่ะค่ะ ส่งเมลมานะค่ะ [email protected] ขอขอบคุณล่วงหน้าอย่างสูง
ถึง คุณซูกัส
๑. เทียบโอนได้ไหม ต้องเอาผลการเรียนที่มีไปติดต่อกับ สำนักทะเบียนฯของ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในวันสมัครดูนะครับ
๒. ในระยะปี ๑ - ๒ ในคู่มือ มร. ๑ จะมี ตารางผนการเรียนให้ด้วย โดยมากจะเป็นกลุ่มวิชาพื้นฐานต่าง ๆ ที่บังคับให้เรียน
๓. ไม่มีวิชาไหนง่ายหรือยากเกินไปนะครับ
ไม่เป็นไรนะครับ กว่าจะเดินถึงฝั่งฝันได้ เราอาจจะล้ม และ ล้ม แล้วก็ ล้ม แต่ที่สำคัญ
นี่คือ คติประจำใจ ของพี่
ล้ม จงลุก ลุก เดิน ก้าวต่อไป อย่าท้อ
คุณพระคุ้มครองขอให้โรคภัยหายไปตลอดกาล เป็นคนมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์นะครับ
สวัสดีค่ะอ. หนูชื่อโอ๋ค่ะ ตอนนี้หนูเรียนอยู่ที่ม.ราชภัฎแห่งหนึ่งอยู่ปี3 คณะวิทยาศาสตร์ แต่ว่าหนูรู้สึกว่ามันไช่ตัวหนูเลย ที่จริงรู้สึกตัวมานานแล้วว่าไม่ใช่ แต่ว่าทางบ้านอยากให้เรียนตอนนี้ก็เลยเรียนไปค่ะ อีกอย่างเพราะมันใกล้บ้านด้วยจะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายเพราะที่บ้านก็ไม่ได้มีฐานะดี คิดว่าประมาณปีหน้าก็จะจบแล้วค่ะ แต่หนูอยากเรียนที่รามคณะมนุษย์ศาสตร์เอกภาษาจีน หรือไม่ก็ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับวรรณคดีค่ะ หนูชอบด้านนี้มากๆ ตอนแรกว่าจะไปลงเรียนที่รามซ้อนกันไปแต่ก็เห็นจะไม่ไหวค่ะเพราะที่นี่เรียนหนักมาก คงไม่มีเวลาไปเรียนแล้วจะทำให้เครียดมากขึ้นไปอีก ที่นี้ถ้าหนูจบจากที่นีแล้วจะสามารถไปเรียนป.โทที่รามคณะมนุษย์ฯเลยได้ไหมคะเพราะหนูเรียนคณะวิทย์มา หรือว่าต้องเรียนป.ตรีใหม่ แล้วถ้าสมมุติว่าไม่ได้จะต้องเรียนป.ตรีใหม่แบบเทียบโอนจะเรียนจบอย่างน้อยกี่ปีคะ อยากทราบว่านักศึกษาเทียบโอนส่วนใหญ่จะเรียนจบอย่างน้อยกี่ปี แล้วจะวางแผนการเรียนดีอย่างไรถ้าเกิดเราทำงานไปด้วย อยากจะเรียนจบแบบไม่ช้าเกินไปค่ะเพราะว่าเพื่อนๆคงจะจบกันหมดแล้วในอีกปีสองปีนี้ ส่วนตัวไม่มีคนใกล้ชิดเรียนรามเลยไม่รู้จะปรึกษาใครค่ะ ขอคำแนะนำด้วยนะคะ
จริงๆตอนนี้หนูค่อนข้างท้อเพราะที่เรียนอยู่หนูไม่ได้ชอบเลย ถ้าได้คำแนะนำดีๆเกี่ยวกับสิ่งที่หนูชอบบ้างคงจะทำให้หนูมีกำลังใจขึ้นเยอะเลยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
คุณโอ๋
สิ่งที่เราต้องยึดก็คือ ตอนนี้ เรือออกไปอยู่กลางทะเล แล้ว ก็ต้องพายจ้ำให้ถึงฝั่งโดยสวัสดีภาพ นั่นก็คือ คุณโอ๋ คงต้องยึดสาขาวิชานี้เอาไว้ และเรียนให้สำเร็จ ถ้าจะสละเรือ ก็ต้องมีเรืออื่นรองรับ ไม่งั้น กระโดดลงน้ำ ก็ตายลูกเดียว ไม่ได้อะไรสักอย่าง
ความต้องการเรียนภาษาเป็นสิ่งที่ดีครับ การเรียนภาษาไม่จำเป็นต้องเรียนจบด้วยปริญญาบัตร หากว่าคุณโอ๋ ต้องการที่จะเก่งภาษาก็เรียนเองสิครับ ไปหาซื้อตำรับตำรามา มีขายเยอะแยะ ทักษะด้านภาษาเราพัฒนาเองได้ครับ ในร้านหนังสือมี Tool Kits ให้เราได้เลือกซื้อเลือกหา เลือกเรียนด้วยตนเอง มากมาย
แต่ที่สำคัญหลังจากที่จบปริญญาตรี ก็ต้องมานั่งคิดอีกทีว่า ถ้าจะเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นไป เราจะตัดสินใจยังไงให้มันเป็นตัวของเราที่แท้จริง หรือ จะเรียนในระดับปริญญาตรีเท่าเดิม แต่ต่างสาขาไปก็ไม่แปลก ครับ
ส่วนสาขาที่จะต่อระดับปริญญาโทนั้น ก็ต้องดูว่า เงื่อนไขหรือคุณสมบัติผู้สมัครเข้าศึกษาที่ มหาวิทยาลัยกำหนดไว้นั้นเป็นอย่างไร แต่โดยมาก ก็ต้องไปศึกษาดูอีกทีหนึ่งนะครับ
ขอให้โชคดีครับ
ซูกัสค่ะ ขอบคุณค่ะพี่ เอกภาษาไทย จะเทียบโอนไป รัฐศาสตร์ พี่ว่าน่าจะได้ไมอ่ะค่ะ ไม่เเน่ใจเลย เเล้วถ้าสมมุติว่าได้จะทำให้เรียนจบเร็วขึ้นไมอ่ะค่ะ
อายุ 25 ปีเรียนได้ป่าวครับ ถ้าได้จะตามพวกเด็กทันหรือไม่
ผม 27 แล้วครับ ตอนนี้ผมก็เรียนได้ปีหนึ่งแล้ว ผมลงคณะวิทย์ สาขาไอที ก็เก็บได้เยอะแล้ว ผมทำงานด้วย สู้ๆๆครับ อายุเป็นเพียงตัวเลขครับ
ผมเรียนคณะวิศวกรรม ไฟฟ้า ที่เกษตร ศรีราชา แต่ผมไม่ได้ชอบทางนี้เลย เรียนไปก็ไม่ดี ผมอยู่ปี3 แล้ว จะซิ่ว ไปเรียนราม กะจะเรียนศึกษาศาสตร์ ประถมศึกษา ถ้าจะให้จบเร็วที่สุด แบบเรียนปีละ 60 หน่วยกิตได้ไหมครับ
@ คุณ Sugus - - - ลองศึกษาในคู่มือ มร. ๑ ดูนะครับ และก็ไปติดต่อ จนท.คณะที่จะโอนย้ายไป หรือไปถาม จนท. สวป.
@ คุณปอง - - - ไม่มีใครแก่เกินเรียน แต่ตอนจบมาจะ เกินเกณฑ์ บรรจุไหม ไม่รู้นะครับ
@ กอล์ฟ - - - ทิ้งเวลาไปนานเกินกว่าจะหันกลับนะครับ แต่ถ้าจะหันกลับก็ต้องชั่งน้ำหนัก ต้นทุนเก่า ต้นทุนใหม่ ให้ดี นะครับ
เป็นกำลังใจให้ทุกท่าน แสวงหาสิ่งที่ตนเองรัก ชอบ และ อยากจะเป็น นะครับ
"ค้นหาตัวเองให้เจอ แล้วชีวิตนี้จะมีสุข"
เรียนจบ2ปีครึ่ง สามารถทำได้ทุกสาขาเลยหรือป่าวคะ คือปี54กะจะเรียนที่รามค่ะ ตั้งใจจะเรียนบริหารทั่วไป จะสามารถเรียนจบ 2ปีครึ่งได้ไหมคะ และจบสาขานี้ สามารถทำงานธนาคารได้ไหมคะ
วิชา Minor วิชาโทคือเลือกวิชาอะไรก็ได้ที่เปิดสอนหรือว่ายังไงคะแล้ววิชาเลือกเสรีไม่ใช่ Minor ใช่มั้ยเฮ้อสับสนจะลงเรียน Summer แต่มันมีวิชา Minor อ่ะ เลยไม่รุจะเลือกอะไร อีกประเด็นค่ะ มี คำภาษาัิอังกฤษที่ไม่ใช่รายวิชาด้วย แบบ Super... ไรเงี้ยคือพอดีหนังสืออยู่อีกที่นึง แล้วมันคือวิชาเลือกเสรีหรือคะ หรือว่าวิชาอะไร ง้งงง
สวัสดีครับ... อย่างที่ใครหลายๆคนเขาบอกกันว่า รามจบยาก อันนั้นคงจะเห็นเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว (ถึงมันจะยากก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีคนจบหนิ) "คนเราจะเก่งได้ใช่ว่าจะต้องจบจากมหาลัยชั้นนำเสียที่ไหน มันอยู่ที่ตัวคนต่างหากหละ"
ผมอยากเรียนรามมากครับ ยินดีที่รู้จักทุกคนน่ะคับ ช่วยแอดเฟสบุ๊คมาหน่อยน่ะคับ ผมอยากจะขอคำปรึกษากับทุกคน ขอบคุณมากครับ
http://facebook.com/GuitarCamarillo
เป็นประโยชน์มากเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ