** เตรียมปรับข้อสอบ O-NET ป.6 ปี 53 // สทศ.โล๊ะคำตอบ4ช้อยส์-หลังพบค่าการเดาพุ่งปี๊ด!
นางอุทุมพร จามรมาน ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยว่า ตามที่ สทศ.ได้วิเคราะห์ข้อสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียนชั้น ป.6, ม.3 และ ม.6 ประจำปีการศึกษา 2552 ผลปรากฏว่าการปรับรูปแบบข้อสอบ O-NET ในปีนี้ ส่งผลให้ค่าการเดาในทุกวิชาของนักเรียน ม.3 และม.6 ลดลง โดยต่างกับ ป.6 ที่พบว่า ค่าการเดาในทุกวิชายังคงสูงอยู่ ดังนั้นในปีการศึกษา 2553 ทาง สทศ.จะปรับรูปแบบข้อสอบ O-NET ของ ป.6 ให้เข้มข้นขึ้นในทุกวิชา โดยจะปรับจำนวนข้อ ให้เด็กได้คิดวิเคราะห์มากขึ้น ประมาณ 50% ของข้อสอบ เพื่อให้ค่าการเดาลดลง เหมือนกับ ม.3 และ ม.6 เพราะในปีนี้เห็นชัดแล้วว่า การเปลี่ยนรูปแบบข้อสอบให้มีหลากหลายรูปแบบ จะช่วยให้การเดาลดลง และช่วยจำแนกเด็กเก่ง และเด็กไม่เก่งได้ดีขึ้นด้วย
“การปรับรูปแบบข้อสอบของ ป.6 ในปีนี้ เป็นการปรับที่เล็กน้อยมากเพียง 1-2% จึงทำให้ยังไม่เห็นผลที่ชัดเจน ดังนั้นปีหน้าคงต้องปรับให้มากขึ้น โดยจะเน้นการอ่านบทความ และถามคำถามที่มีหลายคำตอบ ในลักษณะเดียวกันกับข้อสอบ O-NET ของ ม.6 ที่มีการปรับใหม่ อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าการปรับข้อสอบของ ป.6 ใหม่นั้น น่าจะไม่มีเสียงโวยวายมากเท่าใดนัก ซึ่งไม่อยากให้นักเรียนต้องกังวล เพราะข้อสอบใหม่เนื้อหาจะเหมือนเดิม เพียงแต่ปรับรูปแบบเท่านั้น เช่น วิชาภาษาไทย ก็จะมีบทความสั้นๆ ให้อ่านเพิ่มขึ้น สำหรับข้อสอบของ ม.3 นั้น ในปีนี้ปรับรูปแบบเพียง 10-20% แต่ค่าการเดาก็ลดลงทุกวิชาแล้ว ดังนั้นในปีหน้าก็อาจจะปรับเพิ่มขึ้นอีกเพียงเล็กน้อย”
ผู้อำนวยการ สทศ.กล่าวและว่า รูปแบบของข้อสอบส่วนใหญ่ในทั่วโลก จะไม่มีประเทศใดที่คิดเพียงรูปแบบเดียว ส่วนใหญ่จะมี 2-3 รูปแบบใน 1 วิชา ซึ่งในส่วนของ สทศ.นั้น ยังคงยึดหลักที่จะให้แต่ละวิชามีรูปแบบไม่เกิน 3 แบบ โดย ม.6 จะเป็น 3 รูปแบบ ม.3 และ ป.6 เป็น 2 รูปแบบ ทั้งนี้ถึงเวลาแล้วที่ สทศ.จะต้องนำสังคมไม่ใช่ทำตามสังคม เพราะหากยังคงให้ สทศ.ออกข้อสอบตามรูปแบบเดิม มีเพียงรูปแบบเดียว ข้อสอบมี 4 ตัวเลือก เด็กก็คงไม่มีการพัฒนา ซึ่งอยากฝากไปยังผู้ปกครองทุกคนว่า ขอให้ช่วยกันพัฒนาเด็กทั้งโรงเรียน ไม่ใช่ส่งลูกตนเองไปกวดวิชาเพียงคนเดียว
อ้างอิงจาก http://www.siamrath.co.th/uifont/NewsDetail.aspx?cid=56&nid=59684