สทศ. เผยคะแนนเฉลี่ย O-NET เด็กไทยปีนี้ ยังต่ำเหมือนเดิม ไม่ถึง 50% โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ “ชัยวุฒิ” ตั้งเป้า 5 ปีข้างหน้า คะแนนต้องพุ่งทุกวิชา ปลื้มปรับรูปแบบข้อสอบใหม่ ลดค่าการเดา เลิกท่องจำ ขณะที่ “อุทุมพร” ยอมรับให้คะแนน GAT ผิดจริง ยันไม่ตรวจใหม่แล้ว หากใครสงสัยยื่นร้องดูตัวต่อตัว
ที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 เม.ย.53 นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.ศึกษาธิการ แถลงข่าวสรุปผลการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET ชั้น ป.6, ม.3, ม.6 ประจำปีการศึกษา 2552 แบบทดสอบวัดความถนัดทั่วไป หรือ GAT และแบบทดสอบวัดความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือ PAT รอบเดือน มี.ค.53 ว่า ภาพรวมการสอบ O-NET นั้น ชั้น ป.6 มีผู้เข้าสอบ 8.9 แสนคน ม.3 เข้าสอบ 7.9 แสนคน และม.6 เข้าสอบ 3.5 แสนคน
โดยทุกช่วงชั้นสอบ 8 กลุ่มสาระวิชา คือ ภาษาไทย สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ และการงานอาชีพ ซึ่งจากการวิเคราะห์พบว่า คะแนนเฉลี่ย 8 กลุ่มสาระวิชาของนักเรียนชั้น ป.6 มีค่าเฉลี่ยสูงขึ้น ส่วน ม.3 และ ม.6 ยังคงมีค่าเฉลี่ยต่ำไม่ต่างจากปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้วิชาที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุดจากคะแนนเต็ม 100 ของ ป.6 คือ สุขศึกษาและพลศึกษา 64.76 ต่ำสุดคือ ภาษาอังกฤษ 31.75, ม.3 สูงสุดคือ สุขศึกษาและพลศึกษา 56.70 ต่ำสุดคือ ภาษาอังกฤษ 22.54 ส่วน ม.6 สูงสุดคือ ภาษาไทย 46.47 ต่ำสุดคือ ภาษาอังกฤษ 23.98
นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า สำหรับคะแนนเฉลี่ยในกลุ่มสาระวิชาอื่นนั้น พบว่า เกือบทุกวิชาค่าเฉลี่ยไม่ถึงร้อยละ 50 โดยชั้น ป.6 วิชาภาษาไทย 38.58 สังคมศึกษา 33.90 คณิตศาสตร์ 35.88 วิทยาศาสตร์ 38.67 ศิลปะ 42.49 และการงานอาชีพ 51.69 ชั้น ม.3 วิชาภาษาไทย 35.35 สังคมศึกษา 39.70 คณิตศาสตร์ 26.05 วิทยาศาสตร์ 29.16 ศิลปะ 32.95 และการงานอาชีพ 33.86 และ ชั้น ม.6 วิชาสังคมศึกษา 36.00 คณิตศาสตร์ 28.56 วิทยาศาสตร์ 29.06 สุขศึกษาและพลศึกษา 45.37 ศิลปะ 37.75 และการงานอาชีพ 32.98
ต่อข้อถามว่า คะแนนารงานอาชีพ ่อว่า สำหรับคะแนนเฉลี่ยในวิชาอื่นนั้น ชั้น ป.เฉลี่ย 8 กลุ่มสาระของนักเรียน ป.6 ม.3 และ ม.6 ส่วนใหญ่ไม่ถึงร้อยละ 50 แสดงว่าเฉลี่ยสอบตกทั้งประเทศได้หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ไม่อยากพูดว่าเป็นการสอบตกทั้งประเทศ แต่ขอเรียนว่าคล้ายเดิม คือ ตกเหมือนเดิม ซึ่งยอมรับว่าคะแนนเฉลี่ยในปีนี้ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร แต่ผลคะแนนดังกล่าวก็จะเป็นแรงกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนต้องเร่งปรับปรุงคุณภาพการศึกษาในทุกวิชา โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยต่ำสุดในทุกชั้น อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายไว้แล้วว่า ใน 5 ปีข้างหน้าจะต้องทำให้คะแนนเฉลี่ยของทุกกลุ่มสาระวิชาของทุกช่วงชั้นสูงขึ้น โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ที่จะต้องเร่งพัฒนาวิชาเหล่านี้ให้มากขึ้นด้วย เพราะมีค่าเฉลี่ยค่อนข้างต่ำมาก สำหรับการปรับรูปแบบข้อสอบของชั้น ม.6 ในปีนี้นั้น ค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจ เพราะจากการวิเคราะห์พบว่า มีค่าการเดาลดลงทุกวิชา
รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ส่วนภาพรวมการสอบ GAT นั้น จากการวิเคราะห์พบว่า มีค่าเฉลี่ยคะแนนสอบ และค่าสูงสุดสูงกว่าการสอบในเดือน ต.ค.52 โดยผู้เข้าสอบส่วนใหญ่มีคะแนนอยู่ในช่วง 120.01-210.00 คะแนนจาก 300 คะแนน ขณะที่การสอบ PAT จำนวน 12 วิชานั้น จากการวิเคราะห์พบว่า ค่าเฉลี่ยของแต่ละวิชาอยู่ระหว่าง 63-142 คะแนน จาก 300 คะแนน และเมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยทุกวิชากับการสอบในเดือน ต.ค.52 พบว่ามีค่าเฉลี่ยสูงขึ้น ยกเว้นวิชา PAT 7.2 ความถนัดทางภาษาเยอรมัน ที่มีค่าเฉลี่ยลดลง
นายชัยวุฒิ กล่าวต่อไปว่า สำหรับคะแนนเฉลี่ย GAT-PAT เดือน มี.ค.53 มีดังนี้ GAT 130.82 PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์ 63.97 PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ 87.17 PAT 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ 103.19 PAT 4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ 103.07 PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู 142.17 PAT 6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์ 134.49 PAT 7.1 ความถนัดทางภาษาฝรั่งเศส 104.38 PAT 7.2 ความถนัดทางภาษาเยอรมัน 102.96 PAT 7.3 ความถนัดทางภาษาญี่ปุ่น 115.23 PAT 7.4 ความถนัดทางภาษาจีน 88.00 PAT 7.5 ความถนัดทางภาษาอาหรับ 100.37 และ PAT 7.6 ความถนัดทางภาษาบาลี 88.97
ด้านนางอุทุมพร จามรมาน ผู้อำนวยการ สทศ. กล่าวถึงกรณีที่ สทศ.ออกมายอมรับว่าตรวจข้อสอบผิดในวิชา GAT ส่วนที่ 1 ว่า เป็นข้อผิดพลาดทางเทคนิคในการเขียนโปรแกรมให้คะแนนที่ไม่มีจุดทศนิยม ซึ่งในทุกปีที่ผ่านมาข้อสอบจะไม่มีจุดทศนิยม แต่ในปีนี้การสอบมีคะแนนจุดทศนิยมด้วย จึงทำให้คะแนนออกมาผิดพลาด แต่ขณะนี้ได้รับการแก้ไข และประกาศผลใหม่ให้ทราบอีกครั้งแล้วตั้งแต่ในช่วงบ่ายของวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ส่วนกรณีที่ยังคงมีเด็กร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ให้มีการตรวจข้อสอบวิชา GAT ส่วนที่ 2 และ PAT ทุกวิชานั้น คงไม่มีการตรวจใหม่แล้ว เพราะระบบที่เราตรวจจะมีการควบคุมกำกับ และตรวจทานถึง 3 ครั้ง ฉะนั้นจึงมั่นใจว่าถูกต้อง แต่ทั้งนี้หากเด็กคนใดยังสงสัยก็สามารถยื่นคำร้องได้ที่ สทศ. ภายในวันที่ 3 เม.ย.นี้ เพื่อขอดูกระดาษคำตอบได้
อ้างอิงจาก http://www.siamrath.co.th/uifont/NewsDetail.aspx?cid=56&nid=59448
มาอ่านบันทึกที่มีประโยชน์ค่ะ..ขอบคุณค่ะ