ปัญหาที่ ๔


 พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน ผู้ที่จะไม่ต้องมาเกิดอีก ระหว่างเมื่อยังมีชีวิตอยู่จะรู้สึกต่อความลำบากหรือไม่


 พระนาคเสนทูลตอบว่า ขอถวายพระพร บางส่วนก็รู้สึก บางส่วนก็ไม่รู้สึก

 ม. ส่วนไหนรู้สึก ส่วนไหนไม่รู้สึก

 น. ร่างกายของท่านรู้สึกฝ่าต่อความลำบาก แต่ใจของท่านไม่รับรู้ความ
ลำบาก คือไม่มีความทุกข์ใจ

 ม. ไฉนจึงเป็นเช่นนั้นเล่าเธอ


 น. เหตุว่าความลำบากกายเช่นเมื่อยขบหิวระหาย หรือโรคภัยไข้เจ็บอย่างอื่น  ก็ยังคงมีเสียดแทงร่างกายท่านอยู่ตามธรรมดา แต่ท่านไม่มีความลำบากใจ เพราะว่าเหตุที่ทำให้รู้สึกต่อความลำบากใจ ท่านได้กำจัดจนสิ้นเชื้อแล้ว จึงเป็นอันว่าใจของท่านไม่รับรู้ความลำบาก แม้พระผู้มีพระภาคก็ได้ตรัสไว้ใจความว่า ผู้ที่สิ้นกิเลส (เหตุให้ใจเศร้า) แล้วยังคงมีแต่กายิกทุกข์ (ทุกข์ประจำร่างกาย)  เท่านั้น  ส่วน เจตสิกทุกข์ (ทุกข์ใจ) เป็นอันไม่มีแล้ว


 ม. เมื่อเช่นนั้น ไฉนท่านจึงไม่รีบนิพพานหนีความลำบากเสียเล่า

 น. เพราะใจท่านเหล่านั้นมิได้เกี่ยวเกาะอยู่ที่ความลำบากกาย โดยมาพิจารณาเห็นว่าความลำบากเหล่านั้นเป็นอาการประจำของร่างกาย เมื่อมีเกิดมีแก่แล้ว ก็ต้องมีความไข้ความเจ็บ ต้องเมื่อยขบหรือหิวระหายอยู่เป็นธรรมดา  อนึ่ง ท่านเหล่านั้นไม่เร่งกาลเวลา ทำใจอยู่เสมอว่าจะทำประโยชน์สุขให้แก่ตนและผู้อื่นทุกๆ ขณะไป แม้พระสารีบุตรก็ได้กล่าวไว้ ความย่อๆ ว่า จะยังมีชีวิตอยู่ก็ดี จะตายเสียก็ดี ไม่เป็นเหตุให้ดีใจหรือเสียใจ แต่ว่าเมื่อยังมีชีวิตอยู่ ก็จำทำประโยชน์ต่อไป
 

  ม. เธอว่านี้จับใจ
  

 จบปรินิพพานปัญหา