การนำหลักธรรมไปปฏิบัติเพื่อการบริหารตนเองในชีวิตประจำวัน

การบริหารตนเองโดยการใช้หลักธรรมควรดำเนินการดังนี้

            ประการแรก ฝึกคิดดี มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ซึ่งจะต้องฝึกเรื่องต่อไปนี้

            1. มองโลกในแง่ดี เพราะมุมมองที่บุคคลจะมองวิเคราะห์สิ่งแวดล้อม มีทั้ง
ด้านดีและด้านร้าย จงฝึกที่จะมองแต่เฉพาะด้านดีด้านร้ายหัดละทิ้งบ้าง จะเป็นการลดความเครียด และจะทำให้เราเกิดความรู้สึกที่ดี ยอมรับสิ่งต่าง ๆ ให้มากขึ้นชีวิตจะมี
ความสุขมากขึ้นตามไปด้วย

            2. รู้จักให้ ให้ในที่นี้หมายถึง ให้อภัย ให้ความเมตตากรุณา คนเราถ้ารัก
แต่ตัวเองจะไม่รู้จักให้ใคร จะมีแต่ความเครียดแค้นชิงชังอาฆาต พยาบาทจองเวร
ในเมื่อไม่ได้ดังใจ ถ้าเราพิจารณากันอย่างรอบคอบและทำใจได้ จะพบว่าเรื่องต่าง ๆ
ที่เกิดขึ้นมากมายในสังคมปัจจุบันสามารถจะให้อภัยต่อกันได้

            3. รู้คุณค่าในตัวเอง ก่อนที่เราจะยอมรับความเด่นความดีของคนอื่น เราต้องรู้จักหามุมมองที่ดีของตัวเราเองด้วย มิฉะนั้นความรู้สึกต่ำต้อยจะเป็นปมด้อย ทำให้บุคคลขาดความเชื่อมั่น การงานต่าง ๆ ที่จะทำจะไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร ลองหาจุดเด่นของตนเองที่คนอื่น ๆ ก็ยอมรับ เช่น ความสามารถในงาน ความเป็นนักประสานที่ดี
การมีมนุษยสัมพันธ์เยี่ยม เป็นต้น แล้วพัฒนาจุดเด่น ดังกล่าวให้ดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกันจุดด้อยของเราที่พัฒนาได้เราก็ไม่ควรทอดทิ้ง

            ประการที่สอง ฝึกทำดี นั่นคือ ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลทั้งตนเอง
และผู้อื่น อยู่ในสถานที่ใดก็จะมีแต่คนรักเพราะไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร ไม่เป็นบุคคล
ที่ทำลายบรรยากาศขององค์การหรือหน่วยงาน หรือจัดเป็นบุคคลที่ไม่เป็นภัยต่อสังคม หรือไม่เป็นตัวแสบของหน่วยงาน การทำดีควรทำในกิจกรรมดังต่อไปนี้

            1. พูดจาปราศรัย ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ก่อเกิดกำลังใจ สร้างความสามัคคี
ไม่กล่าวจี้ จุดอ่อนของบุคคล ไม่เอาปมด้อยของคนอื่นมาพูดทำนองตลกขบขัน
เพราะผู้พูดอาจจะรู้สึกสนุกสนาน แต่ผู้ถูกวิจารณ์คงจะรู้สึกขมขื่น และปราศจากความสุข จึงควรพูดแต่ในสิ่งที่ดี เพื่อประสานประโยชน์ทำให้งานและองค์การดำเนินไปด้วยดีและทีมงานทั้งหมดมีความสุข

            2. สงเคราะห์ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน บุคคลแต่ละบุคคล อย่ายึดติดอัตรามากเกินไปจะทำให้เป็นคนใจแคบ จะช่วยอะไรใครสักครั้งก็คิดมาก คิดละเอียด จนกระทั่งไม่ได้ช่วยเหลือใครเลย ทำให้เสียโอกาสในการทำประโยชน์ให้กับสังคมและตนเอง ซึ่งต้องพยายามตระหนักหรือฝึกที่จะใช้หลักการเอาใจเขามาใส่ใจเรา มาพิจารณาตลอดเวลา

            3. ประพฤติตนเป็นผู้มีคุณธรรมและจริยธรรมโดยการลองวิเคราะห์ตนเอง
ว่ามีบ่อยครั้งหรือไม่ที่เราไม่ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้องเป็นเพราะกลัวคน
จะรู้แล้วจะตำหนิเอาได้ ถ้าคำตอบออกมามีบ่อยครั้งก็แสดงว่าการทำดีของเรานั้น
เราทำเพราะกลัว คนอื่นจะตำหนิจะว่าเราถ้าเราทำไม่ดี แต่ถ้าไม่ได้เกิดจากความคิด
ที่เราอยากทำด้วยตัวเอง ซึ่งถ้าเป็นเรื่องดังกล่าว เราก็ควรต้องฝึกที่อยากจะทำดี
เพราะตัวเราเองอยากทำ เพราะทำแล้วเรารู้สึกมีความสุขไม่ว่าคนอื่นจะรู้หรือไม่ก็ตาม

            4. การสร้างสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่คณะ ทั้งพูดดี ทำกิจการงานดี ช่วยเสนอแนะความคิดเห็น ช่วยเหลือกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยความจริงใจ งานที่มอบหมายบรรลุ
จุดประสงค์ตามต้องการ ทำให้หมู่คณะทำงานด้วยความสุข ไม่ทำให้เกิดการแตกแยก แตกพวกแตกหมู่

            5. รู้จักการบริหารเวลา ในแต่ละวันทุก ๆ คนมีจำนวนเวลาเท่า ๆ กัน แต่การใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ไม่เท่ากัน

      นี่คือหลักธรรมเพียงบางส่วนเพื่อการบริหารตนเองในชีวิตประจำวัน ที่นำมาเสนอให้เพื่อนสมาชิกได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ เพื่อนำสิ่งที่ดีไปใช้ปฏิบัติ และแลกเปลี่ยนสิ่งดี ๆ ที่ท่านได้ปฏิบัติอยู่แล้วให้ผู้อื่นได้ปฏิบัติฯ และขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์