อธิบายลักษณะของระบบต่อไปนี้
1. ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert System : ES)
ES ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาแก่ผู้ใช้ในการให้คำแนะนำที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ ในบางสาขา ES เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เก็บข้อมูลและกฎเกณฑ์ของความรู้ ซึ่ง รวบรวมมาจากสาขาวิชาที่ต้องการความเชี่ยวชาญไว้ในฐานความรู้ (knowledge base) และโปรแกรมจะดำเนินการเมื่อมีการป้อนข้อมูลโดยผู้ใช้ ในลักษณะการถามตอบและประมวลผล คำตอบจากที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไปเพื่อหาข้อสรุปหรือคำแนะนำที่ต้องการ
ES เป็นสาขาหนึ่งของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence-AI) ซึ่งศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับ การพัฒนาความสามารถของคอมพิวเตอร์ในการเลียนแบบการเรียนรู้และพฤติกรรมการให้เหตุผลของมนุษย์
ES
1) ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความรู้หรือความชำนาญแก่ผู้ใช้โดยทั่วไป เช่น การให้คำแนะนำสำหรับคนที่ได้รับพิษทางปากว่าควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร
2) การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เชี่ยวชาญ ในการศึกษาสถานการณ์ โดยการรวบรวมสารสนเทศ การสังเกตหรือประเมินสถานการณ์ รวมทั้งการแนะนำในการจัดการ การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เชี่ยวชาญนี้เป็นการตรวจสอบซ้ำ (double check) ว่าข้อมูลที่สำคัญ ไม่ได้ถูกละเลยไปในการพิจารณาปัญหาต่าง ๆ เช่น หมอใช้ ES เพื่อวินิจฉัยว่าคนไข้ป่วย ด้วยโรคหัวใจ หรือเป็นเพราะปัญหา Cardiac malfunction
3) ทดแทนผู้เชี่ยวชาญ โดยการใช้ฐานความรู้และความสามารถในการวิเคราะห์เพื่อประเมินสถานการณ์ในกรณีที่ไม่สามารถหาผู้เชี่ยวชาญได้ เช่น ผู้ช่วยหมอใช้ ES ในการตรวจสอบผลการตรวจคลื่นหัวใจ (electro-cardigram printout) เพื่อดูว่าหัวใจของคนไข้ทำงานปกติหรือไม่
2. ระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligent : AI)
3. ระบบสำนักงานอัตโนมัติ (Offices Automation System : OAS)
สำนักงานอัตโนมัติ (Office Automation หรือ OA) เป็นแนวคิดในการนำเอาระบบเครือข่ายมาใช้เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงานต่าง ๆ และผนวกด้วยซอฟต์แวร์สำหรับช่วยงานในสำนักงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้เป็นสำนักงานไร้กระดาษ โดยให้ทำงานต่อไปนี้
- สื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงานโดยใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
- จัดพิมพ์เอกสารต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และมีคุณภาพ
- การออกแบบสิ่งพิมพ์และเอกสาร โดยโปรแกรมที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมากในขณะนี้ก็คือโปรแกรม PageMaker
- รับข้อความจากผู้โทรศัพท์เข้ามาติดต่อแล้วบันทึกเสียงนั้นไว้หากผู้รับไม่อยู่ในสำนักงาน
- บันทึกภาพลักษณ์ (Inage) ของเอกสารต่าง ๆ ไว้ในระบบประมวลภาพลักษณ์ (Image Processing System)
- มีระบบประชุมทางไกล (Video Teleconference) เป็นระบบที่ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมอุปกรณ์สื่อสาร และกล้องวีดิทัศน์ ทำให้ผู้บริหารหน่วยงานสามารถประชุมปรึกษาหารือกับผู้บริหารที่อยู่คนละสถานที่โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปประชุมด้วยกัน
- มีระบบช่วยงานผู้ปฏิบัติงานต่าง ๆ ได้แก่ การบันทึกนัดหมาย การบันทึกข้อความส่วนตัว การนัดประชุม การคำนวณ การตัดสินใจ ฯลฯ
ทฤษฎีหรือหลักการทำงาน
หลักการของคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์รับ-ส่งข้อมูลที่ประกอบเป็นเครือข่าย ที่มีการเชื่อมโยง ต้องเชื่อมต่อถึงกัน รูปแบบหลายอย่างตามความเหมาะสมซึ่งขึ้นกับเทคโนโลยี โครงข่ายการเชื่อมโยงนี้เรียกว่าโทโปโลยี เช่น ถ้าหากพิจารณาว่าภายในสำนักงานมีอุปกรณ์สำนักงานที่ใช้งานอยู่กระจัดกระจาย และต้องการเชื่อมโยงต่อถึงกัน หากต้องการเชื่อมต่อโดยตรงจะต้องใช้สายเชื่อมโยงมาก
ปัญหาของการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์เทอร์มินัลหลาย ๆ ครั้ง เห็นจะได้แก่ สายเชื่อมโยงระหว่างสถานีที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และระบบการสวิตซ์เพื่อใช้เชื่อมโยงข้อมูลในการสื่อสารระหว่างสถานี หากใช้สถานีมากขึ้นการเชื่อมโยงต้องใช้สายมากขึ้นอีกมาก และขณะที่สถานีหนึ่งทำงานก็จะใช้เส้นทางตรงไปยังอีกสถานี ทำให้การใช้สายสัญญาณไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงมีความพยายามที่จะหารูปแบบการลดจำนวนสายสัญญาณเพิ่มประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่าย ซึ่งก็มีโทโปโลยีในการใช้สื่อสารหลายรูปแบบ
รูปแบบดาวมีรูปแบบการต่อโดยการนำสถานีต่าง ๆ หลายสถานีต่อรวมกันเป็นหน่วยสวิตชิงกลาง การติดต่อสื่อสารระหว่างสถานีจะกระทำได้ด้วยการติดต่อผ่านทางวงจรสวิตชิง การทำงานของหน่วยสวิตชิงกลาง จึงคล้ายกับศูนย์กลางของการตัดต่อวงจรเชื่อมโยงระหว่างสถานีต่าง ๆ ที่ต้องการติดต่อกัน
รูปแบบวงแหวนประกอบด้วยสัญญาณข้อมูลจากสถานีต่าง ๆ ที่เรียกว่า รีพีตเตอร์ (repeter) ทำหน้าที่รับข้อมูลจากสถานีแล้วต่อไปยังรีพีตเตอร์ตัวถัดไปเรื่อย ๆ เป็นรูปวงกลม หากข้อมูลที่ส่งเป็นสถานีใด รีพีตเตอร์ของสถานีนั้นก็รับและส่งให้กับสถานี รีพีตเตอร์จึงมีหน้าที่รับข้อมูลและตรวจสอบว่าเป็นของตนเองหรือไม่ ถ้าใช่ก็รับไว้ ถ้าไม่ใช่ก็ส่งต่อไป
รูปแบบบัสและทรีเป็นรูปแบบที่มีผู้นิยมใช้มากแบบหนึ่ง เพราะมีโครงสร้างไม่ยุ่งยาก และไม่ต้องใช้รีพีตเตอร์หรืออุปกรณ์สวิตชิ่งเหมือนแบบวงแหวน หรือรูปดาว ทุก ๆ สถานีจะเชื่อมต่อเข้าหาบัสโดยผ่านทางอุปกรณ์อินเตอร์เฟสที่เป็นฮาร์ดแวร์ การจัดส่งข้อมูลลงบนบัสจึงสามารถทำให้ข้อมูลไปถึงอุปกรณ์ทุกสถานีได้ การจัดส่งในวิธีนี้จึงต้องมีการกำหนดวิธีการที่จะไม่ให้ทุกสถานีส่งข้อมูลพร้อมกัน เพราะจะทำให้ข้อมูลชนกัน วิธีการจัดแบ่งอาจแบ่งช่วงเวลา หรือให้แต่ละสถานีใช้ความถี่สัญญาณแตกต่างกัน
ความสำคัญอยู่ที่การทำให้ทุกสถานีสื่อสารถึงกันได้
หากพิจารณาว่าภายในองค์กรหนึ่งเสมือนมีโครงข่ายข้อมูลอยู่โครงข่ายหนึ่ง ดังนั้นทุก ๆ สถานีจะต่อร่วมเข้าหาโครงข่ายนี้ หรือหากมองภาพที่กว้างออกไป เช่น ธนาคารแห่งหนึ่งมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ประมวลผลข้อมูลอื่น เช่น เอทีเอ็มทุกตัวก็เชื่อมเข้ากับเครือข่ายสื่อสารข้อมูลเช่นกัน โครงข่ายสื่อสารข้อมูลที่อยู่ในพื้นที่จำกัด ก็เรียกว่าระบบโครงข่ายท้องถิ่น (แลน-LAN - Local Area Network) หากอยู่ระหว่างห่างไกลกันมาก ๆ ก็เรียกว่า แวน (WAN - Wide Area Network) ไม่ว่าจะเป็นโครงข่ายอย่างไรอาจเขียนแทนได้
ภายในโครงข่ายไม่ว่าจะใช้โทโพโลยีอย่างไร จะทำหน้าที่สำคัญในการสวิตช์ข้อมูลจากสถานีหนึ่งให้ไปยังปลายทางอีกสถานีหนึ่งได้อย่างถูกต้อง เช่น สถานี A เป็นเวิร์ดโปรเซสเซอร์ เมื่อป้อนเอกสารจบแล้วต้องการส่งเป็นอีเมล์ (Email) ไปยังสถานี B ที่อยู่บนเครือข่าย ผู้ใช้ก็จ่าหน้าบอกแอ็ดเดรสของสถานี B แล้วส่งเข้าไปในเครือข่าย เครือข่ายจะสวิตช์ข้อมูลให้ไปยังเส้นทางที่ถูกต้อง เพื่อส่งเข้าหาสถานี B การสวิตช์ข้อมูลในเครือข่ายจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและเป็นหัวใจของการติดต่อสื่อสารในระบบสำนักงานอัตโนมัติ
4. ระบบสารสนเทศความรู้ (Knowledge Work System : KWS)
กลุ่มข้อมูลที่ถูกจัดการตามกฎหรือถูกกำหนดความสัมพันธ์ เพื่อให้ข้อมูลเหล่านั้นเกิดประโยชน์หรือมีความหมาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงานภายในองค์กร
ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร เป็นระบบที่รวม (Integrate) ผู้ใช้และระบบคอมพิวเตอร์เข้าไว้ด้วยกัน โดยมีจุดมุ่งหมายในการจัดหาสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน
การจัดการ และการตัดสินใจขององค์กร โดยที่ระบบสารสนเทศจะใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์ การวางแผน การควบคุม และการตัดสินใจ ตลอดจนการทำฐานข้อมูล
เป้าหมายของระบบสารสนเทศ (Objective of information system)
- เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน - เพิ่มผลผลิต
- เพิ่มคุณภาพในการบริการลูกค้า - ผลิตสินค้าใหม่ และขยายผลิตภัณฑ์
- สร้างทางเลือกในการแข่งขัน - สร้างโอกาสทางธุรกิจ
- ครองใจลูกค้า และปกป้องจากคู่แข่ง
คุณลักษณะของสารสนเทศ
1. มีความถูกต้อง (Accurate) 2. มีความสมบูรณ์ (Complete)
3. มีความคุ้มค่า (Economical) 4. มีความยืดหยุ่น (Flexible)
5. มีความเชื่อถือได้ (Reliable) 6. มีความง่าย (Simple)
7. ตรงประเด็น (Relevant) 8. ทันเวลา (Timely)
9. สามารถตรวจสอบได้ (Verifiable)
ข้อดีของการจัดการฐานข้อมูล
ลดความยุ่งยาก ลดความซ้ำซ้อน ลดความสับสน ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา
มีความยืดหยุ่นในการขยายฐานข้อมูล มีการเข้าถึงฐานข้อมูลเเละความสะดวก
ในการใช้ฐานข้อมูลมากขึ้น
องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร
1. International Standards Organization (ISO)
กำหนดมาตรฐานการสื่อสาร Open System Interconnection (OSI)
2. Institute of Electrical and Electronics Engineers (IEEE)
กำหนดมาตรฐานการสื่อสารเครือข่าย LAN (IEEE802.3, IEEE802.5,IEEE802.11)
3. International Telecommunication Union (ITU)
กำหนดมาตรฐานให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมด้านต่างๆรวมถึงด้านโครงข่ายและการจัดสรรคลื่น ความถี่ และการกำหนดมาตรฐานของบริการไร้สายต่างๆด้วยสมาชิก
ภาครัฐจำนวน 189 ประเทศ กับ 650 องค์กร จากประเทศสมาชิกทั่วโลก
4. Communication Satellite Corporation (COMSAT)
กำหนดการใช้งานดาวเทียม
5. International Telecommunications Satellite Organization
(INTELSAT) กำหนดตำแหน่งของดาวเทียม
OSI – Open Systems Interconnection Model
เป็นสถาปัตยกรรมเครือข่ายมาตรฐาน ใช้ในการเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์
บริการเครือข่ายการสื่อสาร
1. ISDN (Integrated Services Digital Network)
เป็นบริการสื่อสารร่วมระบบดิจิตอล เพื่อการรับส่งสัญญาณเสียง ข้อมูล ภาพ ในคู่ ISDN ด้วยความเร็วต่อวงจรสูง 64 Kbps
2. DSL Service
DSL คือ เทคโนโลยีทีใช้ความถี่พิเศษของสายโทรศัพท์ (สายทองแดง) ในการับส่งข้อมูลจำนวนมาก ด้วยอัตราความเร็วสูง ผู้ใช้งาน DSL สามารถที่จะใช้งานเสียงและส่งข้อมูลความเร็วสูง พร้อมกันบนสายเดียวกัน DSL แบ่งเป็น ADSL และ SDSL ADSL - Asymmetric Digital Subscriber Line เป็นบริการสื่อสารความเร็วสูงบน หมายเลขโทรศัพท์ โดยเพิ่มความสามารถของการรับส่งข้อมูลผ่านคู่สายโทรศัพท์ให้มีความเร็วสูง กว่าเดิมถึง 30 เท่า ใช้กับงาน Access เครือข่าย อินเทอร์เน็ต ระบบเครือข่าย LAN การสื่อสารข้อมูลระหว่างสถานที่ ทำงานกับที่บ้าน (Telecommuting) ผู้ให้บริการ ADSL เช่น TOT TRUE Qnet Samart TT&T
3. CDMA – Code Division Multiplex Access
CDMA เป็นการสื่อสารแบบไร้สาย เป็นเทคโนโลยีที่รองรับการสื่อสารแบบ 2G และ 3G
1G – Analog – Voice
2G CDMA – Text Messaging and Audio Streaming
3G CDMA – Video Streaming and High-speed Internet
บทบาทหน้าที่ของการจัดการในองค์กร
Henry Fayol : Planning, Organizing, Leading, Controlling
Six Major types of systems ประเภทของระบบสารสนเทศ
1. ระบบประมวลผลรายการ ( Transaction Processing Systems : TPS )
หมายถึง ระบบสารสนเทศที่ใช้ในการเปลี่ยนข้อมูลดิบจากการปฏิบัติงานให้อยู่ในรูปที่สามารถประมวลผลและสั่งพิมพ์รายละเอียดรายการออกมาได้ เพื่อใช้ประโยชน์ดังนี้
ตรวจสอบการปฏิบัติงานโดยบันทึกรายการข้อมูลที่เกิดขึ้นในการทำงานประจำวันและการปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ผู้บริหารต้องการ TPS เพื่อตรวจสอบการบวนการทำงานทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในองค์กร และความ สัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมภายนอก
TPS เป็นส่วนสำคัญในการป้อนข้อมูลให้กับระบบสารสนเทศอื่นๆ
TPS แบ่งออกได้เป็น 2 ระบบ คือ
1. ระบบการประมวลผลแบบกลุ่ม (Batch Processing System)
2. ระบบการประมวลผลแบบออนไลน์ (Online Processing System)
2.1 การประมวลผลเชิงรายการ (Transactional Processing)
2.2 การประมวลผลแบบทันที (Real-time Processing)
2. ฐานข้อมูลความรู้เพื่อการจัดการ ( Knowledge Work System : KWS )ใช้สนับสนุนการทำงานของพนักงานกลุ่มที่มีความรู้สูง (Knowledge Workers) เช่น วิศวกร แพทย์ นักกฎหมาย นักวิทยาศาสตร์ เป็นพนักงานกลุ่มที่มีความรู้สูงได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ ระบบนี้ ใช้รับผิดชอบการสร้างข่าวสารให้เป็นประโยชน์ หรือองค์ความรู้ใหม่ ๆ
ขั้นตอนการพัฒนาฐานความรู้เพื่อการจัดการ (Knowledge Management Systems: KMS) มี 4 ขั้น
Creation - สร้าง Storage - จัดเก็บ
Distribution - เผยแพร่ Application - จัดการ
กระบวนการในการสร้าง KMS ประกอบด้วย 4 ระยะ คือ
1. Infrastructural Evaluation ขั้นการวางโครงสร้างพื้นฐานของการจัดการความรู้
2. KM System Analysis, Design and Development ขั้นการประเมินระบบ การจัดการความรู้ การออกแบบ และการพัฒนา
3. System Development ขั้นตอนการพัฒนาระบบที่ได้มีการประเมินแล้ว
4. Evaluation ชั้นตอนการประเมินระบบการจัดการความรู้ที่ได้สร้าง
Knowledge Work System ประกอบด้วยส่วนสำคัญ ดังต่อไปนี้
1. ฐานข้อมูลการจัดการลูกค้า และการตลาด
2 สารบัญฐานข้อมูลความรู้พื้นฐานและวิธีการจัดการลูกค้าขององค์กร
3. การเชื่อมต่อองค์ประกอบด้านบัญชี
4. การจัดการคลังสินค้า และการหมุนเวียนอุปกรณ์
5. การเชื่อมต่อฐานข้อมูลสิทธิลูกค้า (Authentication service management)
6. ระบบการจัดการผู้ใช้งานของ KWS
3. ระบบสำนักงานอัตโนมัติ ( Office Automation System : OAS )
เป็นระบบสำหรับเชื่อมโยงการทำงานของเจ้าหน้าที่และผู้บริหาร เพื่อใช้ในการสื่อสารข้อมูล การค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูล การจัดตารางนัดหมาย การประชุมทางไกล
สนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับข้อมูลโดยตรง เช่น พนักงานป้อนข้อมูล (Data Entry Worker)
เป็นกลุ่มพนักงานที่มีความรู้ในระดับต่ำกว่าผู้ชำนาญการ (Knowledge Workers)
OAS เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยการสนับสนุนการใช้ข้อมูลร่วมกัน และอำนวยความสะดวกใน การสื่อสารระหว่างกัน
4. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ( Management Information System : MIS )
MIS เป็นระบบที่นำสารสนเทศมาช่วยในการจัดทำรายงานเพื่อการวางแผน การควบคุมการดำเนินการขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้ฐานข้อมูลร่วมสนับสนุนจัดเตรียมสารสนเทศให้กับผู้บริหารงานทุกระดับ อย่างถูกต้อง รวดเร็ว
5. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ( Decision Support System : DSS )
DSS เป็นระบบปฏิสัมพันธ์ด้วยคอมพิวเตอร์ในระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ที่ช่วยผู้บริหารในเรื่องตัดสินใจ ในเหตุการณ์แบบไม่มีโครงสร้างหรือแบบกึ่งโครงสร้าง
DSS เป็น Software ที่ช่วยในการตัดสินใจจัดการ การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลและการสร้างตัวแบบที่ซับซ้อนภายใต้ Software เดียวกันเป็นระบบปฏิสัมพันธ์ โดยใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อหาคำตอบที่ง่ายสะดวกและรวดเร็ว
ลักษณะและความสามารถของระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
สนับสนุนการตัดสินใจแบบกึ่งโครงสร้างและไม่มีโครงสร้าง
สนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารทุกระดับชั้น
สนับสนุนการตัดสินใจแบบบุคคลและแบบกลุ่ม
สนับสนุนการตัดสินใจในปัญหาที่ต่อเนื่อง
สนับสนุนทุกขั้นตอนในกระบวนการตัดสินใจ
สนับสนุนการตัดสินใจที่มีหลายรูปแบบ
สามารถดัดแปลงและมีความยืดหยุ่น
ง่ายต่อการใช้งานและโต้ตอบกับผู้ใช้ได้
เน้นประสิทธิผลไม่ใช่ประสิทธิภาพ
ผู้ควบคุมระบบคือผู้ตัดสินใจ
ผู้ใช้สามารถสร้าง หรือแก้ไขระบบได้ง่าย
สามารถใช้แบบจำลองและวิเคราะห์เพื่อทดลองได้
เข้าถึงแหล่งเก็บข้อมูลได้หลากหลาย
6. ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหาร ( Executive Information System : EIS )
เป็นระบบข่าวสารเพื่อการบริหารขั้นสูง มีความสำคัญต่อผู้บริหารองค์กรในเรื่องการพิจารณากำหนดนโยบาย วางแผนกลยุทธ์ขององค์กรให้สามารถดำเนินการได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ EIS นั้น ต่างจากทุกระบบที่ผ่านมา คือ ต้องการสารสนเทศที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม คู่แข่งและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายนอกมากกว่า
เกี่ยวกับอะไรครับ..