บางอย่างเป็นความจริงเราต้องรู้ไว้ เช่น เกิด แก่ เจ็บ ตาย และวิเคราะห์ถึงส่เหตุของมัน

             อะไรคือความจริง ? อะไรเป็นเพียงความคิด ? ผู้มีปัญญาที่ต้องการความสงบสุขทางจิต จะต้องพยายามตอบปัญหานี้ไห้ได้ บางอย่างเป็นความจริงที่เราต้องรู้ไว้เช่น เกิด  แก่  เจ็บ  ตาย และวิเคราะห์ถึงสาเหตุของมัน,บางอย่างเป็นเพียงความคิดของเรา เราคิดอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น เช่น ความทุกข์ ความร้อนใจ จากการที่คิดว่าคนอื่นเขาดูหมิ่นเรา เรื่องนี้ถ้าเราไม่คิดเสียก็ไม่ร้อนใจ หรือถ้าคิดไปทางที่ดีเสียได้ก็สบายใจ เพราะมันเป็นเพียงความคิด

               เหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น โดยทั่วไปเราถ้าไม่รู้เหตุตรง เราพอรู้ได้แต่เหตุสัมพันธ์ หรือ เหตุเกี่ยวเนื่อง คือ เมื่อประชุมพร้อมแห่งเหตุต่างๆแล้วผลอย่างหนึ่งเกิดขึ้น เช่นคนตายด้วยอุปัทวเหตุ ย่อมมีเหตุหลายอย่างมาประชุมเข้ากัน เราเกือบจะไม่แน่ใจว่าอะไรคือเหตุแท้หรือเหตุตรง แต่ส่วนเหตุประกอบหรือเหตุสัมพันธ์นั้นเราหาได้มากมาย คนทั่วไปจึงมักโทษสิ่งนั้นสิ่งนี้ต่างๆกันไปตามที่ตนคิดเห็น,ตรงกันบ้างไม่ตรงกันบ้าง         

           ภาวะแห่งการสิ้นกิเลส ควรเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของมนุษย์ จะต้องเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดทุกๆชาติที่เกิดจะไปสำเร็จเอาในชาติใดก็สุดแล้วแต่บารมีที่สั่งสม ผู้มีจุดมุ่งหมายของชีวิตอย่างนี้เท่านั้นจึงจะพบกับความสงบสุขของชีวิต มิฉนั้นแล้วถึงจะได้อะไรมาก็หาพอไม่ ชีวิตจะต้องระหกระเหินต่อไป จิตใจจะดิ้นรนร่านหาของใหม่ๆแปลกๆที่เข้าใจว่าจะให้ความสุขสมหวังแก่ตนได้ ไม่เคยคิดเห็นความปรารถนาเลย

            คนที่หมกมุ่นอยู่ในโลก ไม่ค่อยรู้จักความเสียสละที่แท้จริง รู้จักแต่ความเสียสละแบบเกี่ยวเหยื่อตกปลา จึงไม่ค่อยได้รับความสุขใจในการทำความดี หรือในการเสียสละนั้น เพราะใจมืดมน ไร้ปัญญาจักษุ คนที่สามารถบำเพ็ญประโยชน์แก่โลกอย่างแท้จริงก็คือ ท่านผู้ไม่ติดโลก ไม่ข้องอยู่กับโลก เหมือนคนที่สามารถบำเพ็ญประโยชน์แก่นักเรียนได้มากก็คือครู พ้นแล้วจากภาวะแห่งนักเรียน

           พระพุทธเจ้าตรัสว่า"ความสุขยิ่งกว่าควาสงบไม่มี "นั้นเป็นความจริงอย่างยิ่ง เพราะสุขอื่นมีทุกข์แอบแฝงซ่อนเร้น 

           สุดท้ายขอให้คนไทยโชคดีครับ