เป็นนายอำเภอระดับ ๙ คนที่ ๓ ต่อจากคุณวินัย สิทธิมณฑล ที่ได้รับคำสั่งโยกย้ายจาก อ.เมืองน่านไปดำรงตำแหน่งปลัดจังหวัดศรีสะเกษ คุณนิวัฒน์ ศรีบุญนาคย้ายจาก อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิให้มาดำรงตำแหน่งนายอำเภอเมืองน่าน
เป็นเหตุบังเอิญที่ก่อนท่านเดินทางมาที่อย่างเป็นทางการเพียง ๑ วัน จำได้วันนั้นไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนฯ ได้แวะไปดูเรือนกล้วยไม้ที่บริเวณบ้านพักนายอำเภอ ( ในฐานะที่ปรึกษาชมรมกล้วยไม้ จ.น่าน ซึ่งมีคุณวินัยฯ เป็นประธานชมรมฯ ) ได้พบคุณอ้อหรือปลัดอ้อ ทราบว่าวันรุ่งขึ้นนายอำเภอคนใหม่จะมาถึง อ.เมืองน่าน วันต่อมาได้พบท่านที่ศูนย์บริการท่องเที่ยว จ.น่าน รวมทั้งได้พบพูดคุยกับภรรยาและลูกทั้ง ๒ พร้อมคณะที่ตั้งใจเดินทางไกลจาก อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิมาส่งที่ อ.เมืองน่าน จ.น่าน
การที่ได้แวะไปบริเวณบ้านพักนายอำเภอในวันนั้น ได้พบกับคุณอ้อ ๆ ซึ่งเคยเป็นลูกน้องเก่าคุณนิวัฒน์ฯ ได้รับมอบหมายให้เดินทางล่วงหน้ามา จ.น่าน เพื่อดูแลอำนวยความสะดวกหลาย ๆ เรื่อง รู้สึกถูกชะตากัน ได้นั่งสนทนากันมากมายร่วม ๑ ชั่วโมง ทำให้ทราบว่า คุณนิวัฒน์ฯ เป็นศิษย์เก่านิติฯ จุฬา ตามลิ๊งค์ http://www.lawchulaalumni.com/main/m1_listp.php?id=115033&m1=15&r1=1 มีเพื่อนร่วมรุ่นเช่น ศ.บวรศักดิ์ฯ และอีกหลายท่าน
ที่น่าสนใจท่านสนใจร่ำเรียนหนังสือสำเร็จปริญญาเอก ที่สำคัญภรรยาท่านก็สำเร็จปริญญาเอก ส่วนลูกสาวสำเร็จแพทย์ มข.เฉพาะทางเด็กหรือเป็นหมอเด็ก ลูกชายสำเร็จโรงเรียนนายเรือ ยศ เรือโท
ที่ผ่านมาเท่าที่ติดตามทราบว่า จ.น่าน มีด๊อกเตอร์ฟิลิปปินส์ คือ ดร.สุวัฒน์ โชคสุวัฒนสกุล เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน http://www.nan.go.th/webjo/index.php?option=com_content&view=article&id=5&Itemid=26 ในส่วนนายอำเภอนั้น มีนายอำเภอหญิงคนแรก ที่ อ.ภูเพียง คือ คุณนิภา สุวรรณจริต ปัจจุบันเป็นนายอำเภออยู่ที่ จ.หนองบัวลำภู และเท่าที่ติดตามสอบถามเพื่อนผองน้องพี่ คุณนิวัฒน์ ศรีบุญนาค เป็นนายอำเภอดอกเตอร์คนแรกที่มาทำงาน จ.น่านครับ งานเขียนคุณนิวัฒน์ฯ บทคัดย่อเป็น ไฟท์ PDF ๑๔ แผ่น น่าสนใจเชิญคลิ๊กอ่านตามลิ๊งค์ http://ejournals.swu.ac.th/index.php/swurd/issue/view/63/showToc
งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาบริบทชุมชนและปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนแบบพอเพียง เพื่อหากรอบ เกณฑ์ ตัวชี้วัด เพื่อหารูปแบบ เนื้อหา กระบวนการที่เหมาะสมสำหรับการจัดการหมู่บ้านเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนแบบพอเพียง ของชุมชนคาบเหนือ ตำบลเทนมีย์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ใช้เทคนิคการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยวิธีการสังเกต สัมภาษณ์แบบเจาะลึก การประชุมกลุ่มย่อย ใช้เทคนิค AIC เทคนิค SWOT และกระบวนการวิจัย PR&D ที่คนในชุมชนมีส่วนร่วมเป็นผู้วิจัย เน้นการพึ่งตนเองตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ดำเนินการวิจัยโดยใช้กระบวนการค้นหาระบบคุณค่าจากภูมิปัญญาดั้งเดิมมาบูรณาการ เชื่อมโยงสานต่อกันบนฐานการเรียนรู้ การวางแผน การดำเนินการของชุมชน และใช้พลังทางสังคมขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาในรูปของเครือข่าย นำมาประยุกต์เป็นฐานใหม่ตามบริบทวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ที่ชุมชนร่วมกันคิดค้นการแก้ปัญหาอย่างมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านต่างๆ ตามความถนัด สร้างผลผลิต สร้างรายได้ และพัฒนาให้ชุมชนคาบเหนือพึ่งพาตนเองได้ ผลการวิจัยพบว่า ชุมชนนี้เคยเป็นเส้นทางผ่านของคนเขมรที่บรรทุกปลาย่างมาขายและซื้อเครื่องบริโภคอุปโภคกลับลงไป มีทุนทางทรัพยากร เช่น ห้วยอำปึล ห้วยระหาร เป็นแหล่งน้ำที่เกิดจากเทือกเขาดงรักที่ชุมชนใช้ประโยชน์ด้านเกษตรกรรม มีอัตลักษณ์ด้านวัฒนธรรมที่ยึดมั่นในพุทธศาสนา และความเชื่อแบบเขมรดั้งเดิม การศึกษาเพื่อหากรอบ เกณฑ์ ตัวชี้วัด และการขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติของชุมชนคาบเหนือ ได้ กรอบ คือ ";;;;ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ดีมีสุข ไม่เป็นหนี้สิน ชุมชนเข้มแข็ง";;;; ได้เกณฑ์ 5 ด้าน คือ ";;;;ด้านสังคมวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การศึกษา สิ่งแวดล้อมและสุขภาวะ และด้านการปกครอง";;;; มีตัวชี้วัดรวม 25 ตัว มีโครงการรวม 40 โครงการ โครงการที่ประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนแผนชุมชนสู่การปฏิบัติจำนวน 4 โครงการ คือ โครงการอาบน้ำผู้สูงอายุ โครงการออมทรัพย์ โครงการปุ๋ยอินทรีย์ และโครงการถ่ายทอดภูมิปัญญา ผลการหารูปแบบ เนื้อหา กระบวนการที่เหมาะสมสำหรับการจัดการหมู่บ้านเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนคาบเหนือแบบพอเพียง จะต้องเน้นที่ 1) กระบวนการเรียนรู้และการจัดการชีวิต จัดการทรัพยากร จัดระบบเศรษฐกิจสังคมของชุมชน 2) สถานที่ ที่คนในชุมชนไปพบปะ ประชุม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และทำงานร่วมกัน 3) คณะกรรมการ ซึ่งเป็นผู้แทนจากคนในชุมชนมาร่วมกันพัฒนา 4) ยุทธศาสตร์ใช้การประชาพิจัยทำแผนแม่บทชุมชน 5) เนื้อหา ของกระบวนการเรียนรู้ และการจัดการขึ้นอยู่กับบริบทขของชุมชนนั้นๆ