งานวิจัย 2
ชื่อเรื่อง : ระดับการปฏิบัติการจัดการความรู้ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 2
ผู้วิจัย : ปัญญา มาศวรรณา
ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
ปีที่วิจัย : 2551
วัตถุประสงค์ :
1. เพื่อศึกษาระดับการปฏิบัติการจัดการความรู้ของโรงเรียน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 2 ตามความคิดเห็นของบุคลากรโดยรวมและรายด้าน
2. เพื่อเปรียบเทียบระดับการปฏิบัติการจัดการความรู้ของโรงเรียน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 2 จำแนกตามตำแหน่งและขนาดโรงเรียน
3. เพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรค และแนวทางการพัฒนา ของการปฏิบัติการจัดการความรู้ของโรงเรียน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 2
วิธีวิจัย
วิธีการ : เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research)
กลุ่มตัวอย่าง : บุคลากรโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 2 กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางของเครจซี และมอร์แกน โดยวิธีสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) เป็นผู้บริหารโรงเรียนจำนวน 175 คน และครูผู้สอนจำนวน 315 คน รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้นจำนวน 526 คน
เครื่องมือ : แบบสอบถาม เรื่องการปฏิบัติการจัดการความรู้ของโรงเรียน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 2 เป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง จำนวน 1 ฉบับ แบ่งเป็น 3 ตอน
ตอนที่ 1 สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถามเป็นแบบตรวจสอบรายการ (Check List) เกี่ยวกับตำแหน่งและขนาดโรงเรียน
ตอนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติการจัดการความรู้ของโรงเรียน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 2 เป็นแบบสอบถามมาตรส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ตามแนวคิดของลิเคอร์ท โดยใช้กรอบการจัดการความรู้ของ Marquardt
ตอนที่ 3 แบบสอบถาม เกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค และแนวทางการพัฒนา ของการปฏิบัติการจัดการความรู้ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 2 เป็นแบบสอบถามปลายเปิด
วิธีเก็บรวบรวม :
1. ขอหนังสือจากทางบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ถึงผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 2 เพื่อขออนุญาตเก็บรวบรวมข้อมูล
2. ขอหนังสือขอความอนุเคราะห์จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 2 ถึงโรงเรียนทุกโรงเรียน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 2
3. ส่งหนังสือขอความอนุเคราะห์เก็บรวบรวมข้อมูล และแบบสอบถาม ถึงโรงเรียนทุกโรงเรียน ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 2 และขอความอนุเคราะห์ให้ตอบแบบสอบถาม และส่งกลับคืน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 2 ระหว่างวันที่ 8 – 19 กันยายน พ.ศ. 2550
4. เมื่อครบกำหนด ผู้วิจัยได้รวบรวมแบบสอบถาม ตรวจสอบความสมบูรณ์ในการตอบ ถ้าได้แบบสอบถามคืนไม่ครบ หรือไม่สมบูรณ์ ผู้วิจัยจะขอให้กลุ่มตัวอย่างตอบแบบสอบถามฉบับใหม่ พร้อมนัดหมายขอรับคืนในสัปดาห์ถัดไป
วิธีวิเคราะห์ผล : สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test และ F-test (One – Way ANOVA)
ผลการวิจัยพบว่า :
ระดับการปฏิบัติการจัดการความรู้ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 2 โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน มีระดับการปฏิบัติจากมากไปน้อย 3 อันดับแรก คือ ด้านการจัดเก็บข้อมูล และการสืบค้นความรู้ ด้านการสร้างความรู้ และด้านการถ่ายโอนความรู้ และการใช้ประโยชน์ ตามลำดับ
งานวิจัย 3
ชื่อเรื่อง : การจัดการความรู้ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต 3
ผู้วิจัย : เข็มชาติ ไชยโวหาร
ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ปีที่วิจัย : 2548
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันของการจัดการความรู้ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในอำเภอหนองสองห้อง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต 3
วิธีวิจัย
วิธีการ : การศึกษาเอกสาร การสสังเกตแบบ และการสัมภาษณ์
กลุ่มตัวอย่าง : สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในอำเภอหนองสองห้อง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต 3จำนวน 5 โรงเรียน ผู้ให้ข้อมูลคือผู้บริหารสถานศึกษาและหัวหน้าฝ่ายวิชาการ รวมทั้งสิ้น 10 คน โดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง
เครื่องมือ : 1. แบบสังเกต ใช้ในการสังเกตด้านการสร้างคลังความรู้
2. แบบสัมภาษณ์ ใช้ในการสัมภาษณ์ด้านการแบ่งปันความรู้
3. แบบศึกษาเอกสาร ใช้ในการศึกษาเอกสารด้านวิสัยทัศน์ ความรู้ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นเองและได้พัฒนาปรับปรุงแก้ไขโดยผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเชิงโครงสร้าง ความตรงเชิงเนื้อหา และความเหมาะสมด้านภาษา
วิธีเก็บรวบรวม : ผู้ศึกษาดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง ด้วยการขอหนังสือจากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อขอความร่วมมือไปยังสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต 3 โดยผู้ศึกษาดำเนินการสัมภาษณ์ ศึกษาเอกสาร และสังเกตด้วยตนเอง
วิธีวิเคราะห์ผล : นำแบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ แบบศึกษาเอกสาร ที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยตนเอง โดยการวิเคราะห์ความคิดในแต่ละด้าน และพรรณนาในรูปแบบความเรียง
ผลการวิจัยพบว่า :
- ด้านวิสัยทัศน์ความรู้ พบว่า สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีการกำหนดวิสัยทัศน์ของโรงเรียนไว้อย่างสั้น กระชับ ชัดเจน และกระตุ้นให้บุคลากรมุ่งอนาคต วิสัยทัศน์ พันธกิจก็มีความสอดคล้องกัน ครูได้รับการอบรมให้มีความรู้ความสามารถเพื่อพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพ มีวัฒนธรรมการเรียนรู้ร่วม ทั้งครูและผู้เรียน เกิดความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถานศึกษา ศูนย์พัฒนาทางวิชาการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ และทันต่อความเปลี่ยนแปลง
- ด้านการแบ่งปันความรู้ พบว่า สถานศึกษามีการแบ่งปัน แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ความรู้ ประสบการณ์ของบุคลากรทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา มีการสอบถามแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน มีการพัฒนาครูและบุคลากรให้เป็นกลไกในการบริหารจัดการโดยใช้หลักการบริหารแบบมีความส่วนร่วมโดยพัฒนาแนวทางการปฏิรูปการศึกษาและการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ใหม่ ผู้เรียนมีการแบ่งปัน การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน
- ด้านการสร้างคลังความรู้ พบว่า สถานศึกษาขนาดกลาง และขนาดใหญ่ มีการจัดระบบห้องสมุดที่พร้อมแก่การเรียน สามารถจัดระบบเทคโนโลยี เพื่อการบริหาร การบริหารการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ มีจำนวนคอมพิวเตอร์เพียงพอต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนการศึกษาค้นคว้าทางอินเตอร์เน็ต ส่วนสถานศึกษาขนาดเล็กยังขาดความพร้อมของห้องสมุด แหล่งเรียนรู้ และจำนวนเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
มาเยี่ยมฃมผลงานครับ ok ครับ
เก่งๆๆๆๆคะ
นู๋พึงมาดุนะเนียเเต่ก้อ
ไม่รู้อะไรหรอกคะว่าเกี่ยวกับอะไรอิอิช่างเหอะ
รู้เเค่ว่าเปลิ้ม....สุดๆๆเลยละอิอิ
^^