ดนตรี

ชื่อเรื่อง :  การบริหารหลักสูตรวิชาดนตรีศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก

ชื่อผู้วิจัย :  ชาลี  วัฒนาภิรมย์

ปีที่วิจัย : 2545

วัตถุประสงค์ 

  1. เพื่อศึกษาการบริหารหลักสูตรวิชาดนตรีศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนมัธยมศึกษา จำแนกตามตำแหน่ง และสังกัด ในเขตพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก
  2. เพื่อศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งและสังกัดของผู้บริหารหลักสูตรที่มีต่อการบริหารหลักสูตรวิชาดนตรีศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนมัธยมศึกษา จำแนกตามตำแหน่ง และสังกัด ในเขตพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก

วิธีวิจัย

       วิธีการวิจัย

              เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ

       กลุ่มตัวอย่าง

              สุ่มโรงเรียนในเขตพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก 159 แห่ง แบ่งเป็นโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา 49 แห่ง และโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ 110 แห่ง กำหนดตัวอย่างแต่ละโรงเรียนเป็นผู้บริหาร 1 คน และครูผู้สอนวิชาดนตรีศึกษา 1 คน รวมทั้งสิน 318 คน โดยใช้เกณฑ์กำหนดจำนวนกลุ่มตัวอย่างามจำนวนครูผู้สอนวิชาดนตรีศึกษาจากตารางประมาณกลุ่มตัวอย่าง ของเครจซี่ และมอร์แกน

       เครื่องมือที่ใช้วัด

              แบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับปฏิบัติ จำนวน 50 ข้อ แบ่งเป็น 5 ด้าน ด้านละ 10 ข้อ ได้แก่ งานเอกสารหลักสูตร งานการจัดการเรียนการสอน งานการนิเทศการสอน   งานวัดผลประเมินผล    และงานการบริการหลักสูตร

        วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล

  1. ขอหนังสือรับรองจากบัณฑิตวิทยาลัย ถึงผู้อำนวยการประถมศึกษาจังหวัด และผู้อำนวยการสามัญศึกษาจังหวัด จำนวน 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา เพื่อขอความร่วมมือในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูล
  2. จัดส่งแบบสอบถามจำนวน 318 ฉบับ ไปยังกลุ่มตัวอย่างด้วยตัวของผู้วิจัยเอง เพื่อน ๆ ผู้บริหาร และทางไปรษณีย์
  3. กรณีที่ยังไม่ได้รับแบบสอบถามคืน ผู้วิจัยติดตามเก็บรวบรวมแบบสอบถามด้วยตนเอง
  4. นำแบบสอบถามมาลงรหัสให้คะแนน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม SPSS for Windows
  5. นำผลคำนวณมาทำการวิเคราะห์ข้อมูลตามความมุ่งหมายของการวิจัยต่อไป

 

        วิธีวิเคราะห์ข้อมูล

  1. ศึกษาระดับของการบริหารหลักสูตรวิชาดนตรีศึกษา  โดยใช้ค่าคะแนนเฉลี่ย  และความเบี่ยงเบนมาตรฐาน
  2. วิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรตำแหน่งกับสังกัดของกลุ่มตัวอย่าง ใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนสองทาง (two-way ANOVA)

ในการวิจัยครั้งนี้พบว่า ปฏิสัมพันธ์ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ จึงพิจารณานัยสำคัญของผลหลัก (main effect) แต่ละตัว คือตัวแปรตำแหน่ง และสังกัด

 

        ผลการวิจัยพบว่า

  1. ระดับของการบริหารกลักสูตรวิชาดนตรีศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนมัธยมศึกษาเขตพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกโดยรวมและรายด้านอยู่ระดับปานกลาง
  2. ไม่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งกับสังกัดต่อการบริหารหลักสูตรวิชาดนตรีศึกษาทั้งโดยรวมและรายด้าน
  3. การบริหารหลักสูตรวิชาดนตรีศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนมัธยมศึกษา เขตพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก ที่บริหารโดยผู้ที่มีตำแหน่งต่างกัน มีระดับการบริหารโดยรวมแตกต่างกัน อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสติติ (<.05)
  4. การบริหารหลักสูตรวิชาดนตรีศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนมัธยมศึกษา เขตพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก ที่ผู้บริหารสังกัดหน่วยงานต่างกัน มีระดับการบริหารโดยรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (<.05)