เสนออาจารย์ พิกุล เพื่อเตรวจสอบ ความถูกต้อง

บทที่   3

การดำเนินการวิจัย

 

 

                การศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจที่มุ่งศึกษาความพึงพอใจของผู้บริหารสถานศึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของข้าราชการ กลุ่มส่งเสริม   การจัดการศึกษา   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่  เขต  4  โดยศึกษาตามกรอบงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่  เขต  4  ( 2546 หน้า    )  ซึ่งผู้วิจัย        ได้กำหนดขั้นตอนในการดำเนินงาน  ดังนี้

                1.ประชากรกลุ่มตัวอย่าง

                2.เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

                3.การสร้างเครื่องมือ และการหาคุณภาพเครื่องมือ

                4.การเก็บรวบรวมข้อมูล

                5.การวิเคราะห์ข้อมูล

                6.สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมล

 

ประชากรที่ศึกษา  

             การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ได้ศึกษากับประชากรและกลุ่มตัวอย่าง   ดังนี้

             ประชากร  ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่  เขต 4  จำนวน  5  อำเภอที่ปฎิบัติงานในปีการศึกษา 2553 ทั้งหมด จำนวน 122   คน จำแนกเป็นเพศชาย จำนวน  121  คน         เพศหญิง จำนวน   1  คน

               กลุ่มตัวอย่าง  ได้จากการสุ่มจากประชากร โดยการสุ่มแบบตารางสำเร็จรูป  โดยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง ตามตารางของเฮนเดล(ระเบียบวิธีวิจัย ,ดร.เกียรติสุดา  ศรีสุข ,78) ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่   เขต 4 ทั้ง  5  อำเภอที่ปฎิบัติงานในปีการศึกษา  2553  จำนวน   91  คน

 

 

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

                เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล  เป็นแบบสอบถามความความพึงพอใจของผู้บริหารสถานศึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของข้าราชการ กลุ่มส่งเสริ การจัดการศึกษา  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต  4 เป็นแบบประมาณค่า  (Rating  Scale)

 

 

 

-25-

 

 

 

วิธีการสร้างเครื่องมือ

            การสร้างเครื่องมือเพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้  มีขั้นตอนในการจัดทำ ดังนี้

 

หาคุณภาพความเที่ยงตรงเครื่องมือ

                ขั้นที่ 1 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง  ได้แก่คำสั่ง ระเบียบว่าด้วยกรอบงานและภารกิจงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา

                ขั้นที่ 2  รวบรวมความรู้ที่ได้มา สร้างเป็นข้อคำถามตามแบบมาตราส่วนประมาณค่ า (Rating  Scale)  ของลิเคิร์ท (Likert)  โดยพิจารณาจากภารกิจงานหลักของกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา

                ขั้นที่ 3 นำข้อคำถามที่สร้างขึ้นเสนออาจารย์ที่ปรึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิ  เพื่อปรับปรุงแก้ไข

ขั้นที่  4 นำแบบสอบถามที่ได้จากขั้นที่  3 มาปรับปรุงแก้ไขและนำเสนอผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content  Validity)  และเพื่อพิจารณาความเหมาะสมของภาษา และแก้ไขภาษาตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ

หาความเชื่อมั่น

                ขั้นที่ 5 ปรับปรุงแก้ไขข้อคำถามและนำไปทดลองใช้กับผู้บริหารสถานศึกษาจำนวน คนเพื่อหาความเชื่อมั่น

                ขั้นที่ 6  นำแบบสอบถามที่ผ่านการทดลองนำไปใช้เก็บรวบรวมข้อมูล

                ตัวอย่างเครื่องมือ  เครื่องมือแบ่งเป็น 2 ตอน คือ

                ตอนที่ 1  เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของผู้ตอบ  ได้แก่ เพศ อายุ อายุราชการ วุฒิทางการศึกษา และอายุการดำรงตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียน

                ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 4  โดยกำหนดให้

5         หมายถึง  มีความคิดเห็นด้วยในระดับมากที่สุด

4         หมายถึง  มีความคิดเห็นด้วยในระดับมาก

3         หมายถึง  มีความคิดเห็นด้วยในระดับปานกลาง

2           หมายถึง  มีความคิดเห็นด้วยในระดับน้อย

1           หมายถึง  มีความคิดเห็นด้วยในระดับน้อยที่สุด

 

 

 

-26-

 

 

การเก็บรวบรวมข้อมูล

                การเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้  ผู้วิจัยดำเนินการเก็บข้อมูลด้วยตนเอง  โดยมีขั้นตอน  ดังนี้

             1. ขอหนังสือจากมหาวิทยาลัยกรุงไทย-ธนบุรี ถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่      เขต  4 เพื่อความความร่วมมือในการจัดเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง

          2.ขอหนังสือจากผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่  เขต  4   ถึงผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่  เขต  4    เพื่อขอความอนุเคราะห์เก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการวิจัย

                 3.ผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง โดยการประสานงานกับผู้บริหารสถานศึกษา

 

สถิติที่ใช้ในการวิจัย

                การวิจัยครั้งนี้ใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้

  1. การหาค่าเฉลี่ย
  2. การหาค่าร้อยละ
  3. การหาค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน

เกณฑ์การวิเคราะห์คะแนนความคิดเห็น

                ให้เกณฑ์ความหมายของค่าเฉลี่ย ( X ) ของผลการวิเคราะห์  โดยใช้เกณฑ์ของเบสท์ (Best, 1970-190) อ้างถึงในบุญมี  พันธุ์ไทย  (2546, 60) ดังนี้

                คะแนนเฉลี่ยระหว่าง 4.50-5.00  หมายถึง  ระดับมากที่สุด

                คะแนนเฉลี่ยระหว่าง 3.50-4.49  หมายถึง  ระดับมาก

                คะแนนเฉลี่ยระหว่าง 2.50-3.49  หมายถึง  ระดับปานกลาง

                คะแนนเฉลี่ยระหว่าง 1.50-2.49  หมายถึง  ระดับน้อย

            คะแนนเฉลี่ยระหว่าง 1.00-1.49  หมายถึง  ระดับน้อยที่สุด

                วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการทางสถิติ ทำการคำนวณโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์

                1.วิเคราะห์ความพึงพอใจสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล  ของผู้บริหารสถานศึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของข้าราชการ กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษาสำนักงาน  เขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่  เขต   4   โดยใช้คะแนนเฉลี่ย   ( Mean ) และความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard  Deviation)

                2.วิเคราะห์เปรียบเทียบความพึงพอใจของผู้บริหารสถานศึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของข้าราชการ กลุ่ม ส่งเสริมการจัดการศึกษาสำนักงาน  เขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่  เขต 4  จำแนกตามเพศ และประสบการณ์ โดยการทดสอบค่าที (t-test    )