ขอบคุณ...นิทานจากไปยาลใหญ่

เครื่องบินสีแดงลำหนึ่งส่ายไปส่ายมาบนท้องฟ้า มันกระตุก 2 ครั้งก่อนที่จะร่อนลงมาเหมือนนกปีกหัก

โครม!

 

ชายหนุ่มหุ่นหนาคนหนึ่ง ค่อยๆ ก้าวออกมาจากประตูเครื่อง ลงบนพื้นหญ้าเขียวขจี

เด็กหนุ่มคนหนึ่ง เด็กสาวคนหนึ่ง เด็กหนุ่มอีกคน และอีกคน วิ่งตรงมายังที่ซึ่งเครื่องบินตก

"เป็นอะไรหรือคุณ" เด็กหนุ่มคนแรกถาม

"ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมปลอดภัย"

"ไม่ใช่ ผมหมายถึงเครื่องบินเป็นอะไร"

"ยังไม่รู้เลย สงสัยน้ำมันจะหมด"

เด็กหนุ่มสาวเหล่านั้น จับกลุ่มคุยกัน รอบๆ เครื่องบินสีแดง และหนุ่มชาวนาในชุดสีชมพู

..................................................................................

สักครู่หนึ่ง หนุ่มสาวเหล่านั้นก็ทยอยกันกลับ

ชาวนาไม่รู้ว่า ควรจะทำอย่างไรดี จึงรีบคว้าแขนเด็กหนุ่มคนหนึ่งไว้ ก่อนที่จะไป

"อยู่ช่วยผมซ่อมเครื่องบินหน่อยสิคุณ"

"ไม่ได้หรอก ผมต้องกลับไปเรียน... คุณเห็นไหม เขากลับไปเรียนกันหมดแล้ว"

ชาวนามองตามมือเด็กหนุ่ม เห็นคนในเครื่องแบบกำลังวิ่งแข่งกัน เพื่อรีบไปให้ถึงที่หมาย เขาคิดว่าคงจะเป็นห้องเรียน ซึ่งอยู่ตรงไหนสักแห่ง ในบริเวณนั้น

"น่าคุณก็... ผมไหว้ล่ะ ผมไปไหนไม่ถูกจริงๆ เครื่องบินก็ปีกหัก ต้องซ่อมกันนาน"

"คุณมาจากไหนล่ะ" เด็กหนุ่มถาม

"ผมมาจากชนบท"

"อะไรนะ ชนบท ผมเคยได้ยินคำนี้จากไหนนะ อ๋อ... ตอนสมัยผมเรียนอยู่ปี 1 ใช่แล้ว วิชาการข่มเหงเบื้องต้นมีชนบท ใช่ชนบท คุณมาจากชนบท... แล้วคุณจะไปไหน"

"ผมไม่ได้ไปไหนหรอก บังเอิญขณะที่ผมกำลังตรวจข้าว มีลมพายุหอบเครื่องบินมาตกนี่"

"เออ! แล้วนี่พวกคุณยังไม่ปลูกข้าวกินล่ะ ทำไมถึงปล่อยให้นาว่างอย่างนี้" ชาวนาหันไปมองรอบตัว

"ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่นา มันเป็นสนามกีฬาต่างหาก"

"โอ้โห ใหญ่โตดีจัง สนามที่คุณว่านี่"

"นี่คุณ ผมต้องไปเรียนก่อนล่ะนะ ถ้าคุณไม่รู้จะไปไหน ผมว่าคุณเดินไปแถวที่เราเรียนก็ได้นะ ออกนอกสนามนี้ไปแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว"

"ตามใจคุณ" ชาวนาว่าพลางถอดเสื้อสีชมพูออก แล้วหันไปคว้าเครื่องมือ ลงมือซ่อมเครื่องบินทันที

เขาพบว่ามันชำรุดมาก เขาไม่สามารถที่จะซ่อมคนเดียวให้เสร็จ

ชาวนาจึงหยุดพัก หยิบเสื้อสีชมพูมาใส่ แล้วรีบเดินตามไปทางที่เด็กหนุ่มคนนั้นออกไป

ชาวนามองเห็นตึกสูงหลายสิบชั้นข้างหน้า หลายสิบตึกตั้งเรียงราย

ใต้ตึกมีผู้คนในชุดเครื่องแบบ

หลังจากที่ได้สังเกตดูแล้ว ชาวนาจึงพบว่า คนพวกนี้ไม่ใช่คนอย่างที่เขาคิด คนพวกนี้ไม่มีแววตา เขาเหล่านี้เป็นหุ่นยนต์ต่างหาก ไม่มีใครสนใจชาวนาในชุดสีชมพูเลย

ชาวนาปักใจได้ทันที ทั้งหมดที่เขาเห็นนี่ เป็นหุ่นยนต์ เพราะที่หน้าตึกเขียนไว้

มหาชลาลัยหุ่นยนต์ปัญญาชน

หุ่นยนต์พวกนี้ดูเผินๆ คล้ายคน ชาวนาเดินตรงไปยังหุ่นยนต์ในเครื่องแบบตัวหนึ่ง ซึ่งกำลังนั่งแต่งหน้าอยู่กับเพื่อนของหล่อน

"ผมต้องการความช่วยเหลือครับ ผมมาจากชนบท"

"ชนบท... อะไรกันชนบท ฉันไม่รู้จัก"

ชาวนาสังเกตดูว่า หุ่นยนต์ตัวนี้เป็นหุ่นยนต์โนบรา เธอหันไปถามเพื่อน "นี่เธอรู้จักชนบทมั้ยจ๊ะ?"

"อาไรกัง ชงนาบท ม่าย... เห็งเคยล่ายยิง ฮิฮิ... ชงนาบก"

"ผมจะหาเครื่องมือได้จากไหน" ชาวนาขอความช่วยเหลือต่อไป

"ฉันช่วยอะไรไม่ได้หรอก" หุ่นยนต์โนบราบอกเขา

"คุณไปหาที่อื่นเถอะ"

ชาวนาชักท้อใจ ทำไมพวกเขาไม่สนใจเลยนะ

เขาจึงไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากใครอีก นอกจากเดินไปเรื่อยๆ ผ่านห้องต่างๆ ซึ่งมีหุ่นยนต์มากมายกำลังนั่งขีดเขียน ให้วุ่นวายไปหมด

ชาวนาสนใจ จึงแอบฟังอยู่ข้างๆ

หุ่นยนต์ตัวที่อยู่หน้าห้อง ถามหุ่นยนต์ที่นั่งเรียงรายอยู่ว่า...

"ทำอย่างไรจึงจะได้กำไรมากที่สุดนะเธอ?"

"คิดดอกเบี้ยแพงๆ ครับ"

"ลดต้นทุนการผลิต"

... และอะไรอีกมากมายที่ช่วยกันตอบ ซึ่งล้วนแต่เป็นศัพท์แสงทางวิชาการ ที่ชาวนาเองไม่เข้าใจนัก

เสียงออดดังมาจากตรงไหนไม่รู้ ชาวนาเห็นหุ่นยนต์ทุกตัวสะดุ้งคนละเฮือก แล้วก็ออกมานอกห้อง

"เรียนอะไรมาหรือ" ชาวนาลองถามดู

"วิธีหาเงินจากคนโง่" หุ่นยนต์ปัญญาชนตอบ

ชาวนาเดินผ่านห้องต่างๆ บางห้องมีรูปภาพ และมีคำขวัญไว้มากมาย

คนโง่ย่อมตกเป็นเหยื่อของคนฉลาด

รู้รักษาตัวรอดเป็นพอ

..................................................................................

เด็กหนุ่มคนหนึ่งออกจากห้องน้ำเดินสวนมา ชาวนาเอ่ยปากยังไม่ทันสิ้นความ

"เดี๋ยวต้องรีบไปเรียน อยากรู้อะไรไปห้องสมุดซิ มีหนังสือให้ความรู้เยอะแยะ หัดช่วยตัวเองเสียบ้าง"

ที่ห้องสมุดชาวนาเดินดูไปตามตู้หนังสือที่แบ่งออกเป็นหมวดหมู่ มีบางวิชาที่น่าสนใจเช่น ศิลปะการจับเสือมือเปล่า เขาลองพลิกดู แต่ไม่พบรูปเสือ พบแต่รูปคนนั่งอยู่บนกองข้าวสาร และรูปของชาวนากำลังทำนา โดยมีคนอีกคนนั่งนับเงินอยู่บนหลัง ใต้ภาพมีคำบรรยายลักษณะของชาวนาอย่างละเอียด เขาเก็บมันเข้าที่ และพลิกดูหนังสืออีกเล่ม ข้างหน้าเขียนว่า "หลักสูตรการศึกษา" หน้าแรกๆ เป็น การเลียขั้นพื้นฐาน การเดาใจอาจารย์ พลิกต่อไปถึงหมวดศิลปะ ศิลปะการโกงกิน

ทุกวิชาจะมีตัวเลขรหัส รกรุงรังกำกับ

ชาวนาไม่เข้าใจ พลิกต่อไปจนถึงหน้าสุดท้าย

ก่อนจะจบหลักสูตร หุ่นยนต์ทุกตัวจะต้องผ่านวิชา ปรัชญาหน้าเลือด จึงจะถือว่าจบหลักสูตรโดยสมบูรณ์

ปกหลังของหลักสูตร มีคำภาษาบาลี และคำแปลคัดมาเป็นคำขวัญของตำราเล่มนั้น

"ให้ผู้อื่นตายใจเพื่อผลกำไรของเรา"

ชาวนาหาไปจนถึงหมวดเครื่องยนต์ ในที่สุดเขาก็เจอหนังสือคู่มือซ่อมเครื่องบิน เขาพลิกดูด้วยความร้อนรน ในนั้นมี วิธีซ่อมแก้ไขเครื่องบินหลายชนิดอย่างละเอียด

ชาวนาไม่รอช้า เขาแอบซุกหนังสือเล่มนั้นลงในกางเกง แล้วปิดเสื้อสีชมพูทับอย่างดี พยายามไมให้มีพิรุธ เดินออกจากห้องสมุดช้าๆ ด้วยใจสั่นระรัว

พอพ้นประตูลงบันไดมาได้ ชาวนาวิ่งรวดเดียวไปจนถึงสนามที่เครื่องบินตกเขาวิ่งมายังที่เก่า สนามหญ้าว่างเปล่า

เครื่องบินหายไปแล้ว....