ปัจจัยต่างๆที่จะทำให้สามารถทบทวนวรรณกรรมในงานวิจัยประสบผลสำเร็จและเป็นผลงานที่ดี
การค้นคว้าวรรณกรรมเพื่อศึกษาให้ได้ประสิทธิภาพ ผู้วิจัยควรมีการวางแผนดำเนินการอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การศึกษาได้ข้อมูลครบตามขอบเขตการศึกษาตรงกับวัตถุประสงค์และไม่เสียเวลามาก ซึ่งประกอบด้วยกระบวนการ ดังนี้
1. กำหนดเรื่อง หัวเรื่อง ให้ชัดเจน
2. กำหนดขอบเขตและประเภทของข้อมูลที่ต้องการ
3. กำหนดประเภทวรรณกรรม
4. เลือกแหล่งค้นคว้า
5. ปฏิบัติการค้นหา
6. อ่าน บันทึกข้อมูล
การดำเนินการศึกษาวรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง อาจแบ่งได้เป็น 3 ขั้นตอนคือ
1. ขั้นค้นหา ผู้วิจัยจะต้องจำกัดขอบเขตของเนื้อหาที่ต้องการศึกษาก่อนลงมือค้นคว้า เพื่อให้การค้นหาวรรณกรรมมีความเฉพาะเจาะจงจะช่วยประหยัดเวลาการรวบรวมวรรณกรรมต่างๆ จากนั้นผู้วิจัยจะต้องค้นหาข้อมูล วรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในเรื่องที่จะทำทั้งหมด โดยพยายามให้ครอบคลุมทั้งเนื้อหา ประเด็นต่างๆ ที่ควรกำหนดไว้ในปัญหาและวัตถุประสงค์ รวมถึงครอบคลุมระยะเวลาของการวิจัยที่ทำมาแล้วความครอบคลุมในแง่ของเวลาไม่สามารถกำหนดแน่นอนว่า ควรค้นหางานวิจัยย้อนหลังไปนานสักกี่ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาการวิจัยนั้นมีผู้เคยศึกษาไว้มากน้อยเพียงใด ไม่ว่าจะศึกษามานานแค่ไหนก็ตามการศึกษาค้นคว้ามาก-น้อย ขึ้นอยู่กับ
1. ภูมิหลังของผู้วิจัย
2. ความซับซ้อนของงานวิจัยที่จะทำ
3. วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง มีการตีพิมพ์มากหรือน้อย ผู้วิจัยสามารถค้นหาความรู้เกี่ยวข้องกับปัญหาการวิจัยจากแหล่งย่อยๆ ต่อไปนี้
3.1 หนังสือ ตำราเกี่ยวข้องกับหัวข้อวิจัย
3.2 ปทานุกรม ที่รวบรวมผลงานวิจัยสาขาต่างๆ และสารานุกรมที่เกี่ยวข้อง
3.3 วารสารทางการวิจัยสาขาต่างๆ ตลอดจนจุลสารและวรรณกรรมเผยแพร่
3.4 ปริญญานิพนธ์ วิทยานิพนธ์ ของผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท และเอก
3.5 หนังสือรวมบทคัดย่อปริญญานิพนธ์ วิทยานิพนธ์
3.6 หนังสือพิมพ์ นิตยสาร อาจมีบทความบางเรื่องใช้อ้างอิงได้
หลักเกณฑ์การเลือก
เนื่องจากวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อปัญหาการวิจัยมีจำนวนมาก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ผู้วิจัยไม่สามารถศึกษาวรรณกรรมเหล่านี้ได้ครบถ้วน ผู้วิจัยควรพยายามเลือกวรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมากที่สุด จึงจะเป็นประโยชน์และประหยัดเวลา โดยมีหลักเกณฑ์การคัดเลือกวรรณกรรมดังนี้
1) เนื้อหา เลือกพิจารณาวรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในเชิงทฤษฎี หรือผลการวิจัยที่ใกล้เคียงกับเรื่องที่กำลังทำวิจัยให้มากที่สุด และครอบคลุมตัวแปรที่ศึกษามากที่สุด และมีกระบวนการคิดหรือระเบียบวิธีวิจัยที่เหมาะสม มีเชิงอรรถ บรรณานุกรม สามารถตรวจสอบได้ และเป็นแนวทางในการค้นคว้าต่อไป
2) ความทันสมัย เลือกใช้วรรณกรรมหรือผลงานวิจัยที่ให้ความรู้ใหม่ๆ เนื่องจากความรู้และวิทยาการเปลี่ยนแปลงเร็ว
3) ประวัติผู้เขียนหรือผู้วิจัย ควรเลือกผลงานที่เรียบเรียงหรือจัดทำโดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์ในสาขานั้นเป็นอย่างดี
4) สำนักพิมพ์ ควรพิจารณาชื่อเสียงของสำนักพิมพ์ด้วย ซึ่งจะทำให้เรามีความมั่นใจในคุณภาพผลงานระดับหนึ่ง
5) ความน่าเชื่อถือของข้อมูล ผู้วิจัยต้องตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ที่ค้นคว้ามาว่ามีความถูกต้องแม่นยำเพียงใด
แหล่งศึกษาค้นคว้า
1.ปฐมภูมิ (primary source) ศึกษาจากบทความ รายงานจากผู้ต้นคิดเขียนเอง เจ้าของทฤษฎี เจ้าของงานวิจัย
2.ทุติยภูมิ (secondary source) ได้แก่ ข้อความที่อ้างจากของผู้อื่นมาอีกครั้ง
2. ขั้นอ่านอย่างพินิจพิเคราะห์ ระยะนี้เป็นระยะที่ผู้วิจัยใช้เวลานานมากที่สุด เพราะจะต้องเลือกวรรณกรรมที่คัดกรองมาได้จากขั้นแรก นำมาอ่านรายละเอียด แล้วเลือกเรื่องที่เกี่ยวข้องมากที่สุดอีกครั้ง หากเป็นงานวิจัย พิจารณาระเบียบวิธีวิจัยและผลงานวิจัยนั้นๆ ที่น่าเชื่อถือ เหมาะที่จะนำไปอ้างอิงในงานวิจัยของตน ผู้วิจัยอาจจะต้องค้นหาวรรณกรรมและรายงานวิจัยฉบับเต็มมาอ่านรายละเอียดอย่างพินิจพิเคราะห์ ในการอ่านรายละเอียดผู้วิจัยควรจดบันทึกโดยสรุปด้วยคำพูดของผู้วิจัยเอง หรือคัดลอกข้อความในส่วนที่สำคัญแต่ละเรื่องเอาไว้ เพื่อสะดวกในการค้นหาภายหลัง
3. ขั้นเขียนเรียบเรียง
ข้อมูลที่วิเคราะห์ออกมาได้ทั้งหมดจากการอ่านผู้วิจัยต้องนำมาเรียบเรียงเชื่อมโยงประสานเข้าด้วยกัน เนื้อหาการเขียน แต่จะต้องมีโครงสร้างหลักในการเขียนเป็นของผู้วิจัยเอง ที่กำหนดโดยใช้ความคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้ที่ได้จากการอ่าน ค้นคว้า ให้เข้าประเด็นปัญหาวิจัยของตน และเรียบเรียงเนื้อหาเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ในเชิงวิเคราะห์ วิจารณ์ มิใช่เป็นการนำข้อค้นพบที่บันทึกไว้ของแต่ละส่วนมาเรียงต่อกัน
หลักสำคัญในการเขียน คือ ผู้วิจัยจะต้องแสดงให้เห็นว่า สิ่งที่ได้ศึกษามามีอะไรบ้าง ค้นพบความรู้ใหม่ๆอะไร สิ่งไหนเป็นข้อเท็จจริงที่มีอยู่แล้ว สิ่งไหนค้นพบใหม่ ยังมีช่องว่างตรงจุดไหนอีกในส่วนข้อมูลที่เป็นการแสดงความคิดเห็น การชี้จุดประเด็นสำคัญ และการสรุปผลของการวิจัย ต้องมีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลกำกับไว้ด้วยเสมอ ..