บางทีตัวเลือกมากเกินไปก็ทำให้เราสับสนเลือกไม่ถูกค่ะ

สวัสดีค่ะ วันนี้เป็นเรื่องของผู้หญิงๆ อีกแล้วค่ะ

 
เคยรู้สึกแบบนี้ไหมคะ? เวลาไปซื้อของสมัยนี้มีของให้เลือกเยอะแยะเต็มไปหมดเหลือเกินทำให้เลือกไม่ถูกค่ะ เพราะมันเยอะเกินไปนั่นเอง
 
มีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งตอนไปเที่ยวฮ่องกงด้วยกัน เธอตั้งใจว่าจะซื้อกระเป๋ายี่ห้อดังใบหนึ่งแต่พอเข้าไปดูที่ shop ของ brand นั้นก็เจอตัวเลือกมากมายค่ะ จากเดิมที่ตั้งใจจะซื้อใบที่ดูไว้แล้วในนิตยสาร เธอก็เกิดอาการลังเลเพราะมันมีแบบให้เลือกเยอะแยะเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เธอเคยคิดเอาไว้

 

สุดท้ายเธอก็เลือกไม่ถูกค่ะ สวยไปหมดทุกใบ...เลยเลือกไม่ได้ 
 
เธอจึงตัดสินใจไม่ซื้อเลยค่ะเพราะว่ามันเลือกไม่ถูกไม่รู้ว่าจะเอาแบบไหนดี แล้วกลับกลายเป็นว่าไปซื้ออีกยี่ห้อหนึ่งแทนที่พี่สาวเธอใช้อยู่ เธอบอกว่า "ปวดหัวไม่อยากเลือกแล้วซื้อๆตามแบบพี่สาวเลยดีกว่า" เพราะพี่สาวเธอเป็นพวกรู้มาก ใช้ตามแบบพี่สาวเธอรับรองว่า Intrend!
 
ที่เธอซื้อตามพี่สาวเธอนั้นเพราะว่าพี่สาวเธอมีลักษณะของ Maven (ผู้ที่มีความรู้มาก) ค่ะ
 
จะขออธิบายลักษณะของคนที่เป็น Maven หน่อยนะคะ
"ผู้ส่งสารประเภท พหูสูตหรือผู้มีความรู้มาก (maven) ซึ่งชอบอ่านหนังสือและใฝ่หาความรู้ใหม่ๆ ตลอดเวลา มีทักษะในการให้ข้อมูลโดยที่ผู้ฟังไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียด ผู้ฟังจึงเกิดความไว้วางใจและพร้อมที่จะทำตามคำแนะนำของเขา เป็นคนที่มีข้อมูลเยอะ ชอบสังเกตุและเก็บข้อมูล และยินดีที่จะให้ข้อมูลเพื่อช่วยคนอื่นตัดสินใจ"

 

สำหรับข่าวหรือข้อมูลที่เราได้รับจากคนเรียกว่าเป็น maven นั้นส่วนใหญ่แล้วจะมีความน่าเชื่อถือได้ค่ะ ส่งผลให้คนรับข่าวสารสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

 

บางทีตัวเลือกเยอะเกินไปใช่ว่าจะดีค่ะ เพราะมันทำให้ผู้บริโภคเกิดอาการสับสน และลังเลรักพี่เสียดายน้อง สุดท้ายแล้วจะกลับไปหาของเดิมๆ หรือซื้อตามคนรู้จักที่เชื่อถือได้ไปแทนค่ะ

 

ข้อมูลหาอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือ    The Tipping Point ที่มีจุดสำคัญที่ผู้เขียนนำเสนอคือ How Little Things Can Make a Big Difference เป็นหนังสือที่อธิบายสาเหตุของการเกิดเรื่องราวใหญ่ๆในมุมมองของสังคมมศาสตร์