๒๔
จะตีสองแล้ว คนยังรอรถเมล์กลับบ้านเยอะแยะไปหมด
นักดนตรีเปิดหมวกเขาหันหลังให้ถนน หันหน้าเข้าป้ายรถเมล์
เขายังเล่นกีตาร์ร้องเพลงไปเรื่อยๆ
เมื่อรถเมล์วิ่งเข้าป้าย คนกรูผ่านหน้าเขาไปเพื่อขึ้นรถ
เขาต้องตะโกนเสียงร้องให้ดังขึ้นแข่งกับเสียงของรถเมล์
ที่เลียบเข้าป้ายจอด แทร็กๆ พ่นควันอยู่ข้างหลังเขา
คนบางตาลงเมื่อรถเมล์ออกจากป้ายแล้ว
แต่ไม่นานก็ทยอยกันมาอีก ไม่รู้มาจากไหนกัน
นักดนตรีหนุ่มกำลังเป่าเม้าท์ออแกนขึ้นเพลงใหม่
เฮ้ย, รถเมล์มาอีกแล้ว คนกรูอีกแล้ว
เสียงเม้าท์ออแกนถูกกลบทับหมดเลย
รถเมล์วิ่งออกไป เสียงเม้าท์’ ค่อยชัดขึ้นบ้าง
เป็นเพลงบรรเลงช้าๆนี่เอง ท่วงทำนองเศร้าและค่อนข้างเหนื่อยอ่อน
คนที่เหลืออยู่ยืนมองนักดนตรีหนุ่มโทรมๆ และฟังเสียงเพลงจากเขา
เขาเล่นกีตาร์ไป พร้อมกับหลับตาเป่าเม้าท์ออแกนไปช้าๆเศร้าๆ
อาจหมายถึงความเหนื่อยอ่อนประจำวันของผู้คน
และขอให้ความกระวนกระวายใจของเราในวันนี้
จบลงไปพร้อมกับเสียงเพลงเศร้าหมองได้จบลง
คำขอร้องและปลอบใจจากเขา
ขอให้เราหมดสิ้นต่อความวิตกกังวล
และกลับคืนสู่อ้อมกอดของความเงียบสงบภายใน
หลับตาลงเถอะวันนี้.