ศ. ดร. วีระพงศ์ ปรัชชญาสิทธิกุล เป็นทั้งนักบริหารและนักวิชาการที่มีความสามารถสูงและคุณธรรมสูงมาก
จากการไปเยี่ยมชื่นชมคณะเทคนิคการแพทย์เมื่อวันที่ ๑๑ มี.ค. ๕๓ ฟังการบรรยายสรุปวิธีคิดในการบริหารจัดการคณะ ทำให้ผมเห็นความสามารถด้านการบริหารของท่าน ว่าท่านบริหารแบบทันสมัยมาก ความเป็นที่ยอมรับเห็นได้จากท่านเป็นคณบดีไปแล้ว ๒ สมัย แล้วไปเป็นรองอธิการบดี ๑ สมัย ตอนนี้กลับมาเป็นคณบดีอีกเป็นสมัยที่ ๓ ได้เห็นผลงานวิจัยของคณะที่ท่านเล่า สะท้อนภาพความเป็นนักวิชาการชัดเจนมาก และมีประจักษ์พยานคือท่านมีผลงานวิจัยที่นำสมัยมาก จึงเป็นผู้บริหารที่มีตำแหน่งวิชาการเป็นถึงศาสตราจารย์
ท่านเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน และเห็นคุณค่าของคนเล็กคนน้อย ดังที่ท่านมักจะอวดคนสวนคนเดียวของคณะคือคุณสมศักดิ์ ที่ป็นคนรักต้นไม้ รักสวนที่ตนเป็นผู้จัด
ท่านได้รับโล่ศิษย์เก่าดีเด่นของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผมได้มีโอกาสไปแสดงความยินดีด้วย ดังรูป
วิจารณ์ พานิช
๑๔ มี.ค. ๕๓
ท่านเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน และเห็นคุณค่าของคนเล็กคนน้อย ดังที่ท่านมักจะอวดคนสวนคนเดียวของคณะคือคุณสมศักดิ์ ที่ป็นคนรักต้นไม้ รักสวนที่ตนเป็นผู้จัด
ท่านได้รับโล่ศิษย์เก่าดีเด่นของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผมได้มีโอกาสไปแสดงความยินดีด้วย ดังรูป
วิจารณ์ พานิช
๑๔ มี.ค. ๕๓
๑๔ มี.ค. ๕๓

ศ. ดร. วีระพงศ์ ปรัชชญาสิทธิกุล
ครู คนนี้ดีทุกวัน ท่านเป็นทั้งอาจารย์ที่ลูกศิษย์ควรเอาเป็นตัวอย่าง เป็นนักวิชาการที่มีหัวใจทั้งเป็นนักวิจัยและนักพัฒนา โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องการพัฒนาชุมชน และสังคม
และท้ายที่สุด มีคุณธรรม
ขอแสดงความชื่นชมร่วมกับท่านอาจารย์ วิจารณ์ ครับ
หนูว่าท่านเป็นผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และทุ่มเทแรงทั้งหมดเพื่อผลักดันองค์กรของเรา ไม่รู้จะมีใครรักองค์กร รักสถาบัน และทุ่มเททุกอย่างได้อย่างท่านอีกไหม นอกจากงานบริหารแล้วก็ไม่เคยละทิ้งหน้าที่ความเป็นครูเลยด้วย หนูว่าท่านเหนื่อยมากนะ แต่ท่านเหนื่อยก็มีความสุข เพราะท่านไม่ชอบอยู่เฉยๆ แบบคนไม่มีคุณค่า (ซึ่งชอบสอนหนูแบบนี้บ่อยๆ )
หนูก็เป็นอีกคนที่ชื่นชมท่านนะคะ
ผู้บริหารที่ทำงานโดยไม่เคยมีวันหยุด ไม่มีคำว่าเวลาราชการ ไม่มีขอบเขตกั้นเรื่องเวลาเมื่อท่านทำงาน
ทำงานเชิงรุก และท้าทายเสมอ เดินหน้าและไม่เคยยอมจำนนต่อปัญหา ยิ่งมีปัญหาจะยิ่งทำ
เมื่อท่านคิดว่าสิ่งนั้นมิได้ทำเพื่อตัวเอง และเป็นความหวังดี ท่านไม่เคยหวั่นไหว โดยคิดว่าสักวันข้างหน้าเข๊าเหล่านั้นจะทราบเองว่าทำไมท่านจึงทำเช่นนั้น
ทุกอย่างที่ท่านทำยืนอยู่พื้นฐานของความประหยัดและใช้เงินอย่างคุ้มค่า
ทุกครั้งที่ท่านดุหรือเตือน จะมีคำสอนและให้กำลังใจตามมาเสมอ
นี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้ารู้สึกได้ว่าแทนความหมายของท่าน ศ.ดร.วีระพงศ์ ปรัชชญาสิทธิกุล
ผมขอรายการผลงานวิจัยของท่านมาดู เพราะสังเกตว่าท่านมีผลงานวิจัยคุณภาพสูงที่ กล่าวได้ว่ามีช่วงกว้าง "จากโมเลกุลถึงชุมชน" ซึ่งเมื่อ รศ. ดร. ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา กรุณาส่งมาให้ ก็เห็นจริง โปรดสังเกตว่าผลงานวิจัยกลุ่มที่ ๕ เป็นกลุ่มที่หาคนทำยาก หรือมีคนทำก็ไม่สามารถยกระดับการตีความให้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการคุณภาพสูงได้ อ่านรายการผลงานวิจัยได้ที่นี่
อาจารย์วีระพงศ์ ท่านจะให้โอกาส สอนวิธีคิด วิเคราะห์และกระบวนการทำงานรวมถึงคำแนะนำต่างๆ ในการทำงานอยู่เสมอ ให้ตระหนักถึงความรับผิดชอบ ต่อตนเองและสังคม และขอขอบคุณ อาจารย์ที่ได้เล็งเห็นคุณค่าและดูแล ..คนเล็ก...คนน้อย ..ในองค์กรให้อยู่อย่างมีความสุขตามความพอเพียง
ขอขอบคุณที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของคณะเทคนิคการแพทย์ของเรา
หนึ่งคนดีนั้น "คือท่านอาจารย์วิจารณ์" ด้วยเช่นกันครับ
สำหรับผมแล้ว อาจารย์วีระพงศ์เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญในของวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ในประเทศไทย ที่ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ระดมสรรพกำลังทั้งหมดเพื่อทำให้บุคลากรทางด้านเทคนิคการแพทย์นั้นมีตำแหน่งแห่งที่ในสังคม มีบทบาทที่ชัดเจนในการกำหนดทิศทางและส่งเสริมนโยบายสุขภาพของชาติ อาจารย์วีระพงศ์เป็นแบบอย่างที่ควรเจริญรอยตาม ทั้งในฐานะนักเทคนิคการแพทย์ อาจารย์ ผู้บริหาร และคน ๆ นึงซึ่งทำงานหนัก มีความตั้งใจแน่วแน่ มีเป้าหมายที่มั่นคง ชัดเจน ในฐานะลูกศิษย์ของอาจารย์วีระพงศ์คนหนึ่งมั่นใจได้ว่า ทุกคนที่ได้ทำงานกับอาจารย์วีระพงศ์ ได้เรียนภายใต้การดูแลของอาจารย์ ก็จะสัมผัสได้กับความมุ่งมั่นตั้งใจ เจตนาที่ดีทั้งต่อบุคคลและต่อวิชาชีพ ความเป็นเลิศทางวิชาการ และท่านจะคอยสอนเราในทุก ๆ เรื่อง ที่จะช่วยให้พวกเราไม่เดินหลงทาง ช่วยให้เราประสบความสำเร็จในชีวิต มีกระบวนการคิดที่เป็นระบบ และสร้างให้พวกเราไปทำงานที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้
ขอบพระคุณอาจารย์วีระพงศ์มากครับ สำหรับทุก ๆ อย่างที่อาจารย์มอบให้ผมและวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ที่ผมรัก อาจารย์จะเป็นตัวอย่างและเป็นเป้าหมายในชีวิตที่ผมจะพยายามทำให้ได้เหมือนอาจารย์
ขอร่วมแสดงความรู้สึกยินดีและภาคภูมิใจในศักยภาพของอาจารย์วีระพงศ์ด้วยกับอาจารย์วิจารณ์นะครับ
ภาคการศึกษากับสังคมหรือชุมชนเป็นหนึ่งเดียวกันแยกจากกันไม่ได้
งานเทคนิคการแพทย์ชุมชนที่อาจารย์วีระพงศ์ได้บุกเบิกมา เป็นสิ่งพิสูจน์ให้คนทั้งในวงการวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ และวิชาชีพอื่นๆ มองเห็นแล้วว่าคนทำงานในห้องแล็ปก็สามารถเชื่อมโยงบทบาทของวิชาชีพของตนเองให้เป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนในพื้นที่ได้ ประโยชน์ที่พึงได้คือนักศึกษาได้เรียนรู้จากความเป็นจริงในห้องปฏิบัติการที่กว้างใหญ่ไพศาลกว่าเดิมมาก เป็นห้องปฏิบัติการที่มีชีวิต แนวคิดที่ท่านอาจารย์นำเดินลงชุมชนคือสุขภาพที่จับต้องได้
ผมเป็นอีกคนหนึ่งครับ ที่มีโอกาสได้เรียนรู้จากอาจารย์วีระพงศ์ ผมเคยเป็นลูกศิษย์อาจารย์ 1 ปี ในการเป็น Ph.D candidate แต่เรียนไม่จบครับ เพราะภาษาอังกฤษยังไม่แข็งแรง และไม่มีสมาธิในการเรียนในช่วงนั้นครับ ซึ่งช่วงนั้นอาจารย์ก็ให้กำลังใจมาด้วยดีตลอด สิ่งที่ผมรับรู้ได้ตอนเขา group meeting ใน VP lab คือ ความมุ่งมั่นของอาจารย์วีระพงศ์ในการสั่งสอนลูกศิษย์ให้คิดออกนอกกรอบ รับรู้ถึงกระบวนการคิดที่เป็น systematic thingking คิดให้ไกล และพยายามก้าวไปให้ถึง ซึ่งปัจจุบันผมได้รับโอกาสจากโครงการจัดตั้งคณะเทคนิคการแพทย์ มอ. เลือกให้มาเป็นอาจารย์ที่นี่ ซึ่งผมจะนำความรู้ที่ได้จากการสังเกตวิธีการทำงานของอาจารย์วีระพงศ์ กระบวนการคิดของอาจารย์ และความมุ่งมั่นของอาจารย์ที่จะพลักดันวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ให้ก้าวหน้าทัดเทียมกับวิชาชีพอื่นๆ มาใช้ในการพัฒนาที่นี่ร่วมกับบุคลากรของ mt-psu เพื่อพัฒนาที่นี่ซึ่งเป็นสถาบันเทคนิคการแพทย์แห่งใหม่ให้เจริญ ก้าวหน้าแบบก้าวกระโดด และทัดเทียมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำให้ได้ครับ
ขอบพระคุณอาจารย์สำหรับทุกๆ อย่างที่ผ่านมาครับ
ด้วยความเคารพอาจารย์อย่างสูงครับ
ยุทธนา
ชื่นชมว่าท่านอาจารย์เป็นผู้ที่มองการณ์ไกลอย่างมีวิสัยทัศน์มากค่ะ และมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในสิ่งที่ท่านมองอยู่ค่ะ และสัมผัสได้ถึงความเป็น "ครู" ของท่านอาจารย์ค่ะ