๑๐

 

เลี้ยวจากถนนที่มีรถติดวุ่นวาย เดินเข้ามาตามรางรถไฟดีกว่า

เดินผ่านชุมชนรถไฟกลางเมืองหลวง

ที่อยู่อาศัยเขาสร้างกันง่ายๆอยู่ริมคลองน้ำเน่าน่ารัก

        มีร้านค้าเล็กๆขายขนมอันละบาทสองบาท

          มีคนออกมานั่งคุยกัน มีเด็กมาวิ่งเล่น

เล่นกระโดดยางด้วยก็มี

    มีเด็กกลุ่มหนึ่ง4-5คน ใส่กระโปรงเชือกฟาง

    กำลังซ้อมการแสดงรำระบำชาวเกาะกันอยู่

มีพี่สาวคนหนึ่งเป็นคนคุมซ้อมให้ เธอคงจะเป็นครูจากองศ์กรเอกชนสักแห่งที่ทำงานเพื่อเด็ก

      คุณครูสาวผอมๆถือโทรโข่งอันเก่าๆร้องเพลง

      เธอร้องเพลงได้น่ารักมาก พอเธอร้องถึงท่อน

กระทบหาดทรายดังคลื่นๆ”

กระทบหาดทรายดังคลื่นๆ”

          เด็กๆก็ท้าวสะเอว โยกเอวไปมาซ้ายขวา

      บางคนก็ไม่โยก แต่สะบัดสะโพกไปข้างๆ2ที

  พร้อมกับเสียงร้อง “คลื่นๆ” กระโปรงฟางก็พลิ้ว -ฟืด- ฟืป-  

 เด็กๆก็หัวเราะยิ้มฟันหลอกันใหญ่  เพราะบางคนก็สะบัดสะโพกน้อยๆมาชนกันเซไปเซมา

    ครูสาวก็บอกว่า

อ้าว อย่าเพิ่งหัวเราะซิค่ะ ซ้อมต่อค่ะ”

รำระบำชาวเกาะ ไพเราะ…..”

กระทบหาดทรายดังคลื่นๆ”

กระทบหาดทรายดังคลื่นๆ”

 

                เดินมาอีก ฉันเห็นมีค่ายมวยด้วยนะ

      อยู่ด้านหน้าเลย เวทีซ้อมตั้งอยู่กลางน้ำสีดำๆ

              บนเวทีมีเด็กซ้อมมวยอยู่สองคน

            ผู้ใหญ่คนหนึ่งถือเป้านวมให้เด็กเตะ

       ฉันเดินผ่านไปนี่ก็ได้ยินเสียงเตะดัง ปั้บ ปั้บ

              คือเสียงมันไม่แน่นเท่าผู้ใหญ่เตะ

         นักมวยตัวน้อยก็ทำเสียง อีฌ’ อีฌ’ไปด้วย

                 อีฌ’ ปั้บ! อีฌ’ ปั้บ! ………

 

         ฉันเดินผ่านเดินต่อไปตามรางรถไฟ

            ทางรถไฟเหมือนๆเดิมตลอด

            แต่ข้างทางเปลี่ยนไปเรื่อยๆ.