รัฐบาล/เกษตรกร/ชาวนา/ประมงพื้นบ้าน
น้ำแห้งเรือแพเกยตื้นกว่า1,000ลำที่ฝั่งลำน้ำชีร้อยเอ็ด
วันนี้( 9 กุมภาพันธ์ 2553)นายสมศักดิ์ ทูลธรรม ผู้ใหญ่บ้าน
ม.9 บ้านอีโก่ม ต.เทอดไทย อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า
ความแห้งแล้งที่หนักกว่าทุกปีที่ผ่านมา ในพื้นที่ริมฝั่งลำน้ำชี
ลำน้ำสาขาแห้งขอดเพราะชาวนา เร่งสูบน้ำทำนาปรัง มากกว่าทุกปีกว่า 2
เท่า คือไม่ต่ำกว่า 250,000 ไร่ น้ำถูกสูบนำมาใช้จนหมด
มีผลกระทบต่อสิ่งที่มีชีวิตในน้ำ อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
พื้นที่ริมฝั่งลำน้ำชี ทอดยาวเฉพาะในตำบลบึงงาม ตำบลเทิดไทยประมาณ 20
กิโลเมตร

ลำน้ำสาขา ตั้งแต่ห้วยน้ำเค็ม ประตูระบายน้ำบ้านมะแว
ประตูระบายน้ำกุดแขแซ ประตูระบายน้ำห้วยดางเดียว ตลอดระยะเวลา 10-12
ปีที่ผ่านมาน้ำท่วมหนักประชาชนต้องขึ้นมาอาศัยพนังกั้นน้ำ เป็นเวลา
2-3 เดือน ปีนี้น้ำแล้งมากที่สุด แพหาปลา “ยกยอ” หรือสะดุ้งใหญ่
ตามภาษภาคอีสาน เป็นแหล่งทำมาหากินของประมงพื้นบ้านภาคอีสาน
ริมฝั่งลำน้ำ บางครอบครัว มี 2-3 แพ ประกอบอาชีพจับปลาตลอดทั้งปี
มีครอบครัวอยู่ในเรือ

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า บ้านอีโก่ม ม.9
มีผู้ประกอบแพปลาประมาณ 60-70 ครัวเรือนประมาณ 100 แพ จาก 150
ครัวเรือน พื้นที่บริเวณบ้านอีโก่ม รอยต่ออำเภออาจสามารถ
และฝั่งลำน้ำชีตรงข้ามคือ อำเภอเสลภูมิ โดยเฉพาะลำน้ำห้วยยางเฌอ
รอยต่ออำเภอาจสามารถ แพหาปลายกยอ หรือสะดุ้งใหญ่ประมาณ 700-800
ลำ

ช่วงปลายลำน้ำลงสู่ลำน้ำชี และในลำน้ำชีอำจำนวนมาก
ในกุดแขแซ ประตูระบายน้ำบ้านมะแว รวมทั้งหมดกว่า 1,000 ลำ
การประกอบให้เป็นแพ โดยการใช้ไม้ไผ่เป็นส่วนประกอบหลัก เชือก ตะปู ถัง
200 ลิตร หรือถังพลาสติก 60 ลิตร
ส่วนท้ายกว้างทำเป็นกระท่อมน้อนพักผ่อน ด้านหน้ามีขาสะดุ้ง
หรือขาสำหรับติดยอขนาดใหญ่พร้อมที่ดักปลาด้านล่าง ใช้เป็นลูกถ่วง
หรือกำปั่นสำหรับยกยอขึ้นมา หากฤดูนำหลากปลาชุกชุมยกยอทุก 5-10 นาที
ปลาเต็มตุ้ม หรือไดปลามากจะพายเรือออกไปเก็บปลา เพื่อจำหน่าย
ที่ท่าน้ำด้านหน้า ได้วันละ 2,000-5,000 บาท ในฤดูฝน
หน้าแล้งได้ปลาบ้าง วันละ 20-30 กิโลกรัม ขายได้ 1,000-2,000 บาท
เป็นรายได้ตลอดทั้งปี ของชาวประมงพื้นบ้าน ปี 2553
ระดับน้ำแห้งแล้งมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา เป็นปลาจากน้ำธรรมชาติ

โดยเฉพาะ ห้วยดางเดียว รอยต่อระหว่างตำบลบึงงาม ตำบลเทอดไทย
เรือแพหาปลาแบบยกยอต้อเกยตื้นกว่า 100 ลำ
และที่กำลังรอการเกยตื้นอีกจำนวนมาก
สร้างความเสียหายให้กับอาชีพการประมง ขาดรายได้
เรือแพเสียหายเพราะปลวกเข้าไปทำลาย ต้องหาไม้ไผมาต่อเรือแพใหม่ ลำละ
7,000-10,000 บาท นอกจากั้น เรือแพที่ลำห้วยยางเฌอ
อำเภออาจสามารถ เกยตื้นอีกกว่า 500 ลำ
ความแห้งแล้งทำให้การประมงพื้นบ้าน
เสียหายอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

นายแสง ทูลธรรม ราษฎรบ้านอีโก่ม ม.9 ต.เทอดไทย
อ.ทุ่งเขาหลวง กล่าวว่า ตนเองประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน โดยทำแพยกยอ
หรือ “สะดุ้ง” ใหญ่ เรียกว่าใช้ชีวิตในเรือนแพตลอดปี ทั้งฤดูฝน
ฤดูแล้ง จับปลาขาย สร้างรายได้ แพ 1 ลำสามารถทำมาหากินได้ กว่า 10 ปี
หากชำรุดซ่อมแซมไปเรื่อยๆลงทุนเพียงเล็กน้อย
แต่ครั้งนี้เป็นการเกยตื้น ปลวกเข้าทำลายเสียหายทั้งลำ
ตนเองขาดรายได้ลูกกำลังเรียนหนังสือ
ต้องหาเงินทุนมาสร้างแพใหม่กว่า 15,000-20,000 บาท

ชาวประมงพื้นบ้าน หลายคนบอกว่า ปกติแล้ว
พื้นที่บริเวณนี้น้ำท่วมหนักติดต่อกันมา 11 ปี
แต่ปีนี้แห้งแล้งหนักมากเพราะการทำนาปรังชาวนาใช้น้ำมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา
ไม่ทราบว่าจะมีปลาให้จับอีกหรือไม่เพราะน้ำแห้งหมดจริงๆ
“น้ำมาจับปลาขาย น้ำหายทำนาปรัง” สโลแกนนี้ใช้ไม่ได้ครับ
เป็นความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่องของประชาชน
ในพื้นที่ต่อจากห้วยดางเดียว ที่ไหลลงสู่ลำน้ำชี

นายสมศักดิ์ ทูลธรรม กล่าวว่า หลายคนเห็นข่าวว่า
แพปลาเกยตื้นกว่า 100 ลำ ไม่เชื่อว่าจะมีมากถึงขนาดนั้น
ความเป็นมีมากกว่า 1,000 ลำ ผมกำลังขึ้นทะเบียนเรือแพสะดุ้งใหญ่
ในพื้นที่ เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะภัยธรรมชาติ “แล้ง”
หากแพอยู่ในน้ำ ปลวกไม่ทำลาย นำหมดปลวกทำลายเสียหาย 100%
อยาก

ให้รับบาลมองเห็นความสำคัญของชาวประมงพื้นบ้าน ที่ลุ่มลำน้ำชีด้วย
ขอบคุณสื่อมวลชนจาก ส่วนกลางที่ให้ความสำคัญ ของประชาชนชาวลำน้ำชี
ครับ
วัชรินทร์ เขจรวงศ์/รายงาน
โทร.085-7567108