เราจะได้คำตอบว่าที่เราเรียนดนตรีมา ก็เพื่อจะได้มีช่วงเวลาแบบนี้แหละ ช่วงเวลาที่เราเป็นผู้สร้างสรรค์งาน ช่วงเวลาที่เราจะได้ทิ้งสถานภาพบางอย่างของเราชั่วคราว แล้วสวมบทศิลปิน สวมบทบาทนักดนตรี

สอนดนตรีมาก็นาน แต่ทำไมไม่รู้จักคิดได้ก่อนหน้านี้ก็ไม่รู้ สงสัยจะเพราะว่าตัวเองเป็นคนชอบเล่นดนตรี(มากๆ)ก็เลยไม่ทันนึกถึงเรื่องนี้ไป

คุณๆที่เรียนดนตรี คุณมีเวลาอย่างน้อยสัก 1 วันในสัปดาห์ให้เป็นวัน"เล่น"ดนตรีของคุณมั้ยคะ

เราอาจจะลืมไปว่า เครื่องดนตรีที่เรามี ที่เราหยิบจับอยู่ทุกวันนี้ แท้จริงก็คือของเล่นชิ้นหนึ่งเหมือนกัน เหมือนๆกับที่เรามีตุ๊กตา มีหุ่นยนต์ มีรถเด็กเล่น มีหนังสือนิทานสนุกๆ

โตมาอีกหน่อย เราก็มีรองเท้าสเก็ต มีห่วงฮูลาฮูป มีไม้ปิงปอง มีไม้แบดมินตัน มีจักรยาน หรือแม้แต่มีคอมพิวเตอร์ มีเครื่องเสียงชั้นเลิศ โฮมเธียเตอร์ รวมไปถึงรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ๆ และรถยนต์ที่เราชอบเอาไปแต่งไปโหลดกันนั่นแหละ

เหล่านี้จะว่าไปก็ล้วนแต่เป็นของเล่นของเราทั้งนั้น อยู่ที่ว่าเราจะเล่นชิ้นไหน ของเล่นทุกอย่างมีไว้ด้วยจุดประสงค์หลักอย่างเดียวคือ เพื่อความเพลิดเพลินใจ ส่วนที่ว่าจะได้ประโยชน์หรือได้ความรู้ตามมานั่นก็เป็นผลพลอยได้เฉยๆ

แต่ทั้งนี้ เมื่อเราหยิบของเล่นซักชิ้นหนึ่งขึ้นมาทำอะไร เราก็จะคิดถึงแต่เรื่องที่มันจะสร้างความเพลิดเพลินให้เราทั้งนั้น

นั่นแหละค่ะ คุณเคยเล่นดนตรี เล่นเครื่องดนตรีของคุณด้วยความรู้สึกนี้หรือเปล่า?

บางทีเราอาจจะลืมไปแล้วว่าที่จริงที่เรามาเรียนดนตรีกันอยู่เนี่ย ก็เพื่อให้เราเล่นดนตรีเป็น ให้เราสร้างเสียงเพลงจากเครื่องดนตรีที่เราเล่นอยู่นี้ได้ ซึ่งก็คือเรียนรู้วิธีการเล่นกับของเล่นชิ้นนี้ของเรา

เหมือนๆกับที่เราเรียนรู้วิธีตีปิงปอง จะจับไม้ยังไง จะตีท่าไหน ลูกมาแบบนี้จะรับท่าไหน เมื่อเรียนรู้วิธีแล้ว เราก็เอาไปฝึก พอคล่องแล้ว เราก็เอาไปเล่นไงคะ(คงไม่ต้องบอกว่าเล่นแล้วก็จะได้สนุกไงคะ...ด้วยหรอกนะ)

ถามว่าถ้าเล่นไม่เป็น ตีไม่คล่อง ตีแล้วแพ้ตลอด คุณก็คงไม่สนุกเท่าไร จริงมั้ย

ถ้าเราตีแพ้ เราก็กลับมาฝึกฝีมือใหม่ หัดใหม่ ซ้อมใหม่ กลับไปเล่นอีกทีก็เก่งขึ้น คุณก็จะสนุกขึ้น รู้สึกภูมิใจ รู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น จริงมั้ยคะ

แล้วถามอีกว่า ถ้ารู้วิธีเล่น และเล่นเป็นแล้วไม่เอาไปเล่นล่ะ มันจะเป็นยังไง

มันก็คงจะไม่เป็นยังไงหรอกค่ะ เพียงแต่เราก็จะเสียดายแทนคุณที่พลาดความสนุกบางอย่างในชีวิตไป มันอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกค่ะ แต่ว่าคุณจะไม่เล่นมันเสียหน่อยเหรอ ไหนๆก็ลงทุนลงแรงฝึกมันแล้วนี่ จะไม่ให้มันสร้างความหรรษาให้คุณเสียหน่อยเหรอคะ

เรียนดนตรีแล้ว ให้หาเวลา"เล่น"ดนตรีบ้างนะคะ สมมุติว่าคุณซ้อมเปียโนในบทเรียนที่คุณเรียนทุกวัน วันละ 15 - 30 นาที ให้คุณหาเวลาอย่างน้อยสักสัปดาห์ละหนึ่งวัน(อย่างน้อยนะคะ ถ้าได้มากกว่านั้น ครูขิมก็ขอแสดงความยินดีกับช่วงเวลาสร้างความหรรษาให้กับชีวิตคุณด้วย) ให้เป็นวัน"เล่น"ดนตรี คือ อยากจะเล่นเพลงอะไร เป็นเพลงเก่าที่เคยเรียนมาแล้วก็ได้ จะเป็นเพลงง่ายหรือเป็นเพลงยากก็ได้ ขอให้เป็นเพลงที่คุณอยากเล่น แล้วเล่นมันด้วยความอิสระ ไม่ต้องคิดถึงทฤษฎีหรือข้อห้าม ข้อกำหนดใดๆทั้งนั้น ให้คุณเล่นจากใจและมีความสุขไปกับเสียงเพลงที่คุณสร้างขึ้นมา

เราจะได้คำตอบว่าที่เราเรียนดนตรีมา ก็เพื่อจะได้มีช่วงเวลาแบบนี้แหละ ช่วงเวลาที่เราเป็นผู้สร้างสรรค์งาน ช่วงเวลาที่เราจะได้ทิ้งสถานภาพบางอย่างของเราชั่วคราว แล้วสวมบทศิลปิน สวมบทบาทนักดนตรี

ลองดูนะคะ คุณอาจจะคิดว่า การเล่นแบบนี้ ฉันไม่เห็นจะชอบเลย ให้ไปลองทำดูก่อนค่ะ ครูขิมเชื่ออย่างเหลือเกินว่าคุณจะชอบ เพราะน้อยคนเหลือเกินที่จะไม่รู้สึกดีกับเสียงดนตรี

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็นเสียงดนตรีที่คุณสร้างมันขึ้นมากับมือเอง