ตอนที่ ๑

 

          มาตรา ๔ วรรคสาม ของ พรบ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒  ระบุนิยามการศึกษาตลอดชีวิตดังนี้   “การศึกษาตลอดชีวิต หมายความว่า การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต”

          ผมมีอคติส่วนตัวว่า การศึกษาตลอดชีวิตต้องตั้งต้นคิดที่ตัวพลเมืองหรือประชาชน   ไม่ใช่คิดเริ่มต้นที่ระบบการศึกษา   และ การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้องอยู่ในที่ทำงานและที่ดำรงชีวิต    ดังนั้น ต้องส่งเสริมให้ที่ทำงาน และสังคม/ชุมชนในภาพกว้าง เข้ามาส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาที่ทำงานและพัฒนาสังคม/ชุมชน นั้นเอง
 

          โดยที่ระบบการศึกษาต้องสร้างนิสัยและทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่พลเมือง   โดยเริ่มต้นตั้งแต่ยังเป็นเด็ก และอยู่ในระบบการศึกษาในระบบ   ซึ่งหมายความว่าครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องเป็นบุคคลที่มีฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา ต่อการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ  

          ซึ่งในปัจจุบัน ความเป็นจริงตรงกันข้าม   แสดงว่าการแปลทฤษฎีสู่การปฏิบัติมีปัญหา    ผมเคยได้ยินครูพูดว่า “เรียนอีกแล้วเหรอ ปวดหัว”  “อย่าพูดเรื่องเรียน ปวดหัว”   ซึ่งสะท้อนภาพความล้มเหลวของระบบการศึกษาอย่างชัดแจ้ง

          ผมมีอคติว่า เครื่องมือที่ดีที่สุดของการเรียนรู้ตลอดชีวิตคือ KM   และการก่อตั้ง สคส.  ก็เพื่อทำงานรับใช้สังคมไทยในด้านนี้

 

 

วิจารณ์ พานิช
๒๒ ก.พ. ๕๓