ฝ่ายภรรยา จบ ป.โทเป็นผู้หญิงเก่ง มีอาชีพเป็นนักบัญชี ก่อนแต่งงานเป็นคนไม่ค่อยพูดจา หน้าตารูปร่างสวยงามเป็นที่หมายปองของชายทุกคนที่ได้พบเห็น แต่พอหลังจากมีลูกคนที่ สาม จะเป็นฝ่ายพูดและสั่งการทั้งหมด แม้แต่หมาที่เลี้ยงไว้เมื่อก่อนยังกล้าเห่าแต่ปัจจุบันยังต้องเงียบเพื่อฟังคำสั่ง......ฮา.....

มีเรื่องสั้นๆจะเล่าครับ

ณ เพลาหนึ่งมีคู่สามีภรรยาต้องทนอยู่กินกันมาหลายสิบปี เพราะมีลูกด้วยกัน สาม คน เป็นลูกชายทั้งสามลูก

คนโตเปิดร้านขายของชำในอาคารพาณิชย์ที่พ่อซื้อไว้

คนกลางเพิ่มเรียนจบ ป.โท กำลังหางานทำ

คนเล็กกำลังเรียน มหาวิทยาลัย ปี 1

เหตุที่ต้องทนอยู่กินกันเพราะ

ฝ่ายภรรยา จบ ป.โทเป็นผู้หญิงเก่ง มีอาชีพเป็นนักบัญชี ก่อนแต่งงานเป็นคนไม่ค่อยพูดจา หน้าตารูปร่างสวยงามเป็นที่หมายปองของชายทุกคนที่ได้พบเห็น แต่พอหลังจากมีลูกคนที่สาม จะเป็นฝ่ายพูดและสั่งการทั้งหมด แม้แต่หมาที่เลี้ยงไว้เมื่อก่อนยังกล้าเห่าแต่ปัจจุบันยังต้องเงียบเพื่อฟังคำสั่ง......ฮา.....

ส่วนฝ่ายสามี จบแค่ ป.ตรี รับราชการในตำแหน่งหัวหน้ากรม ก่อนแต่งงานเจ้าชู้เพราะเป็นหนุ่มประเภทหล่อเลือกได้ กินเหล้า สูบบุหรี เล่นการพนันบ้างเล็กน้อย เพื่อจะได้ไม่เป็นขอทาน.....ฮา... หลังแต่งงานแล้วก็ยังเป็นที่หมายปองของผู้สาวเรียกว่าหล่อไม่เสร็จ....ฮา....แต่เพราะไม่เลิกนิสัยสูบบุหรี จึงเกิดอาการใกล้ตายจึงนึกถึงลูกทั้งสามลูก...อิ.อิ. ว่าต่อไปจะขัดแย้งและฆ่ากันตายเพราะมรดกของพ่อ ขณะนอนป่วยใกล้ตายเลยเรียกภรรยาเข้ามาสั่งเสีย บอกว่าถ้าพี่ตายไปในวันสองวันนี้ให้น้องแบ่งมรดกของพี่ดังนี้

สามี.....พี่ป่วยคราวนี้คงรอดยาก จะแบ่งมรดกของพี่ให้ลูกๆ

ภรรยา...(ภรรยาขัดขึ้นทันที)ตายก็ดีพี่....ฮา..มรดกจะแบ่งไงว่ามา....ฮา...

สามี.......รถยนต์ของพี่ ยกให้เจ้าโตมัน

ภรรยา.....(สามีพูดยังไม่ทันจบ) ให้เจ้าโตทำไม มันมีรถปิคอัพแล้วใช้ค้าขายอยู่ที่อาคารพาณิย์ของพี่ ให้เจ้ากลางถึงจะถูกมันเพิ่งจบมากำลังหางานทำจะได้มีหน้ามีตาตอนขับรถไปสมัครงานจะได้ไม่อายใคร

สามี.....เออ...ได้เอาตามนั้น...แต่บ้านนี้ให้เจ้าโตมัน

ภรรยา....(ขัดอีกทันที) ก็บอกอยู่ว่าเจ้าโตมันมีอาคารพาณิชย์ทำค้าขายอยู่ บ้านต้องให้เจ้าเล็กมัน เพราะมันไม่ทันคนและอีกอย่างไม่รู้ชาตินี้มันจะมีปัญญาซื้อบ้านเองหรือไม่ก็ไม่รู้

สามี......(เงียบกลืนน้ำลายแล้วถอนหายใจ....) เออ...เออ..ตามนั้น แต่ตังค์ในธนาคารทั้งหมดมีอยู่ สิบล้าน ถอนเอาออกมาแบ่งให้เท่าๆกันทุกคนรวมทั้งน้องด้วย จะได้ไม่มีใครว่าพี่ได้

ภรรยา....(ขัดอีกแล้ววะ) ให้เท่ากันไม่ได้ เจ้าเล็กให้บ้านราคาก็หลายล้าน เจ้ากลางได้รถไปราคาก็สองล้านกว่าและอีกอย่างต่อไปมันทำงานก็เลี้ยงตัวได้ ส่วนเจ้าโตมันค้าขายจะขาดทุนเมื่อไหร่ไม่รู้ ให้มันเยอะหน่อย แล้วของน้องก็เอาไว้พอใช้ไปจนตายก็พอ

สามี.....กูไม่ทนแล้วโวย้....จะตายยังสั่งไม่ได้.....ฮา......มึงสั่งหมด....ฮา...

เมื่ออ่านจบอยากถามว่า

1.มรดกของสามีจะสั่งเสียโดยวิธีนี้ได้หรือไม่

2.ถ้าสามีไม่ตายคราวนี้ควรทำอย่างไรกับภรรยา...อิ.อิ...

ใครตอบได้ให้มีแต่ความสุขตลอดชีวิต (วันอาทิตย์จะเฉลยครับ) 

มีคำเฉลยแล้วตามนี้ครับ

ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจหลักกฎหมายเกี่ยวกับการทำพินัยกรรมกำหนดไว้เช่นไรบ้าง หากท่านคิดจะทำพินัยกรรมจะได้เข้าใจและตัดสินใจได้ถูกต้องว่าจะใช้วิธีใด และขอให้จำไว้ว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำให้ถูกต้องตามแบบและขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้นะครับไม่เช่นนั้น พินัยกรรมที่ทำมาอาจไม่สมบูรณ์หรือมีผลบังคับตามเจตนาของผู้ทำพินัยกรรม หากไม่เข้าใจควรขอคำแนะนำจากนักกฎหมายเท่านั้น จะอธิบายพอเข้าใจสั้นๆนะครับ

ตามประมวลกฎหมายแพ่งฯกำหนดไว้ว่า

มาตรา 1646 บุคคลใดจะแสดงเจตนาโดยพินัยกรรมกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนเอง หรือในการต่างๆ อันจะให้เกิดเป็นผลบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อตนตายก็ได้

มาตรา 1648 พินัยกรรมนั้นต้องทำตามแบบซึ่งระบุไว้ในหมวด 2 แห่งลักษณะนี้

  

เห็นยังครับว่า มาตรา 1646 ให้สิทธิ์เจ้าของทรัพย์สินทำพินัยกรรมได้ตามแต่ความประสงค์ได้เป็นคำสั่งสุดท้ายที่จะให้มีผลตามกฎหมายเมื่อตนถึงแก่ความตาย

แต่ก็กำหนดไว้ตามมาตรา 1648 ว่าต้องทำตามแบบซึ่งสามารถเลือกทำได้ตามแบบใดแบบหนึ่งมีกำหนดไว้5 แบบ ตามมาตรา 1656 , 1657 , 1658 , 1660 และ 1663 แต่ต้องให้ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในแต่ละแบบจึงมีผลบังคับได้ คราวนี้มาเข้าใจต่อว่าแบบของพินัยกรรมมีแบบใดบ้าง (แต่ผมจะไม่ลงไปในรายละเอียดครับหากจะทำให้นักกฎหมายจัดการให้นะครับ)

  1. พินัยกรรมแบบธรรมดา ตาม ม.1656

  2. พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ตาม ม.1657

  3. พินัยกรรมทำเป็นเอกสารฝ่านเมือง ตาม ม.1658

  4. พินัยกรรมทำเป็นเอกสารลับ ตาม ม.1660

  5. พินัยกรรมทำด้วยวาจา ตาม ม.1663

พินัยกรรมตามที่ว่ามาทั้ง 5 แบบนี้ ตามแบบที่ 1 และ 2 ไม่ต้องให้ทางอำเภอเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแต่ถ้าเป็นแบบที่ 3 ถึง 5 ต้องให้อำเภอเข้าเกี่ยวข้องด้วยส่วนจะเกี่ยวข้องด้วยมากน้อยอย่างไรผมไม่อธิบายนะครับกลัวยาว (ที่อ่านมาสั้นหรือไงวะ....ฮา....) แต่จะขออธิบายเฉพาะแบบที่ 5 พินัยกรรมทำด้วยวาจา มันเกี่ยวกับเรื่องที่เป็นคำถาม 

มาตรา 1663 เมื่อพฤติการณ์พิเศษซึ่งบุคคลใดไม่สามารถจะทำพินัยกรรมตามแบบอื่นที่กำหนดไว้ได้ เช่นตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย หรือเวลามีโรคระบาด หรือสงคราม บุคคลนั้นจะทำพินัยกรรมด้วยวาจาก็ได้

                 เพื่อการนี้ ผู้ทำพินัยกรรมต้องแสดงเจตนากำหนดข้อพินัยกรรมต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนซึ่งอยู่พร้อมกัน ณ ที่นั้น

                 พยานสองคนนั้นต้องไปแสดงตนต่อกรมการอำเภอโดยมิชักช้าและแจ้งข้อความที่ผู้ทำพินัยกรรมได้สั่งไว้ด้วยวาจานั้น ทั้งต้องแจ้งวันเดือน ปี สถานที่ที่ทำพินัยกรรมและพฤติการณ์พิเศษนั้นไว้ด้วย

                 ให้กรมการอำเภอจดข้อความที่พยานแจ้งนั้นไว้ และพยานสองคนนั้นต้องลงลายมือชื่อไว้ หรือมิฉะนั้นจะให้เสมอกับการลงลายมือชื่อได้ก็แต่ด้วยลงลายพิมพ์นิ้วมือโดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรองสองคน

 สักสักหน่อยนะครับเดี๋ยวเบื่อเสียก่อน

มาต่อครับ

                 ตามมาตรานี้จะเห็นขั้นตอนดังนี้

เมื่อมีพฤติกรรมพิเศษที่เจ้าของทรัพย์ไม่สามารถจะทำพินัยกรรมตาม 4แบบที่ว่ามาแล้ว ส่วนพฤติกรรมพิเศษที่ว่านี้ในทางกฎหมายคือตกอยู่ในอันตรายใกล้ตาย เช่นป่วยหนัก ภาวะสงคราม ขับรถชนติดอยู่ในซากรถกำลังจะหมดลมหายใจ (เออ...ยังนึกถึงกิ๊กที่บ้าน...ฮา...)

  • เมื่อมีพฤติกรรมพิเศษแล้วในกรณีเช่นนี้ลองนึกภาพดูนะว่าใครจะหากระดาษปากกาดินสอได้ทันมาเขียน  กฎหมายเลยให้สังเสียด้วยวาจาได้แต่ต้องทำดังนี้ครับ

    • ก.     ต้องมีพยานพร้อมกัน 2 คน แล้วสั่งเสียต่อหน้าพยานทั้งสองคนว่าทรัพย์สินใดจะยกให้กิ๊กคนใด(จะตายยังห่วงกิ๊ก...ฮา)

    • ข.     เมื่อพยานทั้ง 2 คนได้รับฟังคำสั่งแล้วต้องพร้อมกันไปแสดงตนต่อนายอำเภอโดยรวดเร็วทันทีที่ทำได้ และต้องแจ้งให้นายอำเภอทราบว่า  

      • ข.1 ข้อความที่ผู้ทำพินัยกรรมได้สั่งไว้ว่าอย่างไร

      • ข.2 วัน เดือน ปี และสถานที่ที่ทำพินัยกรรมด้วยวาจา

      • ข.3 พฤติกรรมพิเศษที่ขัดขวางจนผู้ทำพินัยกรรมไม่สามารถจะทำพินัยกรรมแบบอื่นได้ในขณะนั้น

  • ให้นายอำเภอจดข้อความที่พยานทั้งสองแจ้งให้ทราบแล้วให้พยานทั้งสองลงลายมือชื่อไว้

     แต่พินัยกรรมฉบับนี้ถ้าครบกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่ที่ผู้ทำพินัยกรรมไม่ตายหรือสามารถกลับมาสู่ฐานะที่จะทำพินัยกรรมตามแบบอื่นได้ หากผู้ทำพินัยกรรมไม่ทำพินัยกรรมแบบอื่นอีก พินัยกรรมที่ทำด้วยวาจานี้ย่อมสิ้นผลไปทันที

ตามมาตรนี้ครับ 

  มาตรา 1664 ความสมบูรณ์แห่งพินัยกรรมซึ่งทำขึ้นตามมาตราก่อนนั้นย่อมสิ้นไปเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่เวลาผู้ทำพินัยกรรมกลับมาสู่ฐานะที่จะทำพินัยกรรมตามแบบอื่นที่กำหนดไว้ได้

พอเข้าใจแล้วนะครับที่นี้คำเฉลย

ตามเรื่องที่เล่ามา

คำถามที่ 1 

1.มรดกของสามีจะสั่งเสียโดยวิธีนี้ได้หรือไม่

การทำพินัยกรรมของคุณสามีโดยการสั่งด้วยวาจาไม่มีผลทางกฎหมายครับเพราะขาดพยาน 2 คน ส่วนภรรยาไม่สามารถเป็นพยานในพินัยกรรมได้เพราะมีส่วนได้รับมรดกตามพินัยกรรมด้วย แต่ไม่ขออธิบายเดี๋ยวยาวอีก...ฮา...

คำถามที่ 2

2.ถ้าสามีไม่ตายคราวนี้ควรทำอย่างไรกับภรรยา  

หากคุณสามีไม่ตายคราวนี้ผมว่าน่าจะมีหลายวิธีคิดครับว่า

การอยู่กินกันในฐานะสามีภรรยา ก่อนเคยรัก เคยเป็นหวานใจของกันและกัน ไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่งจะคอยเป็นห่วงเป็นใยต่ออีกฝ่ายเสมอเมื่อไม่ทราบข่าวซึ่งกันและกัน ในช่วงเวลานั้นต่างฝ่ายต่างขาดกันไม่ได้ ไม่เห็นหน้าขอเห็นหลังคาบ้านก็ยังดี นัดเพื่อนไว้แต่พอสุดที่รักนัดแทรกมาทิ้งเพื่อนทันที พอแต่งงานบ้านคือสวรรค์ เลี้ยงน้องหมาไว้พอคุณสามีเดินเข้าบ้าน น้องหมาจะวิ่งออกมาเห่าแสดงความดีใจแถมคาบเอารองเท้าไปเก็บให้ ส่วนคุณภรรยาวิ่งเข้ามาหอมแก้ม เอาน้ำเย็นหรือเครื่องดื่มที่คุณสามีชอบมาให้ บ้านคือสวรรค์จริงๆ แต่พอมีลูกหรืออยู่ไปนานๆหลายปี พอคุณสามีกลับมาบ้าน คุณน้องหมาวิ่งหนีไปซ่อนตัว คุณภรรยาเห่า...เออพิมพ์ผิด...ฮา.....ขออภัย เริ่มบ่นตั้งแต่ได้ยินเสียงเปิดประตูรถ คุณสามีคาบ...ฮา...ขออภัยอีกที่ เอารองเท้าไปเก็บเองแล้วรีบอ่านน้ำแต่งตัวออกไปหาสวรรค์นอกบ้าน เพราะไม่ยากอยู่ในนรกน่านๆ นรกเอาไว้นอนตอนเมา...ฮา...

นี้คือสภาพจริงของสังคมครอบครัวส่วนใหญ่ คุณสามีคุณภรรยาต่างแอบมีกิ๊ก เพื่อต้องการ ให้ได้สวรรค์คืนมา ก็ไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมไม่นึกถึงตอนที่รักกันใหม่ๆ หรือว่าเป็นเพราะนำเอาความรักมาหักลบกับความโกรธ ความไม่ชอบ แล้วความรักมันติดลบ ท่านใดเป็นอย่างที่ผมว่ามาไม่ลองย้อนคิดถึงอดีตแล้วทำให้มันกลับมาใหม่ไม่ดีกว่าไปสร้างสวรรค์เอานอกบ้านหรือครับ แต่ถ้าไม่คิดจะปรับอีกแล้วลองทำตามขั้นตอนนี้ซิครับลองคลิกไปดูนะ

คลิกได้เฉพาะคุณผู้ชาย คุณผู้หญิงห้ามคลิก

ที่ตอบอย่างนี้ท่านอาจสงสัยว่าผมหละมีครอบครัวหรือยังแล้วเป็นไง

ถ้าวัยผมยังไม่มีครอบครัวแสดงว่าผมคงผิดปกติชายแล้วหละครับ วัยผมหากคิดจะจีบใครตอนนี้ต้องปล้ำเอาเท่านั้นครับส่วนสภาพครอบครัวเป็นอย่างไร ขณะนี้ยังไม่เคยเอาความโกรธ ความไม่ชอบมาหักลบกับความรักครับ....เออ..หวานอย่างมีนัย...อิ.อิ.

ขอบคุณนะครับที่ทนอ่านคำตอบ แต่อย่าลืมนะครับหากจะทำพินัยกรรม ปรึกษาทนายเถอะแบ่งให้ทนายใช่มั่ง...ฮา....