แถก

 

O แล้วอาการตะแบงก็แผลงฤทธิ์
ขึ้นปกปิดทัณฑ์โทษของโฉดฉล
แล้วที่สุดขดหางของบางคน
ก็คลี่ออกปอกตน..ให้ชนรู้

O รับได้หรือ-ใจคน..ว่าตนผิด
จึงพูดบิดเบือน-แถ..เซ็งแซ่อยู่
ถูกล้วงไส้ตีแผ่ให้แลดู
ก็ยังสู้แถก-ลิ้น…ให้ยิน..ฟัง

O ไม่ยอมรับกฎเกณฑ์..เฝ้าเบน-เลี่ยง
คำทุ่มเถียงอาฆาต..ด้วยวาดหวัง-
ว่า..จะเอาเลือดเนื้อ-เชื่องเชื่อ..บัง-
ตัวตนผู้อยู่หลัง..คอยสั่งการ

O โอ..นี่หรือผู้นำ..จะนำชน-
เข้าปลิดป่นอำมาตย์อย่างอาจหาญ ?
รอ-ก้าวย่างนำเดิน..อยู่เนิ่นนาน
เห็นเพียงจิตวิญญาณ..หลังม่านเงิน

O หรือย่างก้าวเหยียบย่ำ..ในต่ำใต้
นั้น-มีไว้แตะตื่นพวกตื้นเขิน-
คอยแผดเสียงโก่งคอ..ฟังพอเพลิน
ฟังถ้อยคำงกเงิ่น..หยอกเอินคน

O มีปากไว้สร้างหวัง..ชนทั้งผอง
ให้คอยร้องร่ำดัง..ทุกครั้งหน
จำต้องนั่งอยู่ในหัวใจชน
ให้พวกมันดิ้นรนเพื่อตัวกู

O เห็นข้างบ้าน-ผู้หญิง..โง่ยิ่งนัก
ยอมถูกกักในบ้าน..เนิ่นนานอยู่
ใครเล่าจะมองเห็นว่าเป็นครู-
การต่อสู้เผด็จการในบ้านตน

O ต้องบินไปบินมาอย่างข้านี่
เงินมากมีสั่งใช้..ย่อมได้ผล
มัวลำบากตรากตรำต้องจำทน
ให้ผู้คนเหยียบย่ำอยู่ทำไม

O อุดมการณ์เพื่อชนผู้ทุกข์ยาก
ใครมีปากอยากพูดก็พูดได้
อองซานซูจี...จะมีใด-
เทียบชายไทยผู้กล้า..ใน-วาที

O โอ – นั่นโคลงสี่ของศรีปราชญ์
ใช้เท้าวาดถ้อยวรรค..เป็นสักขี
สืบทอดนัยฝ่ากาลนับนานปี
มาบัดนี้ยินดังอีกครั้งแล้ว

O ต่างกันที่ครั้งนั้น..ถูกกลั่นแกล้ง
ครั้งนี้แจ้งนัยเขา..ช่าง-เบาแผ่ว
แรงอาฆาตคนบาป..กลับวาบแวว
ปากเจื้อยแจ้วโคลงเก่า..อย่างเร้าใจ

O จึงอาการตะแบง..เมื่อ-แผลงฤทธิ์
ย่อมโดยจิตมารยา, ถ้อยสาไถย-
ก็จะยังตอกย้ำ..อยู่ร่ำไป
เพื่อบอกให้คนรู้..เขาดูแคลน

O จึงอาการตะแบง..เมื่อ–แผลงฤทธิ์
ย่อมโดยจิตหลอกลวง..ที่หวงแหน-
ความมั่งคั่งโกงกิน..จากดินแดน
หน้าที่แหงนเงยบอก..รอ - หลอกใคร ?