O แล้วอาการตะแบงก็แผลงฤทธิ์ขึ้นปกปิดทัณฑ์โทษของโฉดฉลแล้วที่สุดขดหางของบางคนก็คลี่ออกปอกตน..ให้ชนรู้O รับได้หรือ-ใจคน..ว่าตนผิดจึงพูดบิดเบือน-แถ..เซ็งแซ่อยู่ถูกล้วงไส้ตีแผ่ให้แลดูก็ยังสู้แถก-ลิ้น…ให้ยิน..ฟังO ไม่ยอมรับกฎเกณฑ์..เฝ้าเบน-เลี่ยงคำทุ่มเถียงอาฆาต..ด้วยวาดหวัง-ว่า..จะเอาเลือดเนื้อ-เชื่องเชื่อ..บัง-ตัวตนผู้อยู่หลัง..คอยสั่งการO โอ..นี่หรือผู้นำ..จะนำชน-เข้าปลิดป่นอำมาตย์อย่างอาจหาญ ?รอ-ก้าวย่างนำเดิน..อยู่เนิ่นนานเห็นเพียงจิตวิญญาณ..หลังม่านเงินO หรือย่างก้าวเหยียบย่ำ..ในต่ำใต้นั้น-มีไว้แตะตื่นพวกตื้นเขิน-คอยแผดเสียงโก่งคอ..ฟังพอเพลินฟังถ้อยคำงกเงิ่น..หยอกเอินคนO มีปากไว้สร้างหวัง..ชนทั้งผองให้คอยร้องร่ำดัง..ทุกครั้งหนจำต้องนั่งอยู่ในหัวใจชนให้พวกมันดิ้นรนเพื่อตัวกูO เห็นข้างบ้าน-ผู้หญิง..โง่ยิ่งนักยอมถูกกักในบ้าน..เนิ่นนานอยู่ใครเล่าจะมองเห็นว่าเป็นครู-การต่อสู้เผด็จการในบ้านตนO ต้องบินไปบินมาอย่างข้านี่เงินมากมีสั่งใช้..ย่อมได้ผลมัวลำบากตรากตรำต้องจำทนให้ผู้คนเหยียบย่ำอยู่ทำไมO อุดมการณ์เพื่อชนผู้ทุกข์ยากใครมีปากอยากพูดก็พูดได้อองซานซูจี...จะมีใด-เทียบชายไทยผู้กล้า..ใน-วาทีO โอ – นั่นโคลงสี่ของศรีปราชญ์ใช้เท้าวาดถ้อยวรรค..เป็นสักขีสืบทอดนัยฝ่ากาลนับนานปีมาบัดนี้ยินดังอีกครั้งแล้วO ต่างกันที่ครั้งนั้น..ถูกกลั่นแกล้งครั้งนี้แจ้งนัยเขา..ช่าง-เบาแผ่วแรงอาฆาตคนบาป..กลับวาบแววปากเจื้อยแจ้วโคลงเก่า..อย่างเร้าใจO จึงอาการตะแบง..เมื่อ-แผลงฤทธิ์ย่อมโดยจิตมารยา, ถ้อยสาไถย-ก็จะยังตอกย้ำ..อยู่ร่ำไปเพื่อบอกให้คนรู้..เขาดูแคลนO จึงอาการตะแบง..เมื่อ–แผลงฤทธิ์ย่อมโดยจิตหลอกลวง..ที่หวงแหน-ความมั่งคั่งโกงกิน..จากดินแดนหน้าที่แหงนเงยบอก..รอ - หลอกใคร ?
กลอนคมๆที่น่าคิด
เขียนกลอนได้ รสชาดจัดจ้าน