ภาพเคลื่อนไหว (แอนนิเมชั่น) แผ่นดินไหว น่าสนใจเลยทำคำอธิบายประกอบภาษาไทยไว้ครับ

รวม 13 สไลด์ คลิกเริ่ม (Begin) แล้วคลิก สไลด์ถัดไป (Next)

  1. โลกประกอบด้วย 4 ชั้น แกนชั้นในสุด แกนชั้นนอก ชั้นแมนเทิล และชั้นเปลือก  ส่วนที่เป็นชั้นแข็งแรงและเย็นตัวแล้วก็คือ ชั้นเปลือกและส่วนบนๆของชั้นแมนเทิลซึ่งรวมเรียกว่า ลิโธสะเฟียร์ (Lithosphere) ซึ่งตามความหมายของคำก็คือส่วนของโลกที่เป็นดินหินและแร่ที่ไม่นับรวมสิ่งมีชีวิตบนโลกที่เรียกรวมๆว่าไบโอสะเฟียร์ (Biosphere)
  2. ส่วนของลิโธสะเฟียร์แตกเป็นแผ่นๆ (plates) ผลส่วนใหญ่จากแรงโน้มถ่วงของโลกที่ดึงแผ่นเพลทลงขณะที่มันเย็นตัว และผลบางส่วนจากส่วนของลิโธสะเฟียร์ที่เกิดขึ้นใหม่ที่ทำให้แผ่นเพลทเคลื่อนตัว
  3. แสดงแผ่นเพลทต่างๆ ประเทศไทยอยู่ที่ ยูเรเซียนเพลท ทางซ้ายมือสุด การเกิดแผ่นดินไหวส่วนมากเกิดตามรอยต่อของแผ่นเพลทเหล่านี้ บางครั้งเกิดตามส่วนที่รอยแตกรอยแยกที่เรียกว่า ฟอลท์ (Faults) และเกิดได้ตลอดเวลาทั่วโลก (พันคำสงสัยว่าทำไม การเกิดแผ่นดินไหวทั้งสองครั้งติดๆกัน มีจุดเริ่มที่เมืองหลวงของสองประเทศ)
  4. ตำแหน่งที่แผ่นเพลทที่ลู่เข้าหากันไปทางเดียวกัน (converge) จะมีแผ่นหนึ่งที่จะค่อยๆเคลื่อนลงไปใต้อีกแผ่นหนึ่ง ซึ่งจะค่อยๆเกิดอาจกินเวลานานมากเป็นพันๆปี
  5. ตำแหน่งที่แผ่นเพลทชนกัน ชั้นของหินจะถูกแรงดันขึ้นเกิดเป็นภูเขา
  6. ตำแหน่งที่แผ่นเพลทเคลื่อนออกไปในทิศต่างกัน ลาวาจะปะทุและไหลออกจากชั้นแมนเทิล เมื่อเย็นตัวก็เกิดเป็นส่วนของเปลือกโลกอันใหม่ บริเวณขอบรอยต่อของแผ่นเพลทที่เคลื่อแยกจากกันมักจะอยู่ใต้น้ำ
  7. เวลาที่แผ่นเพลทเคลื่อนตามแนวรอยต่อเพลทช้าๆ จะเกิดรอยแยกที่ขอบของแผ่นเพลทตรงที่เปลือกโลกเคลื่อนในทิศทางตรงกันข้าม
  8. บางตำแหน่ง แผ่นเพลทสองเพลทขัดกันในลักษณะจับยึดกันพอดี ก็เกิดมีพลังงานศักย์ในแผ่นเพลทที่ขัดติดกัน
  9. ถ้าเพลทเคลื่อน พลังงานที่เก็บนั้นถูกปล่อยออกมาในรูปแผ่นดินไหว ตำแหน่งที่เป็นจุดกำเนิดแผ่นดินไหวใต้ผิวเรียกว่า ไฮโปเซ็นเตอร์ (hypocentre)
  10. การเกิดแผ่นดินไหวจะปล่อยคลื่นพลังงาน (waves of energy) สามคลื่น คือ คลื่น P (primary waves) จะรู้สึกมีแรงกระแทกแรงๆกึกหนึ่ง และ S- (secondary waves) ที่จะทำให้รู้สึกมีแรงเขย่าไปมาจากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่งเป็นช่วงเวลานานหน่อย
  11. และคลื่นที่สามคือ คลื่นเคลื่อนไปตามพื้นผิว (surface waves) ออกจากตำแหน่งจุดเริ่มที่เรียก epicentre (epicentre หมายถึงจุดบนพื้นผิวที่ลากตรงมาจากจุดไฮโปเซ็นเตอร์---ในสไลด์ที่ 9) 
  12. คลื่นเคลื่อนไปตามพื้นผิว (surface waves) ยังมีการเคลื่อนที่แตกต่างกันได้สองแบบ คือ แบบคลื่น Rayleigh ที่เคลื่อนเป็นวงล้อหมุนขึ้นและลง
  13. และแบบคลื่น Love waves (ไม่ใช่คลื่นความรัก ไม่เกี่ยวกัน แต่ตั้งชื่อให้เกียรติแก่นักคณิตศาสตร์ ชื่อ A.E.H. Love) ทำให้ผืนดินบิดตัวจากฝากหนึ่งไปอีกฝากหนึ่ง คลื่นเคลื่อนไปตามพื้นผิว (surface waves) ทั้งสองชนิดนี้เป็นสาเหตุทำความเสียหายให้กับอาคารบ้านเรือนและสิ่งก่อสร้าง

 

คลิกชม ที่นี่

 

http://news.bbc.co.uk/2/hi/science/nature/7533950.stm

 

 


ข่าวหนังสือพิมพ์เทเลกราฟ เมื่อวาน? มีผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเนื่องจากแผ่นดินไหวที่ชิลีแรงมาก (8.8 ริคเตอร์ ปัจจุบันมีการใช้อีกหน่วยหนึ่ง Moment Magnitude Scale โดยเฉพาะในสหรัฐ) ทำให้โลกเกิดร่อง 8 เซ็นติเมตร ที่จะทำให้เวลากลางวันสั้นลงหรืออะไรทำนองนั้น แต่คนทั่วไปอย่างเราๆท่านๆจะไม่รู้สึกอะไร มีแต่นักวิชาการด้านนี้เท่านั้นที่จะรู้ถึงผลที่เกิดขึ้น

http://www.telegraph.co.uk/news/worldnews/southamerica/chile/7349929/Chile-earthquake-may-have-shortened-length-of-Earths-days.html

http://en.wikipedia.org/wiki/Moment_magnitude_scale