ได้ดูรายการสัมภาษณ์นักแสดงชื่อไมเคิล ฟอกซ์ เมื่ออายุ 35 ปีเขาเป็นพาร์คินสัน ทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไป เก็บตัวอยู่ 18 ปี หลังจากนั้นเขาออกมาปรากฎสาธารณชนพร้อมหนังสือที่เขาเขียนชื่อว่า Always looking up เขาบอกว่าเป็นมุขของคนตัวเตี้ยที่ต้องเงยหน้าเสมอ เมื่อแรกที่เขารู้ว่าเป็นโรคนี้เขาก็รู้ว่ารักษาไม่ได้ แต่คิดว่าร่างกายคงไม่แข็งแรงจึงเป็นโรคนี้ เขาเลยนอนพัก 2 วัน ตื่นขึ้นมาก็ยังมีอาการเหมือนเดิม เขาคิดว่าแล้วจะนอนไปทำไม (บทเรียนที่ 1 การแก้ปัญหาของคนเราหากลองแล้วแก้ไม่ได้ก็ไม่ต้องไปทำซ้ำอีก) เขากลัว และหาทางออกโดยการกินเหล้า คนที่ดีที่สุดคือภรรยาที่ยอมทนที่เขาเป็นอย่างนั้น (บทเรียนที่ 2 เมื่อเผชิญกับวิกฤตคนเราก็จะตั้งตัวไม่ติด เป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดา เพราะมันหนักหนาสาหัสนัก ) (บทเรียนที่ 3 ในชีวิตเราต้องมีคน 1 คนเพื่อเป็นที่พึ่งทางใจ ยอมทนกับเราได้ เราจึงจะอยู่รอดได้) เขามีลูกกับภรรยา 3 คน เขาบอกว่าหากไม่เป็นโรคนี้ก็คงไม่ได้เป็นพ่อที่ดีต่อลูก เมื่อลูกเรียกเขาอย่างอื่นจะเป็นเรื่องลเกหมดยกเว้นลูก หากเขายังเป็นดาราและไม่ป่วยเขาอาจไม่ได้ดีกับลูกแบบนี้ก็ได้ ( บทเรียนที่ 4 พยายามหาแง่มุมที่ดีเมื่อมีความทุกข์) เขาบอกว่ากว่าจะคิดแบบนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องทนทุกข์กับความหยิ่งผยองและความคาดหวังของตัวเองเนื่องจากคิดว่าทำไมต้องเป็นเรา เราหน้าตาแบบนี้ เป็นถึงดารา .... ยิ่งทนงตัวมากก็ยิ่งทุกข์มาก ทำให้ตัวเองรู้สึกแย่ เขาคิดว่าชีวิตต้องมีอะไรทำอีกมาก ทำไมไปเสียเวลากับเรื่องที่ทำให้ตัวเองแย่ลง เมื่อลดความคาดหวังลง ลดความทนงตัวลง คิดเสียว่าอะไรจะเกิดกับเราก็ได้ เราก็ไม่ได้เก่งอะไร ... ชีวิตก็มีความสุขมากขึ้น (บทเรียนที่ 5 อยากมีความสุข บางทีก็ต้องลดความคาดหวังต่อตัวเองและคนรอบข้างลงบ้าง แค่นี้ก็ดีแล้ว จะเอาอะไรอีก) ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับภรรยาก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง เมื่อเขาเป็นพาร์คินสัน การเคลื่อนไหวมีปัญหา หากภรรยามองเขาแต่ภายนอกย่อมรู้สึกแย่ นี่ภรรยามองเขาที่ภายใน มองไปที่ใจ เลยทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้น ส่วนตัวเขาเองเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ก็ต้องมองเป็นเรื่องสนุก เขาบอกว่าลองใส่ยาสีฟันบนแปรงแต่มือสองข้างมันไม่ยอมเจอกันดูสิ ....กว่าจะเจอกันได้ใช้ต้องพยายามน่าดู
ขอบคุณไมเคิล ฟอกซ์ ...อยากอ่านหนังสือเล่มนี้จัง