ความสำคัญของการปฏิบัติตนระหว่างตั้งครรภ์

ความสำคัญของการปฏิบัติตนระหว่างตั้งครรภ์
แม่ : พ่อคะ พ่ออยากให้ลูกของเราเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะคะ
พ่อ : ผู้หญิงหรือผู้ชายพ่อก็รักทั้งนั้นแหละขอให้ลูกแข็งแรงสมบูรณ์พ่อก็พอใจแล้วจ้ะ

ความสำคัญของการปฏิบัติตนระหว่างตั้งครรภ์การปฏิบัติตนระหว่าง
ตั้งครรภ์ที่ถูกต้องนั้นเป็นการป้องกันหรือลดอาการแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์
เพื่อให้การตั้งครรภ์เป็นปกติและทารกในครรภ์มีความสมบูรณ์แข็งแรงและปราศจาก
ความพิการหรือถ้าหากมีโรคแทรกก็ให้เกิดอันตรายน้อยที่สุด

วิธีการปฏิบัติตนระหว่างการตั้งครรภ์
การฝากครรภ์เมื่อมารดาทราบว่าคนเองตั้งครรภ์แล้วนั้นควรรีบไป
ฝากครรภ์เสียแต่เนิ่นเพราะการฝากครรภ์ทำให้เกิดผลดีต่อตัวมารดาเองและลูกน้อย
ในครรภ์ดังนี้ สำหรับมารดา
1. ช่วยส่งเสริมสุขภาพร่างกายและจิตใจของมารดาให้เป็น
ปกติในระหว่างตั้งครรภ์ แพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขพร้อมให้คำแนะนำ
เกี่ยวกับการปฏิบัติตนแก่มารดาในระหว่างตั้งครรภ์
2. เป็นการตรวจสอบดูว่าการตั้งครรภ์ดำเนินไปตามปกติหรือไม่และช่วยวินิจฉัย
โรคบางอย่างที่อาจเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์
3. เป็นการป้องกันและลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์
เพื่อให้การตั้งครรภ์เป็นปกติและคลอดได้ตามปกติมากที่สุด

สำหรับลูกน้อยในครรภ์
1. การฝากครรภ์จะช่วยลดอัตราการแท้งการคลอดก่อนกำหนดและเสียชีวิต
ในครรภ์
2. ป้องกันการติดเชื้อสู่ลูกน้อย
3. ทำให้ลูกน้อยในครรภ์สมบูรณ์แข็งแรงมีน้ำหนักตัวเหมาะสม

การออกกำลังกาย
ขณะตั้งครรภ์ในระหว่างตั้งครรภ์หญิงตั้งครรภ์บางคนอาจมีอาการเป็น
ตะคริวที่ขาเส้นเลือดขอดการบวมของมือและเท้าเกิดขึ้นได้ดังนั้นจึงขอแนะนำให้
ออกกำลังกายการออกกำลังกายเพียง 15 - 20 นาที จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงช่วยทำให้
เกิดความมั่นใจเวลาคลอดแต่ทั้งนี้การออกกำลังของหญิงขณะตั้งครรภ์ควรทำอย่าง
ถูกต้องเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อมารดาและทารก

 

ท่าที่ 1เป็นการบริหารกล้ามเนื้อช่องคลอดและกล้ามเนื้อเชิงกรานโดย
เก็งกล้ามเนื้อช่องคลอดให้เต็มที่ประมาณ 5 วินาทีแล้วคลาย หลังจากนั้นเกร็งกล้ามเนื้อ
รอบๆ ทวารหนัก แล้วเกร็งกล้ามเนื้อทั้ง 2 พร้อมกัน ทำสลับกันไปวันละ 10 ครั้ง จนถึง
วันละ 100 ครั้ง

 

ท่าที่ 2 นั่งขัดสมาธิฝ่าเท้าประกบกันสนิทมือทั้ง 2 จับข้อเท้าที่ประกบ
กันอยู่ค่อย ๆ ดันเข้ามาหาตัวให้มากที่สุดแบะเข้าออกให้ติดพื้นระหว่างที่ลากเท้าเข้ามา
เวลาประมาณ 5 วินาที แล้วเริ่มใหม่ถ้าหัวเข่ายกสูงชี้ให้ใช้ข้อศอกกดลงไว้

 

ท่าที่ 3นอนหงายราบ ชันเข่าทั้ง 2 ข้าง งอขาข้างหนึ่งเข้ามาใกล้อกกระดก
ปลายเท้าแล้วเหยียดออกไปตรงๆ วางขาลงช้าๆ แล้วคลายข้อเท้ายกขึ้นชันเข่าในท่าเดิมเปลี่ยนทำอีกข้างหนึ่งระหว่างทำไม่ต้องเกร็งร่างกายส่วนอื่นๆ ทำข้างละ 2 ครั้งเพิ่มขึ้น
วันละ 1 ครั้ง จนได้วันละ 10 ครั้ง ถ้าทำจนอยู่ตัวแล้วสามารถยกขาขึ้นตรงๆ ได้โดยไม่ต้อง
งอขาแต่ห้ามยกขึ้นพร้อมกันสองข้างท่านี้เป็นการบริหารกล้ามเนื้อต้นขากล้ามเนื้อหน้าท้อง
ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีลดการเป็นตะคริวและความเมื่อยล้าของขา

 

ท่าที่ 4 นอนชันเข่าบั้นเอวแอ่นขึ้นจนมือลอดผ่านได้กดบั้นเอวให้ติดพื้น
ทำค้างไว้ 5 วินาที จากนั้นคลายแล้วเริ่มใหม่ท่านี้ลดอาการปวดหลัง

ท่าที่ 5 ทำท่าเหมือนคลานแขนตั้งฉากกับพื้นโก่งหลัง เกร็งหน้าท้อง
ก้มศีรษะแล้วเงยหน้าแอ่นหลังพร้อมกับคลายหน้าท้องทำวันละ 10 ครั้งช่วยบริหารกล้ามเนื้อ
หน้าท้องและลดอาการปวดหลังได้การบริหารร่างกายของมารดาระหว่างตั้งครรภ์ควรเริ่มทำ
ตั้งแต่อายุครรภ์ 3 เดือน ขึ้นไปจนกระทั่งคลอด

การรับประทานอาหารขณะตั้งครรภ์ช่วงระหว่างตั้งครรภ์ไม่ว่า
แม่จะรับประทานอาหารอะไรก็ตามย่อมมีผลต่อลูกมากดังนั้น แม่ควรจะเลือกรับประทาน
อาหารโดยคำนึงถึงความต้องการของลูกความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของลูกเพื่อลูกที่คลอดออกมาจะได้สมบูรณ์และแม่เองก็แข็งแรงอีกทั้งยังเป็นการเตรียมร่างกาย
ไว้สำหรับช่วงให้นมลูกด้วย

อาหารสำหรับที่มักเน้นให้รับประทานช่วงตั้งครรภ์คือ
โปรตีน โปรตีนได้จากเนื้อสัตว์ต่างๆ ไข่ ถั่วต่างๆ และเนย ถั่วลิสงแม่จำเป็น
ต้องรับประทานอาหารโปรตีนวันละ 3 ครั้ง หรือมากกว่านั้นอาหารประเภทโปรตีนมีความ
จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย

 

แคลเซียม นมเป็นแหล่งแคลเซียมที่สำคัญควรดื่มวันละ 1,000 cc. แต่ถ้าดื่มนม
ไม่ได้อาจดื่มเท่าที่ดื่มได้เช่น อาจจะเป็นวันละแก้วและรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของนม
อยู่เช่น ขนมเค้กคุกกี้ ไอศกรีมหรือเนยแข็งได้ควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมเป็น
ประจำทุกวันจะทำให้ได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอระหว่างตั้งครรภ์เพื่อช่วยเสริมสร้างกระดูก
และฟันของทารกในครรภ์
วิตามินและเกลือแร่ร่างกายมีความต้องการวิตามินและเกลือแร่มาก
เป็นพิเศษในขณะตั้งครรภ์คุณแม่จึงควรรับประทานผักและผลไม้ให้ได้เป็นประจำทุกวันเพราะ
ผักสดและผลไม้เป็นแหล่งของวิตามินและเกลือแร่ที่สำคัญควรทานให้ได้สัปดาห์ละหลายๆ ครั้ง

 

แป้ง น้ำตาลและไขมันอาหารประเภทนี้จะให้เกลือแร่และวิตามินซึ่งให้พลังงาน
ที่จำเป็นสำหรับแม่แต่อาหารประเภทนี้ไม่ควรรับประทานมากโดยเฉพาะถ้าไม่ได้ออกกำลังยิ่งต้อง
ระวังเพราะจะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มมากนอกจากนี้ยังย่อยยากทำให้ท้องอืดท้องเฟื้อ ได้ง่าย
นอกจากนี้ควรดื่มน้ำหรือของเหลวอื่นๆ ให้มาก คือควรดื่มน้ำวันละ 6-8แก้วน้ำยังช่วยขับถ่าย
ของเสียออกจากร่างกายทั้งของแม่และลูกด้วย

การแต่งกายของมารดาขณะตั้งครรภ์
การแต่งกายของหญิงตั้งครรภ์ควรแต่งให้เหมาะสมกับฤดูกาลผ้าที่ใช้เป็นผ้าที่
ระบายความร้อนได้ดีเนื้อผ้าบางเบาซึมซับเหงื่อได้ดีชุดควรเป็นแบบสวมใส่สบายไม่คับ
หรือพอดีตัวเกินไปรองเท้าที่ใช้ไม่ควรเป็นรองเท้ามีส้นสูงเพราะทำให้เสียการทรงตัวเกิด
อุบัติเหตุได้ง่ายและทำให้เกิดอาการปวดหลังได้

การมีเพศสัมพันธ์ขณะตั้งครรภ์
การร่วมเพศขณะตั้งครรภ์อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อและเป็นอันตรายแก่
ทารกในครรภ์ได้ดังนั้น ถ้าสามีเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เช่น กามโรคควรไดัรับ
การรักษาให้หายขาดเสียก่อนนอกจากนี้ ควรงดร่วมเพศในระยะ 3 เดือนแรก ของการ
ตั้งครรภ์เพราะจะทำให้เกิดการแท้งได้และอีกระยะหนึ่งคือ 1 เดือนก่อนคลอดเพราะ
จะทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดได้

การพักผ่อนในระหว่างตั้งครรภ์
หญิงมีครรภ์ควรได้รับการพักผ่อนทั้งร่างกายและจิตใจซึ่งจะช่วยเสริมสร้าง
ให้มีสุขภาพดีทั้งมารดาและทารกช่วยให้ร่างกายไม่เหนื่อยล้าโดยในกลางคืนควรนอนพัก
ประมาณวันละ 8 - 10 ชั่วโมง และควรพักผ่อนเพิ่มขึ้นในช่วงบ่ายๆ อย่างน้อย 1 - 2 ชั่วโมง
ถ้าไม่สามารถนอนพักได้ควรหาโอกาสนั่งพักผ่อนยกปลายเท้าและขาให้สูงขึ้นหลีกเลี่ยง
การยืนนานๆ เพื่อช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงระหว่างการตั้งครรภ์
สิ่งที่มารดาขณะตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงเพื่อให้ไม่ให้เกิดอันตรายต่อทารก
ในครรภ์นั้นมีดังนี้
1. ไม่ซื้อยามารับประทานเองควรปรึกษาแพทย์
2. หลีกเลี่ยงผู้ป่วยโรคติดต่อ
3. งดบุหรี่ เหล้าและสิ่งเสพย์ติดทุกชนิด
4. หลีกเลี่ยงอารมณ์ที่ฉุนเฉียวความโมโห หรือความวิตกกังวลใด