ถึงแม้จะมอบหมายงานไปหมดแล้ว แต่ตัวเองก็ยังได้รับการมอบหมายงานจาก ผอ. อยู่เนื่องๆ แสดงว่าเขายังเห็นประโยชน์ของเราอยู่ เช่นเมื่อวันที่ 7-9 เขาให้ไปประชุมแทนผู้บริหารโรงเรียนเอกชนที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ รู้ตัวแบบกระทันหัน เพราะ ผอ.ไม่ว่าง แจ้งมาให้ไปแทน รู้เลาๆว่าเรื่องเกี่ยวกับการทำให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางการศึกษา แถมมีภาษาอังกฤษติดมาด้วยว่า ให้เป็น Education Hub ก็ได้แต่งง ว่าเขาให้ไปประชุมให้ทำอะไรกันแน่
เมื่อไปถึงจึงได้ทราบข่าวที่น่าชื่นใจว่า โรงเรียนเล็กๆของเรา ที่อยู่ต่างจังหวัด ไกลปืนเที่ยงแท้ๆ แต่ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 300 โรงเรียน จาก โรงเรียนเอกชนที่มีอยู่ทั่วประเทศ 7000 กว่าโรงเรียน ให้มารับนโยบายการพัฒนาโรงเรียนเป็น Education Hub ภายในปี 2558 ให้ได้ เพราะผลงานของโรงเรียนไปเข้าตากรรมการคัดเลือกโรงเรียน ที่เลือกจากโรงเรียนที่ได้รับการประเมินดีเยี่ยม 300 โรงเรียนแรก ให้มาร่วมประชุมสัมนา
สืบเนื่องจากการที่ได้มีการเซ็นสัญญาเปิดการค้าเสรีของกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศ ซึ่งจะส่งผลเต็มที่ในปี 2558 ทำให้โรงเรียนไทยจะต้องตื่นตัว พัฒนาศักยภาพให้สู้เขาได้ (โดยเฉพาะสิงคโปร์) มิฉะนั้น ในอีกห้าปีข้างหน้า สิงคโปร์ก็จะมาเทคโอเวอร์โรงเรียนต่างๆที่พัฒนาไม่เข้าขั้นสากล เหมือนที่เขามาเทคแบงค์ต่างๆในประเทศไปจนเกือบทั้งหมดแล้ว และโรงเรียนเอกชนทั้งหลายก็จะกลายพันธ์ไปเป็นของสิงคโปร์ 70 เปอร์เซ็นต์ ได้กำไรมาเขาก็โกยกลับไปบ้านเขา เราก็อยู่อย่างรันทด เรียกว่าต้องอยู่ภายใต้อาณัติของเขาไป
งานนี้รัฐบาลให้เงินงบ "ไทยเข้มแข็ง" เพื่อให้ สช.มากระตุ้นโรงเรียนที่พอจะมีศํกยภาพ ในการพัฒนา สู้กับเขาให้ตื่นตัวก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป และจะมีการอบรมและพัฒนาบุคลากรของโรงเรียนทั้งสามร้อยโรงเรียนนี้อย่างต่อเนื่องต่อไปด้วย เพื่อให้โรงเรียนทั้งสามร้อยโรง ที่เขาเรียกเสียแทบตัวลอยว่า cream of the cream ไปช่วยกระตุ้นและพัฒนาโรงเรียนอื่นๆที่อยู่ในละแวกเดียวกันอีกด้วย เพราะ "ถ้าเราไม่ช่วยกัน แล้วใครจะมาช่วยเรา"
การประชุมเป็นไปอย่างเข้มข้น ตั้งแต่ เก้าโมงเช้าถึง 3 ทุ่ม ทุกวัน มีทั้งวิทยากรมาบรรยาย มีเรื่อง KM และ LO เข้ามาเป็นหัวข้อหลัก เราก็นั่งยิ้มเพราะเรื่องนี้เราศึกษามาจาก gotoknow มาก่อนแล้ว และพยายามทำให้องค์กรของเราเป็น LO มาโดยตลอด นอกจากนี้ ก็มีการสนทนากันเองในกลุ่มๆ เช่นกลุ่มการศึกษานอกระบบ กลุ่มอาชีวะ กลุ่มโรงเรียนนานาชาติ กลุ่มโรงเรียนสามัญและกลุ่มโรงเรียน English Program คือกลุ่มของเรา แต่จะเห็นได้ว่าการสนทนา ไม่ค่อยเป็นสุนทรียสนทนาสักเท่าไหร่ เพราะผู้บริหารโรงเรียนใหญ๋ๆล้วนแต่ชิงกันพูด ชนิดไม่ค่อยฟังกัน เราก็เลยได้เปรียบเพราะเราฟังมากกว่าพูด แล้วก็เก็บสาระกลับมาฝาก ผอ. และครูที่โรงเรียนได้ไม่น้อยเลย