......องค์ความรู้ในตำราคงเป็นส่วนหนึ่งแต่องค์ความรู้เฉพาะในท้องที่ ต้องการการเก็บข้อมูลที่ดีนำมาคิดวิเคราะห์

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา เราได้รับเกียรติ จาก รพ.แม่พริก จ.ลำปาง มาดูงานที่ รพ.แม่สอดเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

เมื่อทีมมาถึง...ท่านผู้อำนวยการ พี่กนกนาฏ กล่าวต้อนรับ และรับฟังการนำเสนอตลอด จนถึง 11:30 น. มี พี่วิทยา (หัวหน้าเวชกรรมสังคม)และ พี่อุ้มหัวหน้าฝ่ายการพยาบาล ร่วมฟังด้วย

ทีมแม่พริก..ท่านผู้อำนวยอยู่ขวามือสุด

เห็นทีมแม่พริก เป็นหญิงล้วนครับ จนพี่วิทยาถามว่า "รพ.นี้มีผู้ชายไหม?" เรียกเสียงหัวเราะได้เลยครับ อายุเฉลี่ยของบุคคลากรแม่พริก แค่ประมาณ 30 ต้น ๆ ถือเป็นทีมที่ไฟแรงเลยละครับ

ผอ. แม่พริก คุณหมอ ธัญญารัตน์ ศิทธิวงศ์ เป็นหมอเวชศาสตร์ครอบครัวรุ่นน้องผม 1 ปี แต่ตอนนี้เป็นใหญ่เป็นโตไปเป็นผู้บริหารแล้วครับ

ทีม รพ.แม่สอด

ประเด็นแลกเปลี่ยนที่เห็นว่าเป็นที่สนใจเป็นเรื่อง

1."communication skill issues"

2. จิตอาสา..มีบทบาทอย่างไรในงานดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย?

3. ระบบการดูแล...ความแตกต่าง รพ.เล็ก กับ รพ.ใหญ่

พอสรุปประเด็นได้ดังนี้

1."communication skill issues"

"การที่ญาติปิดบังการวินิจฉัย.......ทำไงดี?"

ตอบ: เหตุที่ปิดบังไม่ให้ญาติรู้ เพราะ ญาติก็ห่วงว่าการบอกจะเกิดผลร้ายกับผู้ป่วย

วิธีแก้ไข:

-ปรับทัศนคติ ทั้งทีมรักษาและญาติ....มีเป้าหมายเดียกัน คือ หวังดีและอยากดูแลผู้ป่วย

-เมื่อเป็นพวกเดียวกันแล้ว ก็ให้ญาติร่วมตัดสินใจในการดูแลผู้ป่วยร่วมกัน--รวมถึงขั้นตอนการประเมินผู้ป่วยก่อนแจ้งข่าวด้วยว่า...การทราบการวินิจฉัยมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยมากน้อยแค่ไหน

-เป้าหมายมิใช่ต้องบอกการวินิจฉัยให้ได้

2. จิตอาสา..มีบทบาทอย่างไรในงานดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย?

-เราให้ป้าสิริพร กับ ป้านันทา จิตอาสาเล่าเรื่องราวให้ฟังโดยสรุปว่า

จิตอาสาจะพูดคุยให้กำลังใจในผู้ป่วยที่ตนรู้จักหรืออยู่ในชมรมผู้สูงอายุด้วยกัน ให้กำลังใจ ให้ความช่วยเหลือ ประสานทีมสุขภาพเมื่อต้องการดูแลทางการแพทย์

3. ระบบการดูแล...ความแตกต่าง รพ.เล็ก กับ รพ.ใหญ่

3.1ทีมแม่พริกมักเจอคนไข้เมื่อเข้าสู่ระยะสุดท้าย ทำให้ยากต่อการดูแลและการเตรียมผู้ป่วย

3.2 ทีมพยาบาล PCU ไม่สามารถดูแลอาการผู้ป่วย เช่น อาการเจ็บปวดรุนแรง

-การสร้างทีมการสร้างทีมเป็นหัวใจสำคัญโดยเฉพาะ ควรเป็นความสมัครใจ-เริ่มจากการรักที่จะทำมากกว่าบังคับ

-พัฒนาทักษะที่สำคัญต่าง ๆ เช่น ทักษะการสื่อสาร การบำบัดอาการปวด เป็นต้น

-เราสามารถสร้างการดูแลอย่างต่อเนื่องได้โดยถึงแม้ช่วงแรกอาจมีอุปสรรค แต่การมีที่ปรึกษา และทำงานเป็นเครือข่ายย่อมจะช่วยให้มีการพัฒนาองค์ความรู้เฉพาะของทีมได้ ......องค์ความรู้ในตำราคงเป็นส่วนหนึ่งแต่องค์ความรู้เฉพาะในท้องที่ ต้องการการเก็บข้อมูลที่ดีนำมาคิดวิเคราะห์

ผมส่งท้ายด้วยข้อคิด จากอาจารย์เกษม วัฒนชัย เรื่องวิธีคิดในการทำงานประกอบด้วย 3 หลัก คือ

1. หลักคิด....เป็นตัวกำกับวิธีการทำงาน เช่น เศรษฐกิจพอเพียง...ความคิดเชิงคุณธรรม ความมุ่งมั่นในงาน..การมองไปที่งานมากกว่าอยากได้ผลงาน..สรุปว่าเป็นหลักยึดเหนี่ยวส่วนบุคคล

2. หลักวิชา....knowledge มิใช่แค่ในตำรา แต่ก็ต้องเรียนรู้จากงานและสร้างองค์ความรู้เฉพาะของตนด้วยและแบ่งปันให้กับทีม

3. หลักปฏิบัติ...การที่เราได้ฝึกฝนจนเชี่ยวชาญในงาน...เรื่องนี้ในบางครั้งต้องอาสัยทำมากและพัฒนาทักษะด้วยตนเองและแบ่งปันให้กับทีม

สุดท้ายหลังการดูงาน เราได้รับคำถามที่ทำให้เราได้ทบทวนตังเองด้วยเช่นกันว่า "เราจะเดินอย่างมั้นคงต่อไปได้อย่างไร?"