K101K102

 

 

       ก่อนอ่านบันทึกนี้อยากขอให้ท่านทั้งหลายพิจารณาด้วยใจอย่างใคร่ครวญว่า ....

 

"การใส่ใจ" แตกต่างจาก "การจดจ่อ" อย่างไร ?

 

       อยากขอให้ท่านนำเอาคำตอบของท่านไปทดลองปฏิบัติดูให้เห็นด้วยตนเอง โดย ทดลองใส่ใจกับอะไรสักอย่างประมาณ 1 นาที แล้วสลับเปลี่ยนมาเป็นการ"จดจ่อ" อยู่กับสิ่งนั้นอีก 1 นาที แล้วสลับกันไปมาอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งท่านมั่นใจว่าได้สัมผัสและเห็นถึงความแตกต่างของ "การใส่ใจ" กับ "การจดจ่อ"

       ผมเองมีความเข้าใจคำว่า "การมีสติอยู่กับปัจจุบัน" ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อได้อ่านหนังสือ "กฤษณมูรติที่หุบเขาฤาษี" ท่านได้อธิบายทำนองว่า การมีสติอยู่กับปัจจุบันไม่ใช่การจดจ่อ แต่เป็นการเฝ้าดู การเอาใจใส่ในปัจจุบันขณะ  เพื่อให้เห็นความงานของสรรพสิ่งต่าง ๆ รอบข้าง จนนำไปสู่การเข้าใจความจริงแห่งชีวิต

 

Ka

 

     ในหนังสือเล่มนี้ท่านได้ให้ความหมายของ "การศึกษา" ไว้อย่างน่าสนใจมาก จนตัวผมแล้วรู้สึกว่า นั่นน่าจะเป็นความหมายที่แท้จริงของการศึกษา

 

...การศึกษาไม่ใช่การสอบผ่าน ได้ปริญญาบัตรและมีงานทำ แต่งงานและตั้งหลักปักฐาน แต่ยังหมายถึงความสามารถที่จะฟังเสียงนกร้อง มองดูท้องฟ้า เห็นความงามประหลาดของต้นไม้ เส้นสันทิวเขา รู้สึกไปกับมัน สัมผัสมันได้โดยตรงและอย่างแท้จริง เมื่อพวกเธอเจริญวัยขึ้น ความรู้สึกที่จะฟังจะเห็นอย่างนั้นจะหายไปอย่างน่าเสียดาย เพราะว่าพวกเธอกังวล พวกเธอต้องการเงินทองมากขึ้น รถยนต์ยี่ห้อหรูขึ้น พวกเธอจะกลายเป็นคนขี้ริษยา ทะเยอทะยาน ละโมบ อิจฉา พวกเธอจึงได้สูญเสียสัมผัสแห่งความงามของแผ่นดิน

...พวกเธอเองก็ได้รับการศึกษาที่สอดประสานกับสิ่งที่เอ่ยมานี้ พวกเธอรู้หรือไม่ว่า โลกกำลังบ้าคลั่ง การต่อสู้ การทะเลาะเบาะแว้ง การข่มเหงเบียดเบียนทำร้ายซึ่งกันและกัน นี่คือความบ้าคลั่งทั้งมวล และเธอเองก็เติบโตขึ้นเพื่อที่จะเหมือนและกลมกลืนกับสิ่งเหล่านี้

...เธอจะต้องเข้าไปอยู่ในโครงสร้างที่เรียกว่า "สังคม" ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม

...บางคนในหมู่พวกเธออาจจะพยายามหนีจากสังคม แต่การหนีสังคมอย่างนั้น ก็หาได้มีความหมายอย่างใดไม่ เธอต้องเปลี่ยนแปลงสังคม สังคมก็คือเธอกับฉัน

...จะยอมรับคุณค่าเก่าทั้งหมดกระนั้นหรือเธอรู้ไหมว่าระบบคุณค่าเหล่านี้คืออะไร เงินทอง ตำแหน่ง ชื่อเสียง เกียรติยศ อำนาจ นั้นคือสิ่งที่มนุษย์ทั้งหมดต้องการ และสังคมก็ต้องการให้เธอกลมกลืนแบบแผนคุณค่าเหล่านั้น

...

 

สิ่งที่ได้เรียนรู้

  • การศึกษากระแสหลักมีโอกาสจะหลงทางสูงมาก เพราะส่วนใหญ่เน้นเอาวิชาเป็นตัวตั้ง ไม่ได้เอาชีวิตที่แท้จริงป็นตัวตั้ง หลาย ๆ หลักสูตรเน้นผลิตบัณฑิตตามความต้องการของตลาดและสังคม เน้นสอนให้บรรลุตามศาสตร์ของตนเป็นหลักใหญ่ไม่สนใจการเข้าถึงชีวิตที่แท้จริง โดยหารู้ไม่ว่า ความต้องการของตลาดและสังคมนั้นมีปัญหามากขึ้น ๆ ทุก ๆ วัน หมายความว่า ตลาดและสังคมไม่ต้นแบบแห่งความดี ไม่ใช่ต้นแบบของชีวิตที่แท้จริง แต่เป็นการเอาตัวรอดแบบเห็นแก่ตัวที่เราต้องจำยอม...
  • การศึกษาที่แท้จริงนั้น นอกจากการสอบผ่าน ได้ปริญญาบัตรและมีงานทำ แต่งงานและตั้งหลักปักฐาน แต่ยังหมายถึง ...การเรียนรู้ที่จะรู้จักตนเองอย่างแท้จริงเพื่อการเข้าถึงชีวิตที่แท้จริงด้วย...

 

 

Ahfm8wjz1jra-rezu1redg