การควบคุมและบรรเทาความเจ็บปวดในระยะคลอด
เมื่อเข้าสู่ระยะคลอด ผู้รอคลอดต้องเผชิญกับความเจ็บปวดซึ่งเกิดจากพยาธิสภาพซึ่งแต่ละคนมีความแตกต่างกัน พยาบาลต้องประเมินความรุนแรงของการเจ็บปวด ประเมินสิ่งแวดล้อมที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ประเมินความสามารถในการควบคุมความเจ็บปวด และระดับความกลัว ความเข้าใจ เพื่อนำมาวางแผนการดูแลให้เหมาะสมกับผู้คลอดแต่ละราย
วิธีผ่อนคลายความเจ็บปวดในระยะคลอด
1. การประคับประคองทางด้านจิตใจจะช่วยลดความวิตกกังวล ความกลัว มีผลให้ทนต่อความเจ็บปวดได้เพิ่มขึ้น
ผู้ที่สามารถประคับประคองจิตใจได้ดีคือ สามี มารดา ญาติที่เป็นผู้หญิง เพื่อนและพยาบาลที่ให้การดูแล
2. การให้ข้อมูล เป็นการ ตัดวงจร กลัว-ตึงเครียด-เจ็บปวด ได้แก่ผลการตรวจ ผลการวินิจฉัย แผนการดูแลรักษา ข้อมูลของการคลอด ระยะเวลาของการคลอด ความก้าวหน้าของการคลอด และการปฏิบัติตนเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด
3. ลดสิ่งกระตุ้นที่ทำให้รู้สึกไม่สบาย ทั้งภายในร่างกายหญิงมีครรภ์เองและสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่นความร้อน ความหิว ความเปียกชื้น แสง เสียง ฯลฯ
4. การเบี่ยงเบนความสนใจ จะทำให้การรับรู้ต่อความเจ็บปวดลดลง เปรียบเสมือนการสร้างเกาะหุ้มความรู้สึกเอาไว้
- การเพ่งจุดสนใจหรือมุ่งความสนใจไปที่จุดใดจุดหนึ่งหรือสิ่งกระตุ้นโดยเฉพาะ เช่น ภาพ สิ่งของ เสียงของผู้ช่วยคลอด การสัมผัสของผู้ช่วยคลอดขณะมดลูกหดรัดตัว
- การฟังดนตรี
- การชวนพูดคุย
5. การถูนวดและลูบ อาจให้หญิงมีครรภ์ทำเอง หรือผู้ช่วยคลอด หรือผู้ช่วยประคับประครองทำให้ก็ได้ แต่ต้องคำนึงถึงความต้องการของหญิงมีครรภ์ด้วย
- การถูหรือนวด ใช้กำมือหรือกำปั้นถูหรือนวดบริเวณกระเบนเหน็บ โดยใช้แรงกดพอสมควร ใช้ได้ดีในรายที่ปวดหลังส่วนล่าง
- การลูบ เป็นการนวดเบาๆที่บริเวณหน้าท้องหรือหน้าขาโดยไม่ต้องออกแรงกดของกล้ามเนื้อเช่นเดียวกับการนวด แต่ใช้ปลายนิ้วมือลูบเป็นวงกลมด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ
6. การผ่อนคลายโดยการ การเกร็งและคลายกล้ามเนื้อทีละส่วนทั่วร่างกาย เริ่มตั้งแต่ หัวแม่เท้าจรดศีรษะ
7. เทคนิคการหายใจ ไม่ควรให้ผู้คลอดปฏิบัติตั้งแต่ต้นเพราะจะทำให้ผู้คลอดเหนื่อยล้าในเวลาต่อมาได้ ในรายที่ปวดมากผู้คลอดไม่สามารถคุมการปฏิบัติของตนเองได้ พยาบาลควรทำหน้าที่เป็นผู้กำกับ ใช้เทคนิคการหายใจเฉพาะขณะที่มดลูกมีการหดรัดตัวเท่านั้น และให้หายใจล้างปอด 1 ครั้ง ทั้งก่อนและหลังมดลูกหดรัดตัวทุกครั้ง
- ระยะ Latent หายใจแบบช้าๆด้วยอก สูดลมหายใจเข้าจมูกช้าๆ พร้อมนับ 1-2-3-4 ในใจ แล้วค่อยๆผ่อนลมหายใจออกทางปากช้าๆ โดยเปิดปากเล็กน้อย พร้อมนับ 1-2-3-4 ให้ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมดลูกคลายตัว
- ระยะ Active ให้หายใจแบบช้าๆ สลับกับหายใจแบบตื้น เบา เร็ว โดยเมื่อมดลูกเริ่มหดรัดตัว หายใจล้างปอดแล้ว 1 ครั้ง ต่อด้วยการหายใจเข้า-ออก ช้าๆ ไปเรื่อย เมื่อมดลูกหดรัดตัวเต็มที่ เปลี่ยนการหายใจแบบ ตื้น เบา เร็ว ต่อด้วยการหายใจเข้า-ออก ช้าๆ เมื่อมดลูกคลายตัวหายใจล้างปอดอีกครั้ง
- ระยะ transition ตั้งแต่ปากมดลูกเปิด 8- 10 เซนติเมตร ใช้การหายใจแบบตื้น เบา เร็ว และเป่าออก เพื่อควบคุมความรู้สึกอยากเบ่ง
8. การประคบด้วยความร้อนและความเย็น ประคบด้วยความเย็นบริเวณกระดูก sacrum แล้ประคบตามด้วยความร้อนให้ทั่วบริเวณหลัง กระดูก sacrum และหน้าท้องส่วนล่าง นอกจากนี้การประคบเย็นบริเวณหน้าผาก ต้นคอ และหน้าอกส่วนบน จะทำให้ผู้คลอดรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายมากขึ้น
9. การบรรเทาปวดด้วยน้ำ โดยการให้ผู้คลอดอาบน้ำ หรือนอนแช่ในน้ำอุ่น ๆ จะทำให้ผู้คลอดรู้สึกผ่อนคลายและบรรเทาความเจ็บปวดได้
10. การจินตนาการ เป็นการช่วยผ่อนคลายร่างกายทุกส่วน หลักการคือ ให้หญิงมีครรภ์จินตนาการในสิ่งที่ดีๆ อาจให้จินตนาการเองหรือจินตนาการตามคำบอกเล่าผู้ช่วยคลอดก็ได้
การช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้หญิงในระยะคลอด เป็นบทบาทที่พยาบาลสามารถทำได้อย่างอิสระท้าทายความสามารถของพยาบาลเป็นอย่างยิ่ง พยาบาลต้องเข้าใจ ไม่มองความเจ็บปวดนั้นเป็นภาวะปกติของหญิงในระยะคลอด ไม่มุงเน้นแต่การประเมินความก้าวหน้าของการคลอดและเฝ้าระวังความผิดปกติของทารกในครรภ์เท่านั้น แต่กิจกรรมการพยาบาลเพื่อประคับประครองจิตใจหรือควบคุมความเจ็บปวดในระยะคลอด มีความสำคัญช่วยทำให้ความก้าวหน้าของการคลอดเป็นไปตามปกติไม่ล่าช้า ผู้คลอดไม่เกิดความทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวด สำหรับในรายที่ควบคุมความเจ็บปวดด้วยวิธีธรรมชาติไม่ได้ผล มีอาการทุรนทุรายและหวาดกลัวมาก ควรปรึกษาแพทย
การประเมินระดับความปวดหญิงในระยะคลอด ควรจะสังเกตการณ์แสดงออกทางสีหน้า และท่าทางและพยาบาลเป็นผู้ประเมินระดับความรุนแรง มากกว่าการซักถามให้ผู้คลอดประเมินระดับความปวดของตนเองเป็นตัวเลข เพราะต้องมีการประเมินบ่อยอาจทำให้ผู้คลอดรู้สึกรำคาญ แต่ทั้งนี้ถ้าพยาบาลอธิบายให้ผู้คลอดเข้าใจตั้งแต่แรก และผู้คลอดสามารถประเมินความเจ็บปวดของตนเองตามระดับความรุนแรงและสามารถบอกเป็นตัวเลขได้ ก็สามารถทำได้
By Kachaporn
จะปฏิบัติตามคำแนะนำค่ะ และเห็นด้วยกับการที่จะทำอะไรให้ ก็ต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้มาคลอดด้วย เช่น การนวด บางคนอาจไม่ชอบ การใช้ดนตรี บางคนอาจไม่พอใจคิดว่าพยาบาลอยากฟังเอง เป้นต้น/ By Jan
ดีครับ แต่ถ้าไม่หายปวดก็รายงานแพทย์ได้นะครับ /boss
ตามที่ผู้เขียน เขียนวิธีบรรเทาความปวดด้วยวิธีการหายใจเข้า-ออกหลักการคล้ายๆกับที่ไปอบรมสมาธิบำบัดมาเลยค่ะ
WAW
จากประสบการณ์ตรงที่เคยคลอดลูกมา (คลอดเอง)เวลารอให้ปากมดลูกเปิดจะปวดหลังมากอยากให้มีคนมานวดหลังให้ ไม่หายปวดก็เป็นการให้กำลังใจก็ยังดี แต่ถ้าเป็นจากญาติจะดีมากค่ะ
เป็นบทความที่ดีและมีประโยชน์มากค่ะ
ขอเอกสารอ้างอิงด้วยค่ะ ขอนำไปใช้ที่รพ.ค่ะ/พยาบาลห้องคลอด