คนไม่รักธรรมชาติ

                         

 

                   ลำพู...ไร้เพื่อน

                                                                     อนงค์  อินทร้มพรรย์

                         

                                                              ลำพูกับหิ่งห้อย

 

 

                                     

       ตอนที่ 1

 

      เงาจันทร์ของคืนข้างขึ้น  ลอดผ่านใบไม้มากระทบผิวน้ำ งามเหมือนลายฉลุ  ลำพูต้นหนึ่งเอนทอดกิ่งระเรี่ยไปกับผิวน้ำในคลอง  บางขณะเมื่อลมพลิ้วผ่านมาใบของมันจะสั่นไหวเหมือนเสียงทอดถอนใจ  ใช่แล้วมันถอนใจ

      เมื่อหวนคิดไปถึงครั้งกระโน้น ในคลองตาเค็ด นี้เมื่อยามน้ำเกิด  น้ำในคลองเปี่ยมฝั่ง แสงนวลของจันทร์เจ้าส่องสว่างเป็นประกายสีเงิน  นานๆ ก็จะมีเรือจ้างแจวเอื่อยๆ  มาจากปลายคลองข้างใน ออกไปส่งคนที่ตลาดและรับคนจากตลาดมาแวะส่งตามบ้าน สองฟากฝั่งมีต้นลำพูขึ้นเรียงรายเป็นแถว สลับกับกอจาก ลำพูนั้นมีตัวหิ่งห้อยเกาะเต็มกะพริบแสงเรืองรองอยู่วูบวาบ ดูเหมือนประดับไว้ด้วยไฟฟ้า

      ทั้งลำพูและจากล้วนมีประโยชน์ยิ่ง นอกจากจะป้องกันตลิ่งพังแล้ว ใบแก่ของต้นจากใช้ห่อขนมจากที่ขึ้นชื่อลือชา ขนมจากปากน้ำนั่งไง แล้วยังใช้มุงหลังคาทำฝาบ้าน ใบอ่อนใช้ห่อข้าวต้มผัด หอมและอร่อยกว่าห่อด้วยใบตอง คนแก่ใช้มวนยาสูบ  ส่วนต้นลำพูนั้นรากของมัน ใช้ทำจุกขวด ลูกหรือดอกใช้รับประทานเป็นผักจิ้ม

      นานแสนนานมาแล้ว นานจนจำไม่ได้ เพราะตั้งแต่เกิดมาลำพูก็เห็นอยู่เช่นนี้ ลำพูและจากเป็นไม้ขึ้นในที่ๆน้ำสำลักจืดสำลักเค็ม หน้าน้ำเค็มน้ำในคลองจะเป็นประกาย แข่งกับแสงหิ่งห้อยบนต้นลำพู เขาว่าน้ำเค็มมีฟอสฟอรัส ลำพูไม่รู้เหมือนกันว่าฟอสฟอรัสมันคืออะไร

      ครั้นหน้าน้ำจืดก็มีด้องแด้งว่ายเต็มไปหมด ด้องแด้งนั้นลำพูรู้จักดี มันคือปลาตัวนิดๆ ใช้เป็นอาหารไม่ได้ หลังมันมีกระโดงหรือเรียกว่าเงี่ยงแหลมคมมาก ใครลงอาบน้ำถ้าไม้ระวัง จะถูกมันตำถึงเลือดไหล มันจะมาเมื่อหน้าน้ำจืด ถึงตอนนั้นพวกเด็กๆจะไม่กระโดดเล่นน้ำเลยเพราะกลัวฤทธิ์เจ้าด้องแด้ง

      เดี๋ยวนี้สิ่งเหล่านั้นไม่มีแล้ว  ถนนหลายสายเกิดขึ้น สวนที่เคยดกดื่นด้วยผลไม้กลายเป็นถนน  ผู้คนไม่ต้องอาศัยเรือจ้างอีกต่อไป

      แล้วเรือจ้างหายไปไหน  รวมทั้งเรือแม่ค้าผลไม้ และของกินอื่นๆ ที่เคยขึ้นล่องร้องขายอยู่เป็นประจำ เรือกาแฟที่เคยบีบแตรเรียกคนซื้ออยู่ป๊อดๆก็ไม่ได้ยินอีกแล้ว เรือประมงที่เคยเข้าออกก็ไม่มีแล้วเพราะคลองตื้นเขิน เข้ามาไม่ได้ต้องจอดที่แม่น้ำ

      ตลอดลำคลองมีแต่ความเงียบเชียบบ้านเมืองเจริญขึ้น โรงงานอุตสาหกรรมทั้งหลายมาตั้งกันเต็มเมือง ระบายน้ำเสียลงสู่ลำคลอง ผู้คนจากที่ไหนต่อที่ไหน พากันหลั่งไหล มาทำงานโรงงานและค้าขาย เมื่อคนเข้ามามากขยะก็มากขึ้นตามตัว คลองที่เคยมีน้ำสะอาด  เดี๋ยวนี้ดำเหม็นยากที่จะเหมือนเดิม

      ลำพูเฝ้าแต่รันทด นึกถึงหิ่งห้อยเพื่อนเก่า คงไมมีวันอีกแล้วเหมือนสายน้ำใสที่ไหลผ่านไป เหลือไว้แต่น้ำขุ่น ดำ ให้ลำพูต้องฝืนใจดูดซึมเพื่อหล่อเลี้ยงลำต้นพอประทังชีวิตอยู่ไปวันๆ รอว่าเมื่อไรจะโค่นลงไปพังพาบอยู่กับตลิ่ง...

                                                                    

                                                                                  จากใจจริง

                                                                                   ครูจ่อย  53