สีนาโนฉาบทาตัวอาคารบ้านเรือน แต่สีนานวนฉาบทาใจ


                มีเรื่องให้ฉุกคิดและติดอยู่ในหัวตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา  วันนี้จึงถึงคราที่ต้องแคะออกมาแปะไว้ที่ตรงนี้  เรื่องก็มีอยู่ว่าเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาท่านรองผู้อำนวยการให้การอบรมนักเรียนที่หน้าเสาธงและได้พูดให้ความรู้นักเรียนในเรื่องเกี่ยวกับสีนาโนที่ช่างทาสีกำลังร่ายรำตวัดปลายแปลงลงบนพื้นผิวของตัวอาคารอยู่ในขณะนี้  "สีที่ช่างกำลังทาอยู่ตอนนี้มไช่สีธรรมดานะนักเรียนแต่เป็นสีนาโนซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษหลายอย่าง..." แล้วท่านก็สาธยายไปอย่างยืดยาว  แต่สิ่งที่ลอยมาตามลมแล้วทะลุเข้าไปติดอยู่ในหัวของผมกับเป็นคำว่าสีนาโนเพราะอะไรนะรึ  ก็เพราะมันทำให้ผมนึกถึงคำว่าสีนานวนขึ้นมาทันทีแล้วก็กลายเป็นสองคำนี้ที่มาจับคู่กันแล้วเกาะติดอยู่ในความคิดอย่างเหนียวแน่นตลอดเวลานับตั่งแต่บัดเดี๋ยวนั้น  ซึ่งหากไม่รีบแกะมันออกมานานเข้าอาจกลายเป็นคราบฝังแน่นที่ติดทนนานจนไม่มีผงซักฟอกยี่ห้อใดจะสามารถขจัดออกไปได้หมด เช่นนั้นแล้วเราจะมัวรีรอกันอยู่ใยมาเริ่มขบวนการแงะความคิดกันเลยดีกว่า...
                 เริ่มต้นที่สีนาโนที่วันนี้อาจจะยังไม่เป็นที่ีรู้จักมากนักเพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังมาแรงและจะมีมากขึ้นในอนาคต  ด้วยความสามารถที่หลากหลายจากการศึกษานาโนเทคโนโลยีและเกิดการนำไปประยุกต์ใช้ในการผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตของมนุษย์  แต่ด้วยความใหม่จึงทำให้ผลิตภัณฑ์นาโนต่าง ๆ รวมไปถึงสีนาโนอย่างที่ว่าด้วยมีราคาแพง  สีนาโนจะดีขนาดไหนลองมาดูคุณสมบัติหลักกันดีกว่าครับ  สีนาโนฟอกอากาศให้สดชื่น  ทนทานการกัดกร่อนต่อสภาพอากาศ  ป้องกันน้ำซึมเข้าผนัง  ป้องกันพื้นผิวจากรังสียูวี  ป้องกันการเกิดแบคทีเรียและเชื้อรา  ทนการขัดถูมากกว่าสองหมื่นครั้ง  เช็ดล้างทำความสะอาดได้ง่าย  รักษาความสะอาดในตัวฝุ่นไม่เกาะ  ปกปิดรอยแตกลายงา  ทนนานกว่าสิบปี  นี่คือคุณสมบัติหลัก ๆ ที่ผู้ผลิตต่างนำมาใช้อวดอ้างสรรพคุณเพื่อกระตุ้นต่อมตัดสินใจของลูกค้า  วันนี้หากใครต้องการหาความรู้เพิ่มเติมก็ลองเข้าไปค้นหาดูที่กูเกิลดูซิครับ  รับรองว่ามีข้อมูลให้ศึกษากันเพียบเลย  นั่นก็เท่ากับว่าสีนาโนเป็นที่สนใจของผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน
                
  สีนานวน  คำนี้ซิมีน้อยคนนักจะรู้จัก  วันนึงในวงสนทนาเกี่ยวกับเรื่องสี  ผมได้พูดคำว่าสีนานวนขึ้นมาเชื่อไหมครับไม่มีใครรู้จักสีนานวนกันเลย  พอกลับมาถึงที่พักก็เลยลองเข้าไปค้นในพจนานุกรมออนไลน์ดูปรากฏว่า "ไม่พบคำนี้"  นั่นก็คือมันมีในพจนานุกรมจริง ๆ รึ  ลองเข้ากูเกิลแล้วพิมพ์สีนานวนดูก็ปรากฏว่ามีการพูดถึงคำนี้อยู่ไม่มากเท่าไหร่  นั่นก็แสดงว่าคำนี้เป็นคำที่มีตัวตนอยู่  ซึ่งเมื่อสืบสาวราวเรื่องตามเข้าไปก็จะพบว่าคำนี้เป็นคำที่ใช้ในกลอนลำสมัยก่อนที่เรียกว่าหมอลำกลอนนั่นเอง  ถึงว่าซินะทำไมคำนี้จึงแว้บขึ้นมาในหัวผมได้  ถ้านึกย้อนกลับไปก็คงเป็นคำที่ผมเคยได้ยินได้สัมผัสเมื่อครั้งยังเป็นเด็กเคยตามผู้เฒ่าผู้แก่ไปฟังลำกลอนในตอนนั้นจนกระทั่งเติบโตมาก็ได้ฟังจากวิทยุเอเอ็มทรานซิสเตอร์อยู่บ่อย ๆ "สมควรเซาพักไว้ท่อนี้คราวหน้าจั่งค่อยฟัง  สีนานวน ซ่วนอ้ายไว้ก่อนเด้อนางเด้อ"  คำว่าสีนานวนส่วนมากจะใช้ในกลอนลำอันหมายถึงสุภาพตรีที่เป็นหมอลำฝ่ายหญิงซึ่งเป็นคู่ลำของหมอลำฝ่ายชาย (หรือหญิงสาวที่มีความสวยงาม) หากใครได้เคยดูเคยฟังก็จะรู้ว่าจะมีการสลับสับเปลี่ยนกันลำระหว่างหมอลำฝ่ายหญิงและหมอลำฝ่ายช่าย  โดยมีนักดนตรีเพียงฝ่ายละคนคือหมอแคนที่แอวดีมาก ๆ 
                 วันนี้หลายคนอาจรู้จักสีนาโนแต่ผมเชื่อว่าคงมีน้อยคนที่รู้จักสีนานวน  จึงอยากจะเชิญชวนทุกท่านได้หันมาสนใจสีนานวนกันอีกสักครั้ง  โดยเฉของเฉพาะสีนานวนที่อยู่ข้างกายใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันทุกวันเช้ายันค่ำ  หรือแม้กระทั่งคนที่ยังไม่ประสบพบเจอสีนานวนตัวจริง  หากแต่ว่าเพื่ออาจมีสักวันที่เราได้เจอสีนานวนของตนเองและตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันสร้างครอบครัวเล็ก ๆ ขึ้นมา  และก็อย่าลืมหากจะสร้างเรือนหอก็ต้องฉาบทาด้วยสีนาโนที่ติดแน่นทนทานแล้วอยู่กับหวานใจสีนานวนที่ฝังแน่นในใจไปตลอด
                แม้สองสีจะแตกต่างกันที่  สีนาโนฉาบทาบ้านส่วนสีนานวนฉาบทาใจ  แต่รู้ไหมครับทั้งสองสีต่างก็มีความเหมือนกันที่ความคงทนและติดแน่นทนนาน ครับท่าน....