โปรตีนช่วย"HIV"พรางตัว
ที่มา หนังสือพิมพ์โลกวันนี้
ฉบับวันที่ 04 เมษายน พ.ศ. 2551

วอชิงตัน : นักวิจัยสหรัฐค้นพบโปรตีนที่ช่วยให้ไวรัสเอชไอวีสามารถซ่อนตัวกลมกลืนไปกับเซลล์มนุษย์ได้ด้วยการแทรกแซงกลไกชี้เป้าให้เซลล์ภูมิคุ้มกันเข้าทำลายบนพื้นผิวเซลล์ และทำให้เซลล์ภูมิคุ้มกันเชื่อว่ามันเป็นเพียงของเสียภายในเซลล์ อนาคตอาจช่วยป้องกันการติดเชื้อและโรคเอดส์ได้ตั้งแต่จุดเริ่มต้น

นิตยสารสุขภาพออนไลน์เฮลธ์เดย์ นิวส์ รายงานผลการศึกษาของนักวิจัย นำทีมโดย ดร.แคธลีน คอลลินส์ จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ที่ค้นพบวิธีที่ช่วยให้เชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเอดส์สามารถซ่อนตัวในเซลล์มนุษย์ได้โดยไม่ถูกเซลล์ภูมิคุ้มกันเข้าทำลาย

โดยปรกติเมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย เช่น ไวรัสหวัดธรรมดา ระบบภูมิคุ้มกันจะมีปฏิกิริยาตอบสนองและผลิตเซลล์ออกมาเพื่อกำจัดไวรัสดังกล่าว แต่ไวรัสเอชไอวีสามารถทำให้ตัวเองกลมกลืนเป็นเสมือนของเสียภายในเซลล์ แทนที่จะกลายเป็นเป้าหมายให้เห็นได้อย่างชัดเจนบนพื้นผิวเซลล์ด้วยการสร้างโปรตีนชื่อว่า Nef มาช่วย

ทั้งนี้ โปรตีนดังกล่าวไปแทรกแซงการทำงานส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันที่ช่วยให้เซลล์ภูมิคุ้มกันจำเซลล์ติดเชื้อได้ด้วยการโชว์ชิ้นส่วนต่างๆของไวรัสหรือแบคทีเรียบนพื้นผิวเซลล์และเป็นเป้าให้ทำลาย แต่ในกรณีของไวรัสเอชไอวีเมื่อติดต่อเซลล์โปรตีน Nef จะเข้าไปยึดติดกับกลไกข้างต้น และดัดแปลงเพื่อทำให้เซลล์ภูมิคุ้มกันเชื่อว่าไวรัสเป็นของเสียในถังขยะของเซลล์มากกว่าอยู่บนพื้นผิวที่สามารถมองเห็นได้

ดร.คอลลินส์ชี้ว่า นอกจากนี้แล้วโปรตีน Nef ยังช่วยให้เซลล์อื่นๆผลิตโปรตีนชนิดอื่นๆออกมาเสริมเพื่อช่วยให้เชื้อเอชไอวีซ่อนตัวจากเซลล์ภูมิคุ้มกัน และในเวลานี้นักวิจัยสามารถพัฒนาสารยับยั้งการทำงานของโปรตีนเหล่านี้ รวมถึงสกัดกั้นการทำงานของ Nef ด้วย ซึ่งอาจช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันตรวจพบและทำลายเชื้อเอชไอวีได้ ซึ่งจะเป็นการช่วยป้องกันโรคเอดส์ได้นับแต่เริ่มต้น

อนึ่ง นักวิจัยส่วนใหญ่เชื่อว่าไวรัสเอชไอวีมีแหล่งกำเนิดอยู่ในเขตอนุทวีปหรือดินแดนซับซาฮาราของทวีปแอฟริกา และระบาดไปทั่วโลก จากตัวเลขในปี 2007 เชื่อว่ามีประชาชนทั่วโลกที่มีชีวิตอยู่พร้อมกับเชื้อไวรัสเอชไอวีและโรคเอดส์ประมาณ 33.2 ล้านคน และเชื้อไวรัสร้ายนี้ได้คร่าชีวิตประชาชน 2.1 ล้านคน ในจำนวนนี้รวมถึงเด็กๆ 330,000 คน